
หนูห้ามเล่นไลน์นะรู้ไหม
สถานการณ์ สังคมก้มหน้า เป็นสิ่งที่ครอบครัวยุคใหม่กำลังเผชิญ อยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารเย็น พ่อเช็กอีเมล แม่เล่นแคนดีครัช ลูกแชตไลน์กับเพื่อนๆ
โดย...โยโมทาโร่
สถานการณ์ สังคมก้มหน้า เป็นสิ่งที่ครอบครัวยุคใหม่กำลังเผชิญ อยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารเย็น พ่อเช็กอีเมล แม่เล่นแคนดีครัช ลูกแชตไลน์กับเพื่อนๆ นี่คือสังคมยุคใหม่ที่เราไม่คุยกันต่อหน้า มีอะไรก็ใส่กันในโลกออนไลน์ เพราะพวกเขากำลังคิดว่าจะปลอดภัยในโลกความจริง จนกระทั่งวันหนึ่งคุณพ่อเริ่มรู้สึกตัวและตั้งกฎในบ้านว่าเวลาที่เราอยู่กันพร้อมหน้าทุกคนห้ามเล่นไลน์แชตกับคนอื่นเป็นอันขาดให้หันหน้ามาคุยกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น
ดูจากแนวคิดนี้แล้วฟังดูเข้าท่า ที่พวกเขาจะมีกฎเพื่อทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ลูกๆ ก็แย้งขึ้นมาว่างั้นพ่อก็ต้องไม่เช็กอีเมลงานในบ้าน และแม่ก็ต้องเลิกเล่นแคนดีครัชด้วยสิ
เอาละสิ งานเข้าพ่อกับแม่ขึ้นมาทันที พ่อยังพ่ออธิบายให้ลูกฟังได้ว่าอีเมลงานมันจำเป็นสำหรับพ่อนะ แต่แคนดีครัชของคุณแม่ท่าจะเลิกยาก เพราะคุณแม่กำลังแข่งทำคะแนนกับเพื่อน แถมเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในบ้านเสียด้วย ฤากฎห้ามเล่นไลน์จะต้องล้มเลิกไป
ทางออก ความจริงแล้วการที่ครอบครัวจะห้ามไม่ให้ลูกเล่นไลน์หรือโปรแกรมแชตอื่นๆ ในทันทีนั้นคงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็มีความจำเป็นต้องใช้งานเหมือนกัน ที่สำคัญถ้าจะเลิกเล่นในบ้านผู้ใหญ่ต้องทำให้เป็นตัวอย่างที่ดีก่อน แต่ถ้าทำไม่ได้ลองใช้กฎกำหนดโซนเล่นดีไหมว่า ห้ามใช้สมาร์ทโฟน หรือเล่นอินเทอร์เน็ตบนโต๊ะอาหาร หรือในระหว่างรับประทานอาหารร่วมกัน ถ้าจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินออกไปแชตข้างนอกแสดงถึงธุระที่จำเป็นจริงๆ
ส่วนคุณแม่ก็ลองชวนลูกเล่นเกมด้วยกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวจะดีกว่าไหม เผลอๆ ลูกจะช่วยให้คุณแม่ผ่านด่านได้เร็วขึ้น หรือไม่ก็มีเกมใหม่ๆ มาเล่นด้วยกันได้ ส่วนคุณพ่อให้เช็กอีเมลในห้องทำงานเท่านั้น ถ้ามีงานด่วนจำเป็นจริงๆ ให้โทรติดต่อ และลองชวนลูกๆ ไปทำกิจกรรมออกกำลังกายอย่างอื่นดูบ้าง เกือบจะทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เด็กๆ อยากเล่นกับคุณพ่อทั้งนั้น
ส่วนเรื่องสังคมก้มหน้า เราคงห้ามกันได้ยากเพราะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวัน ในอนาคตถ้าอุปกรณ์อย่างกูเกิลกลาสเป็นที่นิยม เราคงเห็นสังคมที่ใส่แว่นเดินคุยอยู่คนเดียวกับทำไม้ทำมือประหลาดๆ เพื่อควบคุมคำสั่งของกูเกิลกลาส แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเป็นไปในทางไหน อย่าไปคิดมาก สิ่งที่เราต้องคิดก็คือจะทำอย่างไรให้ครอบครัวอบอุ่นมีความสุขพูดคุยกันได้ทุกวันทุกเรื่องก็พอ.
Ask the expert
Q: วันก่อนลูกชายวัย 6 ขวบ เดินมาบอกคุณแม่ว่าวันนี้มีสะใภ้มาให้คุณแม่ คุณแม่ก็ตกใจว่าลูกชายไปมีแฟนตอนไหน แล้วเจ้าตัวน้อยก็เอากระต่ายกระดาษพับยื่นให้ ถึงได้รู้ว่าเป็น เซอร์ไพรส์ ไม่ใช่ สะใภ้ จะทำอย่างไรให้เด็กๆ พูดชัดขึ้นดี
A: ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอินไซต์คิดส์ (www.insightkids.co.th) แนะนำว่าความสำคัญของบทกลอนและเพลงของเด็ก มีผลงานวิจัยที่พบว่า เด็กๆ ที่สามารท่องหรือร้องเพลงกลอนของเด็กได้ 8 เพลงตอนอายุ 4 ขวบ เมื่อพวกเขาถูกทดสอบตอนอายุ 8 ขวบ พวกเขามีความสามารถในการอ่านดีกว่าเด็กทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่สามารถท่องและร้องบทกลอนได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นการละเล่นที่สามารถพกติดตัวได้ตลอด
เพื่อช่วยพัฒนาการทางภาษา เสียงของสระและพยัญชนะ เสียงที่ผสมกันเป็นคำจากบทกลอนและเพลง รู้จักระดับเสียงสูงต่ำ จังหวะของเสียงและภาษา เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างถูกต้องตลอดเวลา จากการที่ชวนเขาร้องเพลง ท่องกลอน และเต้นรำไปด้วยกัน
He Said / She Said
กวางพนักงานบริษัท
“ชอบผู้หญิงที่เข้าใจโลก ไม่หึง ไม่หวงจนเกินเหตุ และปรับตัวเข้ากับยุคสมัย อยู่ใกล้ด้วยแล้วรู้สึกดี ไม่อึดอัด แต่ไม่รู้จะเจอหรือเปล่านะครับ (หัวเราะ)”
พิมนักข่าว
“จริงๆ แล้วทำแต่งานเลยไม่ค่อยมีเวลามองหนุ่มๆ เลยค่ะ แต่ถ้าในสเปกน่าจะเป็นฝรั่ง ที่เข้าใจเรา เข้าใจงานเรา อยู่เป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องรักมาก ไม่ต้องหวงมาก แค่ห่วงกันก็พอแล้วค่ะ”
Quote
“ประสบการณ์ไม่ใช่อยู่ดีๆ มันก็เกิดขึ้น แล้วตามติดตัวเรามา แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องทำขึ้นมาก่อน แล้วมันถึงจะเกิดมีขึ้นต่างหาก”
อัลดัส ฮักซ์ลีย์ นักเขียนอังกฤษ







