
คุณแม่
เดือนนี้เป็นเดือนแม่เลยสัมภาษณ์คุณแม่ยังสาวเอามาเล่าให้เล่าจ๊ะ น้องหมิวเป็นพนักงานของคลินิก
โดย...ปู โลกเบี้ยว
เดือนนี้เป็นเดือนแม่เลยสัมภาษณ์คุณแม่ยังสาวเอามาเล่าให้เล่าจ๊ะ น้องหมิวเป็นพนักงานของคลินิก ตัวเล็กๆ น่ารักเชียว แต่งงานมาได้สักพักก็ท้อง ด้วยเป็นท้องสาวและน้องเป็นคนตัวน้อยหนึ่งด้วยมั้ง ถ้าไม่สังเกตจะไม่ค่อยเห็นท้องนูนออกมาชัดเจนนักยิ่งถ้าใส่เสื้อกราวสีขาวด้วยแล้วจะไม่รู้เลย ปูกะว่าเด็กน้อยในท้องแม่ก็คงจะตัวเล็กๆ เป็นแน่ แต่ปรากฏว่าออกมาสามโลกว่าคร้าาาาา น้องหายไปคลอดแค่สิบกว่าวันแล้วกลับมาทำงานต่อเฉยเลยอ่ะ
แต่ปูว่าไม่แปลกนะ เพราะเพื่อนปูที่อยู่ในวงการบันเทิงคนหนึ่งอ่ะ นี่สิสุดยอด!!! ท้องลูกคนที่สาม ถ้าไม่สนิทจะไม่รู้เลยว่านางท้องอยู่ ก็เพราะว่านางยังคงเล่นละครตามปกติน่ะสิ วันจะคลอดนางยังเข้าฉากละครอยู่เลยคร้าาา พอพักกลางวันนางก็ขอลาไปหาหมอ ปรากฏว่าเธอไปคลอดลูกจร้า อีกสองวันเธอก็กลับมาถ่ายละครต่อซะงั้นอ่ะ ความสามารถพิเศษหรือว่า ความอึดกันแน่เนี้ย เหมือนเพื่อนในวงการคนหนึ่งเป็นพิธีกรรายการในฟรีทีวีนี่แหละ สามารถขอพักสามสี่ชั่วโมง ช่วงกลางรายการไปเสริมจมูก (แก้จมูกใหม่) แล้วกลับมายืนเป็นพิธีกรรายการต่อได้อ่ะ อู๊ย! ความสามารถพิเศษจริงๆๆๆ ค่ะ
อ้าว... นอกเรื่องไปนีดส์ กลับมาที่คุณแม่ยังสาวต่อนะคะ น้องหมิวไปคลอดที่หนองคายเพราะต้องให้คุณแม่ที่ต่างจังหวัดเลี้ยงหลานให้ เนื่องจากตัวเองต้องกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ต่อ น้องบอกว่าหนูไม่ได้ฝากท้องที่ไหนหรอกค่ะ เวลาคลอดก็คลอดที่อนามัย เพราะอยู่ไกลเมือง “หนูไม่ได้คลอดกับหมอนะคะ” อ้าว... เหรอ หมอตำแยใช่มั้ยน้อง เปล่าหรอกค่ะ แต่เป็นพยาบาลประจำอนามัยเป็นคนทำคลอดให้ค่ะพี่ ห๋า...!!! หนูเปิด Youtube ศึกษาเรื่องท้องและคลอดลูกดูอยู่บ่อยๆ น่ะค่ะ เฮ้ย... มันมีด้วยเหรอ แล้วเห็นหมดเลยเหรอ??? ค่ะพี่เห็นทุกขั้นตอนมีเยอะแยะค่ะพี่ แหม! นะ สมัยนี้มีให้ดูให้ศึกษาทุกอย่างอ่ะค่ะ ในใจน้องมันคงว่าปูเต่าโง่อ่ะป่าว คร่ำครึแน่เลย หุหุ...
เขาว่าตอนปวดท้องจะคลอดอ่ะมันจะเหมือนปวดท้องอึ แต่จะอึไม่ออก วันคลอดหนูก็ปวดท้อง แต่อึออกนะ เพียงแต่คาดเดาว่าลูกคงจะออกแล้ว เพราะตอนเช้ามีน้ำคร่ำไหลออกมาเป็นเมือกเลือดเยอะพอสมควร แล้วประมาณห้าทุ่มเที่ยงคืนมันก็ปวดถี่ๆ ตลอดเวลาหนูจับเวลาเลยล่ะว่ามันทุกห้านาที หนูก็หายใจเข้าออกเป็นจังหวะตามที่หมอ (ใน Youtube) บอก เอ๊ะ... สงสัยจะใช่แน่ หนูเลยปลุกแม่ให้พาไปอนามัย ไม่มีคุณหมอเพราะดึกมากแล้ว มีแต่พยาบาลเวร เขาให้นอนรอจนประมาณตีสาม เขาเอามีดมากรีดตรงปากมดลูก หนูไม่เจ็บเลยนะพี่ มันคงปวดท้องจนลืมเจ็บตรงนั้นมั้ง? สักพักพี่พยาบาลก็ขึ้นมาขย่มบนตัวหนูแล้วบอกให้เบ่ง หนูก็เบ่ง แหกปากร้องลั่นเชียว เท่านั้นแหละ คุณพยาบาลด่าเลย “เงียบๆ หน่อย หุบปากด้วย เนี่ยคงจะดูละครมากไปล่ะสิท่า” เขาให้หุบปากแล้วเบ่ง ลมมันจะได้ไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าแหกปากลมมันก็ออกปากหมดสิ อ้าว...! เหรอ...? หนูเบ่งจนปากมดลูกฉีกเกือบถึงก้นแหนะพี่ เขาต้องเย็บยาวเลยอ่ะ ขนาดฉีดยาชานะ เย็บเก้าเข็ม สามเข็มสุดท้ายยาชาคงหมดฤทธิ์ หนูปวดแทบขาดใจ
ด้วยความเป็นต่างจังหวัดอ่ะนะพี่ แม่หนูให้หนูอยู่ไฟตั้งเก้าวันแหนะ นอนแคร่ใต้แคร่มีเตาไฟร้อนมาก ต้องอาบน้ำร้อน กินน้ำร้อนน้ำอุ่น ห้ามกินไก่พันธุ์ตามความเชื่อว่ามันจะไม่ดี แต่ให้กินผักกินไก่บ้านได้ กินหัวปลีแกงเลียงเพื่อให้มีน้ำนม ความจริงเขาสั่งไม่ให้อยู่ไฟแบบโบราณเยี่ยงนี้นะพี่ เพราะไหมที่เย็บแผลอ่ะ เป็นไหมละลาย แต่แม่หนูบอกว่ามันจำเป็นสำหรับหลังคลอด หนูขี้เกียจฟังแม่บ่นเลยต้องทำตาม แถมแม่ยังให้นั่งเกลืออีกคือ เอาเกลือโรยบนม้านั่งแล้วให้เรานั่งทับทั้งที่เป็นแผลนั้นแหละ แต่เออ...พี่ ไม่แสบเลยนะ ไม่รู้ทำไม อยู่ไฟจนตัวเนี่ยดำตามซอกต่างๆ และใบหน้างิลอกเป็นแผ่นๆ เลยอ่ะ แต่สุดท้ายตอนนี้หน้าตาหนูผ่องใสสวยเหมือนตอนยังไม่มีลูกเลยจ๊ะ แถมยังผอมลงเร็วอีกด้วยน่ะสิ
นี่แหละผลดีของการได้อยู่ไฟของคนโบราณล่ะ อันนี้จริงนะ เพราะเพื่อนน้องเขาก็คลอดลูกแต่เป็นคนกรุงไง เลยไม่ได้อยู่ไฟ ตอนท้องหน้าแย่มากทั้งฝ้าทั้งสิว คลอดลูกแล้วต้องมานั่งรักษาหน้าอยู่นานเป็นปีเชียวล่ะ ผิวพรรณก็ไม่ผ่องใสด้วยนะ เออ... แฮะ คนโบราณเนี่ยเขามองการณ์ไกลนะ พออยู่ไฟแล้วเลือดลมมันก็ไหลเวียนดี ขับพวกน้ำคาวปลาหรือน้ำคร่ำที่ค้างๆ อยู่ให้ออกจากร่างกาย ผิวพรรณก็สดใส ดีทั้งสุขภาพภายในและภายนอกเลย
น้องเล่าต่อว่า ตอนอยู่กับลูก นมหนูใหญ่มากมีน้ำนมให้ลูกเหลือเฟือเลย (คือน้องเขาตัวเล็กและผอมมาก) พอหนูลงมากรุงเทพฯ อาทิตย์แรกหน้าอกใหญ่เท่าลูกมะพร้าวแหนะ บวมเต็งน้ำนมไหลตลอดเวลาใส่เสื้อชั้นในก็ไม่ได้ มันเจ็บต้องคอยเอาผ้าซับน้ำนม แขนก็หุบไม่ได้เพราะมันคับและปวดมาก หนูไม่ได้คัดนมไว้ด้วย เพราะลูกไม่ได้กิน และถ้าเราไม่ไปคัดเขาไว้ ผสมกับลูกไม่ได้ดูดด้วยไม่กี่วันหน้าอกก็แฟบเล็กเหมือนเดิมเลยพี่เร็วมาก แต่ถ้ายังคงบีบคันนมเรื่อยๆ หน้าอกก็ยังจะผลิตน้ำนมไปเรื่อยๆ ไม่กลับมาเข้าที่สักทีไง
ปูเคยฟังคุณหมอบอกถึงการเชื่อมโยงความรู้สึกของแม่กับลูกนะว่า คุณแม่อยู่ที่ไหนก็ตามถ้าลูกหิวนม นมของคุณแม่จะไหลออกมาเองโดยอัตโนมัติเป็นการเตือนคุณแม่ว่าให้กลับบ้านไปให้นมลูกได้แล้วล่ะ
โห...คุณแม่







