posttoday
ชื่นชม ศรัทธา ปาฏิหาริย์ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ

ชื่นชม ศรัทธา ปาฏิหาริย์ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ

21 กรกฎาคม 2556

เมฆวางตัวเป็นก้อนกระจัดกระจายคล้ายขนแกะนับพันตัวลอยฟุ่งอยู่บนนั้น เหนือท้องฟ้าทั่วอาณาเขตวัดบ้านไร่

โดย...ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เมฆวางตัวเป็นก้อนกระจัดกระจายคล้ายขนแกะนับพันตัวลอยฟุ่งอยู่บนนั้น เหนือท้องฟ้าทั่วอาณาเขตวัดบ้านไร่ ในเช้าตรู่ของวันที่มีพิธีบวงสรวงวิหารเทพวิทยาคม หนึ่งในโครงการอุทยานธรรม วัดบ้านไร่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วิหารเทพวิทยาคม ภายในโครงการดังกล่าวประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ศาลาน้ำมนต์ สวนป่าเพื่อปฏิบัติธรรม หอผลิตประปาเพื่อใช้เป็นน้ำดื่มและน้ำใช้ภายในวัดบ้านไร่ เป็นต้น

ความร้อนของอากาศ คลายตัวลงเมื่อผมหลุดเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งตกแต่งภายในด้วยภาพวาดสีสันสวยสด ด้วยฝีมือของศิลปินชื่อก้อง “สัมพันธ์ สารารักษ์”

สิ่งของมากมายถูกจัดเรียงอย่างถูกที่ของมัน มัคคุเทศก์ตัวน้อยกล่าวสวัสดีด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว พร้อมนำชม เธอแนะนำให้เรากราบหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณเสียก่อน พร้อมกำชับว่าให้อธิษฐาน แล้วขอในสิ่งที่อยากได้ เธอเล่าถึงที่มาที่ไปของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างละเอียด

พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เดิมเป็นศาลาการเปรียญหลังเก่าของวัดบ้านไร่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2528 อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่หลวงพ่อคูณใช้พบปะสนทนาธรรมกับบรรดาลูกศิษย์ ก่อนจะปรับปรุงมาเป็นพิพิธภัณฑ์เหมือนเช่นทุกวันนี้เมื่อปี 2552

บริเวณชั้น 1 จัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ ด้านหน้าสุดจะมีหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณในท่านั่งยองๆ คุ้นตา พร้อมให้ประชาชนกราบไหว้ ถัดมาจะเป็นการเล่าเรื่องราวของหลวงพ่อ โดยกล่าวถึงการจำลองกุฏิเดิมของหลวงพ่อ ที่ไม่มีข้าวของเครื่องใช้มากนัก บันไดพาเราขึ้นสู่ชั้น 2 จิตรกรรมรายล้อมได้บอกเล่าที่มาที่ไปของหลวงพ่อ

กล่าวคือ หลวงพ่อคูณเกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ต.ค.2466 ที่บ้านไร่แห่งนี้ มีพี่น้องรวม 6 คน เมื่ออายุ 21 ปี จึงได้บรรพชาที่วัดถนนหักใหญ่ โดยได้รับฉายาว่า “ปริสุทโธ” แปลว่า “ผู้บริสุทธิ์”

เกิดในครอบครัวชาวไร่ชาวนาธรรมดาที่ค่อนไปทางยากจน ต้องช่วยพ่อช่วยแม่ทำไร่ไถนา มีคำกล่าวถึงการกำเนิดหลวงพ่อคูณไว้ว่า แม่ทองขาว (แม่หลวงพ่อคูณ) ได้ฝันว่ามีเทวดามามอบดวงแก้ววิเศษให้แม่ทองขาวเก็บรักษาไว้ เป็นนิมิตอันดี

ด้วยมีความฝันเล็กๆ อยากเป็นหมอเพลงโคราช หลวงพ่อเคยไปหัดเรียนกับครูสนหมอเพลงชื่อดังในสมัยนั้น แต่ฝันของท่านก็มีอันเลิกล้ม กลับมาช่วยที่บ้านทำนาเหมือนเดิม ครั้งหนึ่งหลวงพ่อเป็นลมหมดสติในขณะที่ทำนาอยู่ โยมน้าเห็นท่าไม่ไหว แนะนำให้หลวงพ่อไปบวชเรียน โดยขณะนั้นท่านได้อธิษฐานว่า ท่านจะช่วยเหลือคนให้พ้นทุกข์ และถ้ามีเงินทอง ก็จะบริจาคให้หมด

นี่คือเนื้อหาที่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าการกำเนิดของอริยสงฆ์แห่งที่ราบสูง รวมทั้งเส้นทางการออกจาริกบุญ จาริกธรรม หลวงพ่อคูณใช้เวลา 3 ปี ในการออกธุดงค์ ผ่านประเทศไทย ลาว กัมพูชา ในระหว่างที่ท่านออกธุดงค์ท่านก็ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาและช่วยเหลือชาวบ้าน

หลังจากที่ท่านกลับจากธุดงค์ ก็เริ่มพัฒนาวัดในปี 2495 สร้างโบสถ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ยามแล้ง สร้างโรงเรียนวัดบ้านไร่ โดยเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ชาวบ้านไร่เห็นศรัทธาอันแน่วแน่ของท่านต่างร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาบ้านไร่ให้มีความเจริญขึ้นตามลำดับ

หลวงพ่อคูณได้ชื่อว่าเป็นพระนักพัฒนา นอกจากจะเก่งกล้าอาคมตามที่เข้าใจกันมา ยิ่งเฉพาะเครื่องรางของขลัง แต่ในมุมหนึ่งท่านเป็นพระนักพัฒนา มีการกล่าวกันว่าท่านเป็นพระนักบริจาค ตลอดการดำรงพรรษาของท่านได้บริจาคมานับพันล้าน แต่ครั้งที่สำคัญในชีวิตท่านคือการได้ร่วมทำบุญกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยครั้งนั้นได้ถวายเงิน 100 ล้านบาท แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกลับคืนให้ เพื่อตั้งเป็นมูลนิธิอาหารกลางวันหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ สำหรับนักเรียนใน อ.ด่านขุนทด

ชั้นสองแห่งนี้นอกจากส่วนที่บอกเล่าความเป็นมาของท่านแล้ว ยังมีส่วนจัดแสดงที่เรียกว่า “มรดกทาน มรดกธรรม” เป็นห้องที่แสดงรูปหล่อหลวงพ่อ ตาลปัตรพัดยศ ใบประกาศเกียรติคุณ ชุดครุย สิ่งของต่างๆ ที่มอบให้แก่ท่าน ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “เวลาที่มีผู้นำปัจจัยมาถวาย หลวงพ่อคูณจะถือว่า เขามาฝากทำบุญต่อ ไม่ได้ให้ท่านเก็บไว้ เพราะฉะนั้นท่านจึงบริจาคทั้งหมด”

ไม่เว้นแม้แต่พินัยกรรมที่ท่านสั่งเสียไว้ให้มอบร่างกายของท่านเมื่อมรณภาพแล้วให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทยศาสตร์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิชาแพทย์

บริเวณชั้นล่าง ด้านหนึ่งจะเป็นที่รวบรวมเครื่องรางของขลังของหลวงพ่อ นับตั้งแต่รุ่นแรกจนรุ่นปัจจุบัน ถัดมาเป็นส่วนจัดแสดงที่เรียกว่า “ให้แล้วรวย” เป็นการออกแบบต้นไม้ที่แตกดอกออกผลเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่ท่านได้ให้ไว้กับสังคม ผมสะดุดกับข้อความหนึ่งที่ว่า “ให้แล้ว อย่าหวังและอย่าทวง” “ขึ้นชื่อว่าบุญ มีอะไรก็ทำไป อย่าไปเลือกว่าบุญมากบุญน้อย ทำไปก็มากเอง”

กลิ่นธูปคละคลุ้งไปทั่ววัดบ้านไร่ เมื่อพิธีบวงสรวงเริ่มต้น เบื้องหน้าเป็นวิหารรูปร่างใหญ่โต สะพานพญานาคสองสีเหมือนซ่อนความหมายบางอย่างไว้ ไม่ต่างกับเนื้อหาของธรรมที่ถูกซ่อนไว้ยังวิหารแห่งนี้

เกรียงไกร จารุทวี รองประธานกรรมการวัดบ้านไร่ คลายปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ของวิหารแห่งนี้คร่าวๆ ว่า “อยากให้วิหารเทพวิทยาคมแห่งนี้ เป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม อยากให้คนมาที่นี้ได้ทบทวนธรรมะของพระพุทธเจ้า ขอแค่ข้อเดียว เช่น เรารักพ่อแม่ไหม ก็ขอให้ยึดธรรมะข้อนั้นไปตลอด เหมือนมาทบทวนหลักธรรมในมงคล 38”

นอกเหนือจากปริศนาธรรมที่แฝงตามกำแพงวิหารแล้ว เราจะพบความวิเศษบรรจงของงานเซรามิกนับล้านๆ ชิ้นที่เกิดจากการประดิดประดอยของชาวบ้านไร่ ดั่งคำของศิลปินเอก สัมพันธ์ สารารักษ์ หัวหน้าศิลปินที่ควบคุมงานศิลปะทั้งหมดภายในวิหารได้เกริ่นไว้ “ชาวบ้านไร่ที่ไม่ประสางานศิลปะมาช่วยกันทำ แม้แต่เด็กตัวน้อยที่มาวาดคติธรรมตามรั้ว ผมมองว่ามันก่อเกิดศิลป์สามัคคีขึ้นในหมู่ชาวบ้านไร่ และศิลปินหลายๆ ท่านที่มาร่วมงาน ผมเห็นหลายคนลดอัตตาของตนเองและร่วมกันสร้างงานที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้น”

“ผมอยากจะพยายามให้วิหารแห่งนี้เสร็จก่อนเดือน ต.ค.นี้ หรือเป็นไปได้จะทำการเปิดในวันเกิดของหลวงพ่อคูณเลย” เกรียงไกร บอกความในใจ

ใครคนหนึ่งเคยเถียงว่าเรื่องปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดพร่ำเพรื่อ แต่สำหรับผมคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เหนือปาฏิหาริย์เหมือนคำพูดของเกรียงไกรที่หล่นไว้ระหว่างสัมภาษณ์ ที่ทำให้เขาได้มาทำงานนี้ราวปาฏิหาริย์

ข่าวล่าสุด

ราชกิจจาฯ อภัยโทษ 2569 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์พ้นโทษจำคุกทันที

ราชกิจจาฯ อภัยโทษ 2569 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์พ้นโทษจำคุกทันที