
ลองสเตย์ของชาวญี่ปุ่น ตอนที่ 1
ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการพำนักระยะยาว หรือที่คุ้นหูกันว่า “Long Stay”
ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการพำนักระยะยาว หรือที่คุ้นหูกันว่า “Long Stay” โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มาลงทุนธุรกิจในประเทศไทยมานานหลายสิบปี หากเราสนใจที่จะพัฒนาธุรกิจในด้านนี้ มีสิ่งน่ารู้น่าศึกษาอยู่ไม่น้อย
Long Stay คืออะไร มีกี่แบบ
การพำนักอาศัยตั้งแต่ 2 อาทิตย์ขึ้นไป จนถึงหลายเดือน หรือเป็นปีก็ได้ วัตถุประสงค์ในการพำนักอาศัยก็มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่
เปลี่ยนบรรยากาศ
ท่องเที่ยว พักผ่อน จากการลาพักร้อน หยุดประจำปี
ประชุม สัมมนา งานนิทรรศการ หรือที่รู้จักกันดี คือ MICE (Meeting, Incentive, Conference, Exhibition)
เล่าเรียน หรือศึกษาหาความรู้เฉพาะทาง
หนีหนาว เช่น ผู้ที่มาจากประเทศที่มีอากาศหนาว มีหิมะตก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความสามารถทนหนาวได้น้อยกว่า
รักษาตัว
อยู่ไหนเอ่ย
จากสถิติปี 2555 จังหวัดที่คนญี่ปุ่นอยู่อาศัยมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ศรีราชา (ชลบุรี) เชียงใหม่ ภูเก็ต โดยเฉพาะศรีราชา เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมที่มีบริษัทญี่ปุ่นมาตั้งจำนวนมาก
ปากต่อปาก
คนญี่ปุ่นเป็นชาติอนุรักษนิยม การนำเสนอบริการ หรือธุรกิจใหม่ใช้คนญี่ปุ่นอธิบาย หรือนำเสนอจะดีที่สุด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อสวยหรูแบบใดก็ตาม ก็ไม่มีผลกับการตัดสินใจมากเท่ากับคนญี่ปุ่นด้วยกันแนะนำ
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
คนญี่ปุ่นเวลาจะลงมือทำอะไรแล้ว จะมีการหาข้อมูล เป็นระเบียบแบบแผน เป็นขั้นเป็นตอน มีการเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และใช้เวลาในการตัดสินใจพอสมควร ความอดทน พากเพียร เสมอต้นเสมอปลาย เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นคาดหวัง แต่หากเมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เช่นกัน
คู่กัน ก็เตียงคู่
สำหรับเจ้าของโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม คนไทยควรทราบว่าคู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่นนิยมเลือกนอนแยกเตียงกัน เป็นเตียงคู่ มากกว่า
พอดี พอดี
หลายคนทราบดีว่า ขนาดห้องพักในญี่ปุ่นมีขนาดเล็ก เพราะที่ดินราคาแพง เช่น ห้องขนาด 8 เสื่อ (12.96 ตร.ม.) และเชื่อว่าการออกแบบห้องพักให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติมาก เช่น พื้นที่ห้องใหญ่กว่า 30 ตร.ม. คือข้อได้เปรียบ ความเชื่อดังกล่าวถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะความเป็นจริง ขนาดพื้นที่ห้องที่ใหญ่เกินไปกลับกลายเป็นข้อด้อย เพราะคนที่คุ้นเคยกับห้องขนาดเล็กจะรู้สึกวังเวงเกินไป
การศึกษาข้อมูลความต้องการของคนญี่ปุ่น เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสามารถออกแบบบริการให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มิเช่นนั้นผู้ประกอบการ นักลงทุนทั้งหลายจะกลายเป็นขุนศึกที่ไปตายเอาดาบหน้ากันหมด







