posttoday
บ้านสีเขียวอบอวลด้วยรัก ของ ฐิติพงศ์ ดีมั่งคงวณิช

บ้านสีเขียวอบอวลด้วยรัก ของ ฐิติพงศ์ ดีมั่งคงวณิช

11 สิงหาคม 2556

ได้รับความเชื่อถือมานานกว่า 60 ปีแล้ว ที่ปู่ทวดย่าทวดของ ฐิติพงศ์ ดีมั่นคงวณิช ผู้บริหารบริษัทในเครือคุณฮั้ว กรุ๊ป

โดย...วราภรณ์ ภาพ : พงษ์ไทย วัฒนาวณิย์วุฒิ

ได้รับความเชื่อถือมานานกว่า 60 ปีแล้ว ที่ปู่ทวดย่าทวดของ ฐิติพงศ์ ดีมั่นคงวณิช ผู้บริหารบริษัทในเครือคุณฮั้ว กรุ๊ป ที่ประกอบไปด้วยห้างทองคุณฮั้ว (หล่อ)/บริษัท หล่อเซ่งเฮง และบริษัท ทองร่วมกิจ ในปี 2536 ได้เปิดร้านทองในนาม “ห้างทองคุณฮั้ว (หล่อ)” ชั้น 1 ดิโอลด์สยามพลาซ่า จนโด่งดัง จากนั้น ทวีศักดิ์ ดีมั่นคงวณิช คุณพ่อผู้ล่วงลับ เริ่มผลิตและจำหน่ายทองรูปพรรณ 96.5% โดยความเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องขยายโรงงาน และเริ่มต้นในการขยายธุรกิจค้าส่งทองคำแท่ง การสกัดทอง และจำหน่ายเม็ดเงิน ในนามบริษัท ที.ดี.ซี.โกลด์

ฐิติพงศ์ เล่าว่า เขาคุ้นเคยกับธุรกิจของครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก หลังเลิกเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ก็มาช่วยคุณพ่อเลื่อยกรอบพระ เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวในวัย 25 ปี จึงไม่รู้สึกตื่นเต้น แถมยังคิดว่าเป็นงานที่ท้าทาย เพราะในฐานะที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ กรอบพระทองคำได้รับความนิยมมากในเอเชีย ทั้งสิงคโปร์และจีน แต่ช่างฝีมือไทยฝีมือแกะสลักไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยหน้าที่หลักๆ ของฐิติพงศ์ คือ ดูแลรูปแบบกรอบพระ ดูแลพนักงาน ดูการตลาดรวมทั้งลูกค้าด้วย

ทุกอย่างที่หล่อหลอมให้ฐิติพงศ์กลายเป็นนักบริหารที่ไฟแรง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่นในบ้านหลังสวยย่านชานเมืองใกล้ชิดธรรมชาติ ตกแต่งสไตล์ทันสมัย หลังบ้านติดกับแม่น้ำท่าจีนที่ปลูกบนพื้นที่มากกว่า 14 ไร่ แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยธรรมชาติและต้นไม้นานาพันธุ์ที่ปลูกเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบในสวนสีเขียวขจีที่ผ่านความรักความเอาใจใส่ของคุณพ่อ ซึ่งลูกๆ ทุกคนได้รับความรักธรรมชาติมาจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่ เขาจึงชอบอยู่บ้านมากๆ ต่อให้ทำงานเหนื่อยหรือดึกแค่ไหนก็ต้องขับรถกลับบ้าน และตัดสินใจไม่ซื้อคอนโดอยู่ในเมือง เพื่อทุกคนจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าครอบครัว ซึ่งทั้งพี่ชาย เขาและน้องสาวสองคนก็มีแนวคิดเดียวกัน

“ครอบครัวเราค่อนข้างผูกพันกันมาก เรามีกัน 6 คน แต่คุณพ่อเสียแล้ว บ้านเดิมเราอยู่ย่านจรัญฯ 35 แต่ย้ายมาเพราะคุณพ่อชอบชีวิตที่สงบอยู่กับธรรมชาติ ต้นไม้ เราจึงย้ายมาอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 7 ได้ 5 ปีแล้วเพื่อหนีความวุ่นวาย แม้เราทำงานเหนื่อยและดึกแค่ไหนก็ต้องขับรถกลับบ้าน มาอยู่กันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น บ้านหลังนี้ก็หลังใหญ่ มีหลังบ้านเป็นสวนหย่อมและท่าน้ำติดกับแม่น้ำท่าจีน ตอนเย็นๆ บรรยากาศดูพระอาทิตย์ตกจะชิลมากๆ เหมือนเราได้พักผ่อนอยู่บ้านพักตากอากาศทุกวัน”

ก่อนเข้ามาเยือนบ้านอบอุ่นหลังนี้ ต้องเดินผ่านสวนสีเขียวกว้างขวางเข้าสู่ตัวบ้าน ที่แบ่งเป็นโถงรับแขก ด้านขวาเป็นห้องครัวตกแต่งสไตล์อิตาเลียนและห้องรับประทานอาหาร มีส่วนหลังบ้านยื่นต่อลงไปถึงท่าน้ำ ส่วนกลางบ้านตรงห้องโถงรับแขก จะมีอีกห้องหนึ่งทำเป็นห้องนั่งเล่นตกแต่งสีน้ำตาลอ่อนเคร่งขรึม สามารถมองออกไปเห็นวิวแม่น้ำทั้งหมด ด้านซ้ายของบ้านทำเป็นสระว่ายน้ำเอาต์ดอร์สวยเก๋ บวกห้องฟิตเนส ส่วนชั้น 2 แบ่งเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านทั้งหมด 5 ห้อง และห้องพระอีก 1 ห้อง บ้านหลังนี้ดูสวยลงตัวเพราะทุกคนช่วยกันออกแนวคิดในการออกแบบและสร้างบ้านทุกคน

“บ้านเราออกแนวโมเดิร์น ทันสมัย ทั้งภายนอกและภายในบ้าน พื้นที่ใช้สอยกว่า 2,000 ตารางเมตร ผมกับพี่ชายชอบความทันสมัยและคลาสสิก ก่อนตกแต่งเปิดหนังสือเมืองนอกดูเพื่อใช้พื้นที่ใช้สอยในบ้านเต็มที่ เราเน้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เหมาะกับการใช้ชีวิต เพราะเราชอบบ้านโล่งๆ เหมือนบ้านพักตากอากาศจริงๆ ว่างๆ เราชอบเล่นเจ็ตสกี มีความสุขท่ามกลางธรรมชาติ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เจออะไรสีเขียว เย็นตา ไม่วุ่นวาย จิตสงบปัญญาก็เกิด มุมที่ผมชอบไปนั่งพักผ่อน คือ มุมตรงห้องนั่งเล่น และสระน้ำอากาศตอนเย็นๆ จะชิลมาก ยิ่งเปิดเพลงท่วงทำนองเบาๆ ก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศ บรรยากาศช่วงเย็นตอนพระอาทิตย์ตกจะตกด้านหลังบ้านตรงแม่น้ำพอดี สีทองฟ้าจะเป็นสีส้มสวยงามราวกับภาพวาดเลยครับ”

สำหรับมุมห้องนอนหนุ่มโสด สะท้อนบุคลิกเป็นคนเรียบง่าย ใช้โทนสีขรึมเพื่อคูลดาวน์กับชีวิต ไม่ต้องเร่งรีบนัก เพราะห้องนอนก็ควรเป็นส่วนที่ให้อารมณ์พักผ่อนจริงๆ

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์