
แบบนี้ล่ะชีวิต อัชเชอร์
...เพ็ญแข
ดีกรีความฮอตของหนุ่มคนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหลายขีด เมื่อ อัชเชอร์ ประกาศหย่าขาดจากภรรยา กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง
หนึ่งในป๊อปสตาร์ระดับโลก หนึ่งในนักร้องที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2000 เจ้าของ 8 เพลงอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ต เจ้าของ 5 รางวัลแกรมมี่ 19 รางวัลบิลบอร์ด 4 รางวัลเวิลด์มิวสิก 7 รางวัลโซลเทรน 4 รางวัลอเมริกันมิวสิก 4 รางวัลเบต 4 รางวัลเรดิโอมิวสิก 3 รางวัลเอสแคป 4 รางวัลเอ็มทีวี และ 2 รางวัลพีเพิลส์ชอยส์ ผู้ขายผลงานได้มากกว่า 40 ล้านแผ่นทั่วโลก!!!
นอกจากเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จแล้ว อัชเชอร์ ยังมีผลงานแสดงซีรีส์และภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เป็นเจ้าของสังกัดชื่อ US Records ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ J Records ของ ไคลฟ์ เดวิส และ โซนี่ บีเอ็มจี ซึ่งมีส่วนให้กำเนิดดาวรุ่งมาแรงอย่าง จัสติน บีเบอร์ และอื่นๆ อัชเชอร์ยังเป็นหุ้นส่วนทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เปิดร้านอาหาร และทำงานการกุศลตลอดมา
ไม่มากคนนักหรอกที่ทำได้อย่าง อัชเชอร์ !!!
ย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัว หนุ่มน้อย อัชเชอร์ เรย์มอนด์ ที่สี่ จากเมืองดัลลัส เทกซัส แนะนำตัวให้ผู้คนรู้จักในฐานะนักร้องด้วยเพลงในการบันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตขณะเขาอายุได้แค่ 13 ปี และเพลงนั้นถูกนำไปประกอบหนัง Poetic Justice ซึ่งแสดงโดย เจเน็ต แจ็กสัน และ ทูพัก ชาเคอร์
จากนั้น อัชเชอร์ จึงมีอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมาเมื่ออายุ 16 ปี โดยมี Think of You เป็นแทร็กฮิต เขาโด่งดังเป็นพลุแตกกับอัลบั้ม My Way ที่ตามออกมาในปี 1997 โดยเฉพาะเพลง You Make Me Wanna ที่ใครๆ ก็ร้องได้ทั่วโลก ปีนั้นอัชเชอร์ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขานักร้องอาร์แอนด์บีชายยอดเยี่ยม
ตอกย้ำความสำเร็จด้วย 8701 ซึ่งมีซิงเกิล U Remind Me ดังระเบิดเถิดเทิงและทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมี่มาครอง อัชเชอร์เฉลิมฉลองชีวิตศิลปินดังด้วยอัลบั้ม Confessions ที่ขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่นในสัปดาห์แรกที่ออกจำหน่าย และ 4 ปีต่อมาเขาจึงมี Here I Stand ออกวางขาย ในงานชุดนี้ อัชเชอร์ บอกกับคนฟังว่า ตัวเขานั้นเปลี่ยนไปแล้วเพราะการแต่งงานและการเป็นพ่อคน
แต่เป็นพ่อและสามีอยู่ได้ไม่นาน ชีวิตของ อัชเชอร์ ก็เปลี่ยนสถานะอีก (แล้ว)
อัลบั้มชุดที่ 6 Raymond v. Raymond ของ อัชเชอร์ ออกวางขายเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา และเปิดตัวอย่างสวยงามในอันดับ 1 บนบิลบอร์ดชาร์ต
ดนตรีของอัลบั้มนี้มีความหลากหลายแต่ก็กลมกลืนน่าฟัง เป็นผลงานจากยอดฝีมือรวมถึง เจอร์เมน ดูปรี เสียงร้องเนียนนุ่มของ อัชเชอร์ ซึ่งทำให้เขาเป็น
“เซ็กซ์ซิมโบล” แห่งวงการเพลงนั้นยังคงอยู่ พร้อมด้วยวิธีการร้องเก๋ไก๋ชวนหลงใหล ในเพลงช้าๆ เขาร้องเพลงและแต่งเพลงได้ลงตัวกว่าเก่า ท่อนฮุกติดหูแบบไม่ต้องพยายาม (มาก) หลายเพลงเหมาะสำหรับฟลอร์เต้นรำในคลับงานชุดนี้ออกมาหลังจากนักร้องหนุ่มประกาศหย่ากับ ทาเมคา ฟอสเตอร์ จึงไม่แปลกที่จะทำให้ใครๆ คิดว่า เนื้อหาบทเพลงในงานชุดนี้ต้องเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ที่ไม่สมหวังแน่ๆ
ชื่ออัลบั้ม Raymond v. Raymond น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Kramer vs. Kramer ซึ่งเล่าถึงการหย่าร้างและการต่อสู้เพื่อแย่งของสามีภรรยาคู่หนึ่ง เมื่อได้ฟัง Papers ซิงเกิลที่ออกมาตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว หลายๆ คนก็คงจะบอกว่า เห็นมั้ยล่ะ
เป็นเพลงอาร์แอนด์บีจังหวะปานกลาง และ Papers ที่ว่านั่นก็คงจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากใบหย่า อัชเชอร์ เล่าว่า ถึงจะรักกันมากแค่ไหน เคยให้กันและกันมากเพียงไร แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน
“กระดาษ” แผ่นสองแผ่นก็ไม่อาจจะฉุดรั้งไว้ได้ และเพลงนี้ก็บอกคนฟังว่า เมื่อความรักเข้าตา ทำให้บางคนหลงลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งแม่ของตัวเอง ฟังเพลงนี้แล้วคงจะไม่มีใครเป็นอย่าง อัชเชอร์ อีก!!!Guilty เป็นเพลง
“คดีรัก” ที่ฝ่ายชายถูกพิพากษาว่า ผิด เพียงเพราะมีผู้หญิงมารักมาชอบเขาเอง ส่วน Foolin’ Around พูดถึงการเลิกร้างที่มีเหตุมาจากชายหนุ่มโกหกและนอกใจฟังๆ ไปแล้ว ในอีกทางหนึ่งอัลบั้มนี้ก็เหมือนกับประกาศเป็นนัยว่า อัชเชอร์ พร้อมจะกลับมาเป็น
“เพลย์บอย” อีกครั้ง สาวๆ ระวังตัวไว้ให้ดีเพลง So Many Girls พาคนฟังเดินทางไปบรรยากาศปาร์ตี้ที่มีสาวๆ มากหน้าหลายตา ตามด้วยเรื่องเล่าแปลกๆ หน้าบาร์ใน Lil Freak ระหว่างนั้นก็จะหันไปเห็นใครบางคนที่เซ็กซี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าจนทำให้ต้องร้อง OMG และบังเกิดเป็นรักแรกพบ เพลงนี้มี วิล.ไอ.แอม. แห่ง แบล็กอายด์พีส์ มาร่วมงานด้วย
อื่นๆ ที่เหลือเป็นเพลงที่พูดถึงความพยายามสร้างสมดุลให้กับชีวิตการงานและเรื่องราวส่วนตัว โดยรวมแล้วนี่คือ เรื่องราวของการเติบโต ชัยชนะ การพ่ายแพ้ และความสุขคละเคล้า แบบนี้ล่ะชีวิต (ของอัชเชอร์)
เป็นอัลบั้มซึ่งได้มาตรฐานดั้งเดิมของศิลปินหนุ่มคนนี้ โดยไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้ตื่นเต้นเร้าใจนัก ถ้าคุณยังไม่เบื่อเรื่องราวชีวิตของ อัชเชอร์ ซะก่อน นี่คือ อัลบั้มอาร์แอนด์บีที่น่าฟัง







