ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล วินัยทางการเงินที่ดีชีวิตมีสุข
ชายหนุ่มวัย 30 กว่าๆ หน้าตากระเดียดไปทางญี่ปุ่น เขาเดินมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แนะนำตัวเองว่าชื่อ ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกุล
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ชายหนุ่มวัย 30 กว่าๆ หน้าตากระเดียดไปทางญี่ปุ่น เขาเดินมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แนะนำตัวเองว่าชื่อ ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกุล เป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส (ศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ) ในเครือธนาคารกรุงศรี เขาเกิดและเติบโตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียนที่นั่นจนถึงชั้นไฮสคูล โดยไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่ไปทำธุรกิจอยู่ที่นั่น ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่เขาก็ยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่เขากลับมาเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อินเตอร์) โดยเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ นอกจากนี้เขายังไปอบรมด้านต่างๆ ด้านการเงินอีกหลายโปรแกรม และยังเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยเอแบคอีกด้วย ตอนอายุ 18 ปี ขณะเรียนปริญญาตรี เขาเคยเข้าประกวดหนุ่มแพรวและเข้ารอบลึก ปีเดียวกับ ป้องณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์
หลังจบการศึกษาเขาทำงานเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินและธุรกิจ โดยเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์อยู่เกือบ 3 ปี แล้วย้ายไปทำงานที่บริษัท AIG สังกัดทีมที่ฮ่องกง ซึ่ง AIG ในส่วนที่เขาทำงานนั้นจะดูแลทางด้านการซื้อขายธุรกิจให้กับกลุ่ม AIG ที่จะสนใจกลุ่มธุรกิจด้านสถาบันการเงิน ซึ่งในส่วนของบริษัท ศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ นั้น เขาก็เป็นผู้ดิวธุรกิจให้ และกลุ่มธนาคารกรุงศรีก็มาเทกโอเวอร์ต่อไปอีกครั้ง ซึ่งตั้งแต่ AIG เข้ามาซื้อศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ เขาก็เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารมาตลอด 6 ปี ปัจจุบันเขาดูแลด้านการสื่อสารการตลาด และด้านพัฒนาธุรกิจ เพื่อแสวงหาช่องทางใหม่ๆ เสนอบริการใหม่ๆ ไปสู่ลูกค้า รวมทั้งหาคู่ค้าทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
เปิดโอกาสทางการเงินให้ลูกค้ารายย่อย
จุดเด่นของบริการของเขาก็คือ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อย เช่น กลุ่มลูกค้าในย่านตลาดสด เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มรายย่อยจริงๆ โดยมีวงเงินเริ่มต้นตั้งแต่ 5,000-30,000 บาท เพื่อช่วยให้คนเหล่านี้เข้าถึงแหล่งการเงินที่เป็นระบบ มีความชัดเจน ตรงไปตรงมา โดยที่ไม่ต้องไปเสี่ยงกับเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก และมีระบบการทวงหนี้ที่โหดร้าย แต่ก็มีลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้คือ พวกติดเหล้า เล่นการพนัน คือเรามีระบบหาข้อมูลใกล้ชิด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารการเงินให้ตรวจสอบ เราก็ดูจากพฤติกรรมประกอบด้วย
“เราคิดดอกเบี้ยในมาตรฐานที่ธนาคารรองรับได้ เมื่อลดต้นก็ลดดอกตามลงไปด้วย ที่สำคัญจะช่วยให้เขามีบันทึกการใช้จ่ายที่เป็นระบบมากขึ้น ในอนาคตสามารถนำประวัติการเงินแบบที่เราบันทึกให้ ไปใช้เป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารทั่วไปได้ในอนาคต ซึ่งเป็นการช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นมีระบบการเงินที่มีวินัยขึ้น สร้างโอกาสทางการเงินให้เขาได้ในอนาคต ที่สำคัญเราไม่มีระบบทวงหนี้แบบน่ากลัว เราทำงานได้มาตรฐานใกล้เคียงกับธนาคารทั่วไป แต่เราเจาะกลุ่มรายย่อยเข้าไปอีก ทำให้ลูกหนี้นอกระบบมาเป็นลูกหนี้ในระบบที่ถูกต้อง บางคนไม่เคยไปทำอะไรที่แบงก์ เราก็จัดเจ้าหน้าที่ไปตั้งโต๊ะบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าด้วย” เขากล่าวอย่างภูมิใจ
หลังจากเปิดตลาดมาได้ 2 ปี เขามีลูกค้ากลุ่มนี้ประมาณ 3,000 ราย และมีหนี้เสียไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ จุดแข็งอีกอย่างในการทำธุรกิจของบริษัทเขาก็คือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เริ่มตั้งแต่เล็กๆ อย่างรถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก จนถึงรถสิบล้อขนาดใหญ่ ซึ่งทำต่อเนื่องมาตลอด 30 ปี
สำหรับนโยบายปีหน้าก็คือ จะมุ่งเน้นการเปิดสาขาเพิ่ม และเน้นสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ได้คุณภาพมากขึ้น เช่น สินเชื่อรถไถ สินเชื่อสิบล้อ รถใหญ่ รวมทั้งขยายตลาดในกลุ่มคนรากหญ้าให้ถึงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีวงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 5,00010 ล้านบาท “เราเป็นนันแบงก์ ดังนั้นจะเจาะกลุ่มตลาดไปยังตลาดที่มีคู่แข่งน้อย หรือรายย่อยมากๆ ที่แบงก์เขาไม่สนใจจะปล่อยสินเชื่อกัน ที่สำคัญ ดอกเบี้ยที่เราเสนอไม่ได้แตกต่างจากแบงก์มากนัก”
เขาบอกว่าแม้จะทำตลาดกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากๆ วงเงินในการปล่อยต่อ 1 รายไม่สูง แต่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในการจะขยายตลาดแต่ละครั้งทั้งในกลุ่มเกษตรกร แม่ค้า ถ้าหากรู้จักศึกษาพฤติกรรมก็สามารถออกบริการการเงินมาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้จริงๆ โดยทำตลาดได้เวิร์ก หนี้เสียแทบไม่มีเลย
ให้ความรู้พื้นฐานทางการเงิน
นอกจากนี้ เขายังมีนโยบายให้ความรู้แก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ด้วยการเปิดอบรมหรือจัดสัมมนาให้ความรู้พื้นฐานด้านการเงินในแง่มุมต่างๆ แก่กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า เพื่อให้เขาได้มีความรู้ในการไปปรับปรุงวินัยทางการเงินให้ดีขึ้น เพื่อในอนาคตจะได้มีระเบียบทางการเงินมากพอ จะได้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้นอกระบบ แม้ว่าถึงตอนนั้นแล้วเขาอาจจะไม่มาใช้บริการของบริษัทอีกก็ตาม “ไม่เป็นไร แม้เราอาจจะเสียลูกค้า ก็ไม่อยากให้เขาต้องเป็นหนี้ตลอดไป เป็นลูกค้าเราเพียงชั่วเวลาหนึ่งก็โอเคแล้ว” เขากล่าวอย่างจริงใจ
ปิยะศักดิ์ ยังกล่าวต่อถึงแนวโน้มธุรกิจสินเชื่อรายย่อยว่า อนาคตยังมีการเติบโตได้อีกมาก ดังจะเห็นได้จากว่ามีไฟแนนซ์ท้องถิ่นที่บริการไม่โปร่งใส เช่น มีการเลี่ยงภาษี ตกแต่งตัวเลขที่ตรวจสอบได้ยาก ซึ่งบริษัทของเรามีความเป็นระบบ ตรวจสอบได้ง่าย เพื่อช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้ารายย่อยได้ เพราะบริษัทเราก็ต้องรายงานต่อเครดิตบูโรเช่นเดียวกับสถาบันการเงินอื่นๆ อย่างธนาคาร
ทางด้านหลักการทำงานนั้น เขาบอกว่าในฐานะผู้บริหารควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด โดยรักษาสมดุลให้กับองค์กรทั้งการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรให้เกิดความผูกพันขึ้นในหมู่พนักงาน ให้พนักงานอยู่กันนานๆ โดยไม่ถูกดึงตัว และมีโอกาสก้าวหน้าได้ยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการทำงานอย่างมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และมีสำนึกรับผิดชอบในสิ่งที่ควรจะทำ
สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการทำงานก็คือ เขามีปัญหาในการอ่าน เพราะไม่เคยเรียนอ่านเขียนภาษาไทยมาเลย พูดได้ดี เขียน อ่านค่อนข้างยาก พอมาทำบริการทางการเงินแก่ลูกค้ารายย่อยที่เจาะกลุ่มคนรากหญ้าจริงๆ แรกๆ ก็ยาก เพราะเราไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็ต้องลงไปศึกษาข้อมูลว่าลูกค้าต้องการอะไรจริงๆ ปัญหาของเขาคืออะไร “มาทำตรงนี้ครั้งแรก ผมไม่เข้าใจว่าโรงรับจำนำคืออะไร แต่พอปรับตัวสักพักก็ไปได้ดี พื้นฐานเราเป็นคนไทย อย่างไรก็เข้าใจธรรมชาติของคนไทยได้ดีอยู่แล้ว”
ขณะที่แผนการในอนาคตเขาบอกว่า เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ คุณพ่อทำร้านอาหาร คุณแม่ทำร้านจิวเวลรี่ แน่นอนว่าสักพักใหญ่ๆ เขาคงจะต้องหาธุรกิจที่ชอบทำ ซึ่งเขามีความสนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ระหว่างนี้ก็ทำงานหาประสบการณ์ไปอีกสักพักก่อน และหากมีลูกก็คงกลับไปอยู่อเมริกา เพราะอยากให้ลูกได้เรื่องระบบการศึกษาที่ดีในช่วงแรกของปฐมวัยจนถึงไฮสคูล


