posttoday

‘คู่หู’พ่อลูก ‘นทีคล้ายเดือน พานิชชีวะ’

20 กรกฎาคม 2556

สำหรับชีวิตของลูก ผู้ที่เป็น “เพื่อนคนแรก” มักเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง และสมาชิกในครอบครัว แต่น้อยคนนักที่เติบโตขึ้นมาแล้ว “พ่อกับลูก” จะกลายมาเป็นเพื่อนคู่หู

โดย...วารุณี อินวันนา

สำหรับชีวิตของลูก ผู้ที่เป็น “เพื่อนคนแรก” มักเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง และสมาชิกในครอบครัว แต่น้อยคนนักที่เติบโตขึ้นมาแล้ว “พ่อกับลูก” จะกลายมาเป็นเพื่อนคู่หูอยู่ร่วมงานในองค์กรเดียวกัน

แต่คู่นี้ “คล้ายเดือน พานิชชีวะ” และ “นที พานิชชีวะ” เส้นทางชีวิตของทั้ง 2 กลายมาเป็น “คู่หูเพื่อนร่วมงาน” พ่อลูก ด้วยความตั้งใจ ทำให้เกิดความใกล้ชิดเพิ่มขึ้นทวีคูณ

คล้ายเดือน พานิชชีวะ ใครๆ เห็นเธอก็เรียกเธอว่า “สาวน้อยหน้าหวาน” แต่ ณ วันนี้ในบทบาท “ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร” บริษัท ไทยศรีประกันภัย ต้องเพิ่มคำนิยาม “สาวออฟฟิศ” พ่วงเข้ามาอีก

วันที่เจอะเจอคล้ายเดือน เธอแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว บุคลิกนิ่ง สุขุม ยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าที่พกพาประสบการณ์การทำงานมาไม่น้อย

ขณะที่สนทนา เธอจะแทนตัวเองว่า “คล้าย” เป็นลูกสาวคนโตของคุณพ่อนที และคุณแม่พรสวรรค์ พานิชชีวะ มีน้องสาว 2 คน กับน้องชาย 1 คน

จากประวัติการศึกษาทำให้เห็นความหลากหลายทางความคิดและความรู้ ที่ไม่ได้ทุ่มไปทางใดทางหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง ศิลปะ มัลติมีเดีย ธุรกิจการเงิน การลงทุน และธุรกิจสื่อ มีดีกรีปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากสาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ซิตี้ และเกียรตินิยมอันดับ 2 สาขามัลติมีเดีย ดีไซน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

การขวนขวายหาความรู้เธอไม่หยุดแค่นั้น คล้าย คว้าปริญญาโทในวิชาสาขาการออกแบบระบบการวิเคราะห์และการจัดการข้อมูลจาก ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ โพลิติคอล แอนด์ ไซเอนซ์ จากประเทศอังกฤษ ดีกรีไม่ธรรมดา

เธอเริ่มเล่าว่า “คล้าย” ชอบกราฟฟิกดีไซน์ค่ะ จะถนัด Adobe Photoshop และAdobe Illustrator มาก เพราะคิดว่าน่าจะนำมาใช้ในงานได้หลายอย่างเลยเลือกเรียนทางนี้ เคยฝึกงานด้านสื่อที่นิตยสารคอสโมโพลิแทน และ EPG ไพรเวท แบงก์กิ้ง ที่สิงคโปร์ ด้านการซื้อขายสกุลเงิน

เคยผ่านงานที่ บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร ด้านการจัดสรรสินทรัพย์ และการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ในการให้ความช่วยเหลือคำปรึกษาทางการเงินในการซื้อขาย และช่วยดูแลเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ของครอบครัว

เธอบอกว่า ที่ต้องมาเป็นเพื่อนคู่หูในการทำงานในองค์กรเดียวกันกับคุณพ่อ เพราะ “คล้าย” เห็นคุณพ่อเหนื่อย ก็เข้ามาช่วยงานคุณพ่อในธุรกิจประกันวินาศภัยเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นงานที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน แต่น่าสนใจ เพราะบริษัทกำลังอยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจว่าประกันภัยคืออะไร

คล้ายเคยเรียนด้านประชาสัมพันธ์มา ก็เข้ามาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ จึงดึงดารา นักร้อง ที่เป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสื่อความหมายออกไปผ่านกิจกรรมต่างๆ

อาจจะด้วยการไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ระบบการศึกษาที่นั่นจะทำให้มีความเป็นตัวของตัวเอง คิดเอง และทำเอง แต่พอมาทำงานที่นี่คุณพ่อจะสอนเรื่องความอ่อนน้อม เรื่องการให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน

เธอบอกว่า “คล้าย” เป็นพนักงานคนหนึ่ง อยู่ในสายงานบังคับบัญชาของใครก็ต้องเคารพเขา รับฟังคนอื่นด้วย และต้องใจเย็น พอทำงานได้สักพักทำให้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น

คุณพ่อจะสอนว่า ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์มาก่อน แต่ก่อนจะถามต้องไปศึกษาเรื่องนั้นมาก่อน และใครอยากให้ช่วยอะไร ก็พร้อมจะช่วย ความเป็นเพื่อนร่วมงานทำให้ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณพ่อมากขึ้นๆๆๆ

เรียกว่า ต้องคุยหารือกันทุกวันไม่ใช่แค่ประสาพ่อลูก แต่ลึกลงไปในลักษณะของคู่หู คู่คิด

ใกล้ชิดในการทำงานไม่พอ คล้ายบอกว่า เราก็มีวันครอบครัว คือ วันพุธ ทุกคนจะต้องมาเจอหน้ากัน พ่อแม่ และลูกๆ อีก 4 คน อาจจะไปทานข้าวร่วมกัน พูดคุยกัน

คุณพ่อจะชอบหาร้านอร่อยๆ ส่วนวันหยุดก็จะไปพักผ่อนต่างจังหวัด หรือเล่นแบดมินตัน ปั่นจักรยาน และเรายังมีการตั้ง Group chat family ไว้คุยกัน ทุกคนเห็นว่า คุณพ่อเหนื่อยมามาก ถ้าน้องชายเรียนจบเขาก็จะเข้ามาช่วยงานคุณพ่อเหมือนกันค่ะ

จากการที่มีความคิดของตัวเอง แต่ก็พยายามปรับเพราะโตขึ้นเรื่อยๆ “คล้าย” พยายามไม่เถียง จะฟังและพูดด้วยเหตุผลมากขึ้น ใจเย็นขึ้น จากการฝึกนั่งสมาธิ และทำบุญตักบาตร โดยมีคุณพ่อ และคุณแม่ เป็นแบบอย่าง

ฟากคุณพ่อ “นที พานิชชีวะ” ถือเป็นคนที่งานล้นมือ เพราะนอกจากจะนั่งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยศรีประกันภัย แล้ว ยังนั่งเป็นประธานในอีก 7 บริษัท เช่น บริษัท พันธุ์ทิพย์พาร์ค บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ในอีก 2 บริษัท และกรรมการในอีก 4 บริษัท เช่น เกาะช้าง ไอร์แลนด์รีสอร์ท บริษัท อุตสาหกรรมเกลือบริสุทธิ์

นที กล่าวถึงลูกสาวที่กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานว่า คำว่า “เพื่อน” จะแตกต่างไปจากเพื่อนทั่วๆ ไป เพราะระหว่างคำว่าเพื่อนยังเป็นพ่อด้วย แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อเรา 100% เพราะสไตล์เด็กรุ่นใหม่จะชอบคิดเอง และจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ตัวเองสร้างขึ้น

ผมเพียงชี้ช่องให้เท่านั้น ที่เหลือเขาจะนำกลับไปคิดเองว่าจะต้องทำอย่างไร

การสอนนั้นนทีบอกว่าจะแตกต่างจากรุ่นผมที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนจะสอนว่า ต้องทำยังไง เริ่มตั้งแต่ 1 ไป 2 ไป 3 แต่จะใช้วิธีแบบนั้นมาสอนคนรุ่นนี้ไม่ได้แล้ว เขาจะไม่ยอมรับ ต้องให้เขาเรียนรู้เอง แล้วเราคอยดู คอยให้คำปรึกษา

นที บอกว่า ส่วนใหญ่จะสอนคล้ายในเรื่องของเรื่องความอดทน เพราะการทำธุรกิจนั้น หัวใจสำคัญต้องอดทน สอนให้เขาเห็นว่ามีคนที่จะต้องดูแล ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ เพราะคนรุ่นใหม่ยังมองไม่เห็นในบางเรื่อง คนรุ่นผมมีหน้าที่คอยประคับประคองคนรุ่นลูก

นที กล่าวว่า แม้จะเป็นลูกรัก แต่ก็ไม่ได้ให้อภิสิทธิ์พิเศษในการทำงาน แต่เส้นทางหรือรูปแบบการทำงานจะเหมือนพนักงานคนอื่นๆ คือ ถ้ามีความสามารถเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงานก็จะไต่เต้าไปเรื่อยๆ ถ้ามีข้อจำกัดอะไรก็ต้องเรียนรู้ และต้องรอเวลาในการสะสมประสบการณ์

ในฐานะที่เป็นพ่อลูก เป็นครอบครัว ต้องยอมรับว่า เมื่อลูกโตขึ้นเวลาไม่ค่อยจะลงตัวกันเท่าไหร่นัก ต่างก็มีวิถีของแต่ละคน แต่พยายามที่จะดึงเวลาของครอบครัวกลับคืนมาให้เหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ที่จะไปไหนมาไหนเป็นครอบครัว เช่น ในหนึ่งสัปดาห์จะต้องทานข้าวด้วยกัน หรือ ไปเที่ยวด้วยกัน เล่นกีฬาบ้าง เพื่อไม่ให้ห่างกันเกินไป

นที บอกว่า ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่แน่นอนว่าลูกจะต้องไปถึงตำแหน่งไหนในบริษัท แต่จะปล่อยให้ขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่กำลังสะสม ยังมีเวลาเก็บเกี่ยวอีกนานเพราะชีวิตเขาเพิ่งเริ่มต้น

เป็นการเริ่มต้นที่มีพ่อเป็นคู่หูคอยโค้ชชิ่ง และชี้แนะ

ข่าวล่าสุด

เตือนประชาชน เช็ค AIS ก่อนแชร์! ลดข่าวคลาดเคลื่อน กรณีเรือบรรทุกน้ำมัน