
สายสัมพันธ์พ่อลูก
ถ้าพูดถึง “เสนา ดีเวลลอปเม้นท์” หลายคนคงจะนึกถึงทายาทคนสำคัญ “เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” ที่เข้ามารับไม้ต่อจากบิดา “ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์”
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ถ้าพูดถึง “เสนา ดีเวลลอปเม้นท์” หลายคนคงจะนึกถึงทายาทคนสำคัญ “เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” ที่เข้ามารับไม้ต่อจากบิดา “ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์” ที่เกษียณจากธุรกิจไปนานกว่า 89 ปีแล้ว และเธอกำลังพลิกโฉมให้บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นมากกว่าบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัย ด้วยการต่อแขนขาไปยังธุรกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก สนามกอล์ฟ เพื่อให้ค่าเช่า และค่าใช้บริการสนามกอล์ฟเป็นฐานรายได้ที่จะเข้ามาต่อเนื่อง
พ่อคือกำลังใจ
เกษรา เดิมไม่ได้มีความคิดที่จะเข้ามาสานงานธุรกิจครอบครัว เพราะอยากเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย จนเมื่อวันที่คุณพ่อไม่สบาย จึงเลี่ยงไม่ได้ ต้องเข้ามารับหน้าที่บริหารบริษัทต่อ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งการปรับตัวจากอาจารย์มาเป็นผู้บริหาร เป็นนักธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ กำลังใจจากคุณพ่อ
“ทุกครั้งที่เหมือนจะมีวิกฤต มันจะไม่รุนแรง เพราะมีกำลังใจจากคุณพ่อ อย่างตอนมีปัญหาเรื่องส่งมอบ 2 โครงการคอนโดมิเนียมที่ห้วยขวาง และลาดพร้าวไม่ได้ เครียดมาก ถึงจะไม่ใช่ความผิดจากเราโดยตรง เป็นเรื่องเชิงกฎหมายที่ซับซ้อน แต่ในฐานะผู้พัฒนาโครงการก็ต้องรับผิดชอบกับการที่ส่งมอบห้องชุดให้ลูกค้าไม่ได้ตามกำหนด ตอนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะอ่านความเห็นต่างๆ ในโลกออนไลน์ แล้วคุณพ่อก็เดินเข้ามาบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันจะผ่านไป ถ้าเราได้ทำทุกอย่างให้ดีแล้ว ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว ก็โอเค เท่านี้ ก็จบเลย กำลังใจมาทันที”
นอกจากนี้ ท่านยังให้แนวคิดว่า แย่สุดที่จะเกิด ก็เกิดแล้ว ต่อไปก็จะดีขึ้น เพราะได้ผ่านเหตุการณ์ที่แย่สุดไปแล้ว หรือบางครั้ง ด้วยอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลทำให้ตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเร็วเกินไป ท่านก็จะพูดว่า กลับไปคิดดูใหม่ ซึ่งหลายครั้ง มีหลายคำของท่านที่ทำให้เปลี่ยนได้ แล้วมันก็ดีขึ้นจริงๆ เช่น มีกรณีที่คุยกับคู่ค้าแล้วไม่จบ รู้สึกไม่พอใจ จนคิดแบบเร็วๆ ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ก็ใช้คนอื่นก็ได้ คุณพ่อก็จะเข้ามาบอกว่า ใจเย็นนะ ให้ลองคิดดูระหว่างขาดเขา กับไม่ขาดเป็นอย่างไร ถึงแม้เขาจะไม่ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีหรือไม่
อีกหนึ่งเรื่องที่คุณพ่อแตกต่างจากตัวเองมาก คือ คุณพ่อไม่ทำงานนั่งโต๊ะ หรือดูทุกอย่างจากคอมพิวเตอร์ แต่คุณพ่อจะลงพื้นที่ จะตระเวนดูโครงการต่างๆ แล้วบางครั้งก็จะกลับมาเตือนว่า โครงการที่เปิดขายไปนานแล้ว อาจจะลืมไป ยังมีบ้านเหลือขายอยู่อีกไม่น้อย คุณพ่อก็จะเตือนว่า ระวังบ้านเหลือขายนะ อย่าให้เหลือเยอะ
ตลอดเวลา 89 ปีที่เข้ามารับหน้าที่บริหารงานแทนคุณพ่อ จนถึงวันนี้ ถ้าถามว่าจะให้คะแนนตัวเองกี่คะแนน ก็คงให้ 6 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ ด้วยความที่บริษัท ขยายตัวไปยังธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง ทำให้เรื่องหลังบ้าน เช่น ระบบบริหารงานต่างๆ ยังไม่นิ่งพอ ซึ่งคงต้องใช้เวลา และถ้าระบบต่างๆ นิ่งมากขึ้น จะให้คะแนนตัวเองมากกว่านี้
มั่นใจในตัวลูก
ธีรวัฒน์ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ต้องมีวันที่จะส่งต่อให้กับรุ่นต่อไป แต่เหตุการณ์ที่ไม่สบายเป็นเหมือนตัวเร่งให้ลูกเข้ามารับบทบาทในบริษัทเร็วกว่าที่คิดไว้ วิชาที่เรียนมากับบทบาทอาจารย์ที่ชอบ ทำให้เธอต้องรับ 3 บทบาทในเวลาเดียวกัน เป็นทั้งอาจารย์ เป็นผู้บริหารของบริษัท และบทบาทของลูกที่ต้องดูแลพ่อและคนในครอบครัวให้มีกำลังใจที่จะสู้และเดินไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง
“เมื่อเหตุการณ์บังคับ สิ่งเดียวที่มีคือ เราต้องมีความเชื่อใจและเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน “เกษรา” เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว มีความเป็นผู้นำอยู่ในที่อยู่แล้ว เราเชื่อว่าเขาจะพาทุกคนผ่านไปได้ และจะทำได้ดี ในตอนนั้นต่างคนต่างก็เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน”
การดูแล การสนับสนุน ที่พ่อจะมีให้กับลูกได้นั้น ต้องยอมรับว่า ต่างคนต่างมีความถนัดในคนละด้าน “เกษรา” เป็นคนรุ่นใหม่ทำอะไรต้องมีข้อมูลรองรับ มองถึงทิศทางเศรษฐกิจ มีความสามารถทางด้านบัญชี การเงิน มีการวางแผนอย่างเป็นรูปธรรม ต่างกับรุ่นพ่อ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องการก่อสร้าง ต้องเรียกว่าใจรัก เพราะไม่ได้จบด้านการก่อสร้างมา อยากรู้ว่าทำอย่างไรก็ต้องลงไปดูของจริง อาศัยถามเยอะๆ ตรวจงานเองยังทำมาแล้ว ดังนั้น จึงระมัดระวังในการดูแลต้นทุนการก่อสร้าง สิ่งไหนจำเป็นต้องจ่าย สิ่งไหนประหยัดได้ เคยทำมาแล้วจะระวังและป้องกัน
ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาบริหารงาน บริษัทมีความเปลี่ยนแปลงและเติบโตมาก บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปลี่ยนจากเจ้าพ่อทาวน์เฮาส์ มาสร้างคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ ต้องเรียกว่าเราสองคนแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
“จริงๆ แล้วทั้งหมดที่ทำมาก็เพื่อลูกๆ พ่อเคยเป็นแค่พ่อค้าขายลอดช่องแถวบางรัก เราเคยผ่านปัญหาหนักๆ มามากมาย ตั้งแต่ “เกษรา” ยังเล็กๆ บ้านเราไฟไหม้ แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยหัวใจนักสู้ จนวันนี้เรามีบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ “เกษรา” กับน้องๆ เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการบริหารงานบริษัทให้เจริญเติบโต เขาสามารถดำเนินตามแนวทางที่เราตั้งใจ แม้กระทั่งโครงการบ้านร่วมทางฝันที่เราวาดฝันไว้นาน เขาก็ทำขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง บริหารจนเป็นรูปธรรม และยึดเป็นโครงการที่ต้องเกิดควบคู่ไปกับบริษัทตลอดไปด้วย อันนี้ต้องขอบใจเขาจริงๆ”
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับพ่อเมื่อลูกตั้งใจเต็มที่ พ่อก็นอนหลับสบาย แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว







