
รักร้าวเพราะมัวแต่แชต
เขาเตือนมาจนปากเปียกปากแฉะแล้วว่า อย่าก้มหน้าก้มตาแชตกับเพื่อน จนคนข้างๆ เบือนหน้าหนี
โดย...เบบี้เฟซ ภาพ รอยเตอร์ส
เขาเตือนมาจนปากเปียกปากแฉะแล้วว่า อย่าก้มหน้าก้มตาแชตกับเพื่อน จนคนข้างๆ เบือนหน้าหนี
แหม...ไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวก็เขี่ยหน้าจอ สังสรรค์กับเพื่อนก็ก้มหน้าอมยิ้มคนเดียว แม้กระทั่งดินเนอร์กับแฟนใต้แสงเทียนสองต่อสองยังควักโทรศัพท์เข้าๆ ออกๆ ยกขึ้นมาส่องตลอดเวลา
ไม่แปลกใจหรอกครับ ที่ทุกคนเขาจะเหม็นขี้หน้าคุณ
สถานการณ์
เดียร์ พ่อหนุ่มเจ้าสำราญ เพื่อนฝูงเยอะ สาวแยะ เรียกว่าเป็นขวัญใจมหาชนคนหนึ่ง แต่เสียอย่างคือพี่แกเป็นโรคติดสมาร์ทโฟน คืนหนึ่งเขาทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรงกลางร้านอาหาร เหตุเพราะไอ้หนุ่มของเรามัวแต่ก้มหน้าแชตไลน์ ส่องเฟซบุ๊กทุก 5 นาที จนสาวคนรักทนไม่ไหวชี้หน้าตวาดแว้ดดังลั่น
เธอยื่นคำขาดมาคำเดียวจะ “เลิกแชต” หรือ “เลิกกับเรา” ...งานนี้เดียร์ปวดหัวตึ้บ!
ทางออก
ป๊าดโธ่ มันน่าเขกกะโหลกไหมล่ะ รู้อยู่แล้วว่าช่วงเวลาที่อยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าพ่อแม่ เพื่อนสนิท โดยเฉพาะแฟน หรือภรรยาและลูกๆ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น ถ้าเดียร์อยากให้ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกลับมาดีได้ดั้งเดิม ควรลดการใช้อุปกรณ์สื่อสารลงบ้าง แล้วหันหน้ามาคุยกัน
ข้อแนะนำอันดับแรก วางเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดลง โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กลงบ้าง
เข้าใจนะว่า แต่ละวันเราใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ไม่น้อย ทั้งเรื่องส่วนตัวหรือการทำงาน แต่ควรจะเซตเวลางดการใช้อุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่อยู่กับคนรัก เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้พูดคุยถามไถ่ความเป็นไปของกันและกันบ้าง วิธีนี้นอกจากจะเป็นการพักสายตาจากหน้าจอแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นด้วย
ขอทีเถอะ ขณะออกเดต สังสรรค์กับครอบครัว ดื่มกินกับเพื่อนฝูง หยุดเช็กอีเมล หรือรับโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานบ้าง เพื่อปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อน ใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับคนรักอย่างเต็มที่ การให้ความสำคัญกับงานถือเป็นความคิดที่ดี แต่ควรปรับสมดุลและแบ่งเวลาให้กับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการใส่ใจดูแลความรู้สึกกันและกันบ้าง ก่อนเธอจะน้อยใจและเดินจากไปในที่สุด
โอเคไหม เดียร์ ทีนี้วางโทรศัพท์แล้วตามไปง้อเธอได้แล้วววว
Ask the Expert
Q: ตอนนี้กำลังสอนให้เด็กๆ ฝึกการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
A: ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอินไซต์คิดส์ (www.insightkids.co.th) แนะนำเทคนิค 3 อย่างที่ช่วยให้ฝึกเป็นนักคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ไว้ว่า
1.ให้เด็กๆ ได้มีโอกาสแต่งห้องนอนหรือพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ใช้รสนิยมของคุณเป็นตัวตัดสิน ให้เด็กๆ เกิดความสบายใจที่ได้แสดงออกความคิดและความชอบของตนเอง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และในไม่ช้าเด็กๆ ก็อาจจะเป็นคนวาดแปลนห้อง วัดขนาดพื้นที่ และแก้ปัญหาวางของเข้ามุมที่จำกัดได้
2.ตอบคำถามที่เด็กๆ ถามด้วยคำถามให้เด็กๆ คิดต่อ เมื่อลูกถามว่า “ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้” “ทำไมอย่างนั้น” แทนที่จะทำท่ารำคาญหรือป้อนคำตอบให้เสร็จสรรพ คุณอาจถามเด็กๆ ว่า “แล้วลูกคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ” บางครั้งคำตอบของลูกอาจทำให้คุณอัศจรรย์ใจไปกับการคิดจินตนาการของเขา จากนั้นก็ลองค้นคำตอบจาก Google กันนะ เมื่อคุณรู้คำตอบแล้ว ก็ควรจะพยายามไกด์เด็กๆ ด้วยคำถามที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมในการหาคำตอบจนสำเร็จ ความรู้สึกนี้จะทำให้เด็กๆ เกิดความมั่นใจในการตั้งคำถามมากขึ้น ในการค้นหาคำตอบด้วยตัวเองมากขึ้น และคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
3.ให้เด็กๆ บรรยายผลงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปวาดระบายสี หรือการต่อบล็อกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนอกจากเส้นยุ่งเหยิง ถามลูกว่า “บอกแม่ได้มั้ยจ๊ะ ว่านี่คืออะไร” ทักษะในการบรรยายผลงานของเด็กๆ นอกจากจะช่วยให้เด็กๆ ได้แสดงออกถึงความคิดของตนเล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความสามารถทางภาษา และนอกจากคำชมแล้ว ควรบอกเขาด้วยคำพูดแนวนี้ว่า “แม่ชอบสีและการระบายเส้นที่ละเอียดตรงพระอาทิตย์จังเลย” คำพูดแบบนี้จะทำให้เด็กๆ ยิ่งพยายามสร้างสรรค์งานที่ดีขึ้นไปอีก
He Said / She Said
เฟรนด์–นักศึกษา
“ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เลยยากครับ เพราะมองไปทางไหนก็สวยไปหมด (หัวเราะ) ผมชอบผู้หญิงยิ้มเก่งๆ นิสัยน่ารักๆ ไม่หยิ่ง เข้าถึงง่าย แต่ก็ต้องมีการวางตัวที่ดีนะครับ”
อิงนักศึกษา
“ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่สะอาดสะอ้านเกิน นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ชอบแบบเซอร์ๆ กำลังดี ไม่ต้องเนี้ยบ แต่ก็ไม่มอมแมมนะคะ ชอบแบบผู้ชายๆ ตี๋ๆ นี่ไม่เอาเลยกลัวเขาจะสำอางกว่าเรา (หัวเราะ)
Quote
“จริงๆ แล้วการที่นักแสดงหลายคน ปฏิเสธการที่จะมีเทรลเลอร์ของตัวเองเวลาพักการถ่ายทำก็เป็นเรื่องดีนะ เพราะว่าพวกเขาจะได้ไม่ต้องมีระยะห่างจากทีมงานมากเกินไป ฉันเชื่อว่า การพักผ่อนในกองถ่ายใกล้ๆ กับทีมงาน ช่วยพัฒนาขั้นตอนการสร้างสรรค์มากกว่าการไปหลบอยู่อย่างเป็นส่วนตัวในรถเทรลเลอร์นะ”
เนฟ แคมป์เบลล์ นักแสดงชาวแคนาเดียน







