
เมืองสุโขทัย ร่องรอยอารยธรรมไทย
เดี๋ยวนี้การท่องเที่ยวโบราณสถานนั้นน่าเที่ยวกว่าสมัยก่อน มีป้ายบอกความเป็นมาเป็นไป ความสำคัญ มีการจัดการระบบดูแลรักษาที่ดี
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพไม่มีเครดิต
เดี๋ยวนี้การท่องเที่ยวโบราณสถานนั้นน่าเที่ยวกว่าสมัยก่อน มีป้ายบอกความเป็นมาเป็นไป ความสำคัญ มีการจัดการระบบดูแลรักษาที่ดี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวมีความสะอาดน่าเที่ยวน่ามอง โดยเฉพาะที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่เราเพิ่งเดินทางไปเยือนเมื่อไม่นานนี้ไปกับคาราวาน ฟอร์ด เรนเจอร์
ทำไมเราถึงบอกว่าที่นี่น่าเที่ยว อย่างแรกที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเพิ่งปรับปรุงเสร็จได้ไม่นานมีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างที่ 2 สุโขทัยเป็นเมืองที่ไม่อยู่ในเส้นทางแวะของนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางไปภาคเหนือ ทำให้นักท่องเที่ยวมีไม่มากนัก และสุดท้าย หลังการบูรณะซ่อมแซมทั้งหมด ทำให้เราเห็นภาพเมืองสุโขทัยโบราณได้อย่างชัดเจน ว่าขนาดเมืองเท่าไหร่ วัดอยู่ตรงไหน และพื้นที่ต่างๆ ที่เคยปรากฏอยู่ในหลักศิลาจารึกแต่โบราณนั้นเป็นอย่างไรเวลาชาวเมืองเดินทางเขาไม่ได้ลำบาก แค่เดินเท้าขี่วัวควายใกล้ๆ ก็ถึงแล้ว
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานกรุงสุโขทัย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 1819 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เมื่อเดินทางมาถึงที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแล้วให้เสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาท สำหรับเป็นค่าบำรุงรักษา ส่วนคนที่มาครั้งแรกเราแนะนำให้ใช้เวลาเต็มๆ สัก 1 วัน เที่ยวแรกขอให้ใช้บริการรถนำเที่ยวซึ่งจะมีไกด์แนะนำเล่าประวัติความเป็นมาของพื้นที่ต่างๆ
ตรงจุดนี้สำคัญมาก เราจะอินไปกับบรรยากาศหรือซึมซับความรู้ได้ขนาดไหนก็อยู่ที่คนนำเที่ยวนี่ล่ะ หลังจากนั่งรถนำเที่ยวหนึ่งรอบรู้จุดไหนเป็นจุดไหนแล้ว ลองเช่าจักรยานหรือนำจักรยานมาเองเพื่อขี่ชมวิวถ่ายภาพโดยรอบแบบจัดเต็มก็ดีครับ
ขี่ไปรอบๆ กำแพงเมือง ซึ่งกำแพงเมืองสุโขทัยจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นนอกสุดมีด้านยาวประมาณ 2 กม. และด้านกว้างประมาณ 1.6 กม. ขี่ครบรอบก็ระยะทางประมาณ 7 กม.กว่าๆ ปั่นแบบเหนื่อยกำลังดี ตัวกำแพงเมืองโบราณนี้ทำจากดินอย่างง่ายๆ แต่เห็นเป็นแค่ดินก็อย่าได้คิดว่าจะพังทลายได้โดยง่าย อันที่จริงแล้วกำแพงเมืองสุโขทัยเป็นกำแพงที่มีความแข็งแรง ต้นทุนต่ำและดูแลรักษาง่าย
ชาวสุโขทัยจะขุดดินขึ้นมาเป็นกำแพงเมือง โดยมีความสูงที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรวัดมาแล้วคือสูงประมาณตึก 23 ชั้น ดินที่ขุดขึ้นมาได้ก็จะกลายเป็นคูเมืองป้องกันข้าศึกได้ดี และยังใช้คูเมืองนี้ในการสัญจรใช้เก็บกักน้ำได้อีก แต่เท่านี้ยังไม่พอ บรรพบุรุษท่านเล่นขุดถึง 3 ชั้น กลายเป็นกำแพงชั้นนอก กำแพงชั้นกลาง และกำแพงชั้นใน เพื่อชะลอทัพข้าศึกที่จะเข้ามาตีเมือง แต่ปัจจุบันเนื่องจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เมืองนี้เคยถูกทิ้งร้าง ความสูงของกำแพงเมืองจึงลดลง รวมทั้งวัดวาอารามต่างๆ ก็ถูกดินทับถมจนจมลงใต้พื้นดิน ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันยังมีส่วนฐานด้านล่างที่ยังขุดไม่ถึงอีกหลายแห่ง
แต่กว่าเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะเข้ามาบูรณะจนสวยงามในปัจจุบันก็ต้องต่อสู้กันพอสมควร แต่ช่วงเวลาที่น่าภูมิใจที่สุดคือ เมื่อปี พ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย
การได้มาครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือต้องปรับผังเมืองใหม่ ด้วยการยกพื้นที่ทับซ้อนเอกชนออกนอกเขตกำแพงเมืองชั้นนอกสุดออกไป รวมทั้งชาวบ้านที่เข้ามาสร้างบ้านในเขตกำแพงเมืองทั้งหมดต้องยกนิ้วให้กับความกล้าและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ตัดสินใจในครั้งนั้น รวมทั้งชาวบ้านที่เห็นคุณค่าของโบราณสถานบ้านเกิดเมืองนอน ยอมย้ายออกไปอยู่นอกเขตกำแพงเมืองชั้นนอก
จนกลายมาเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด สวยงาม เป็นระเบียบและน่าเที่ยวที่สุด โดยมีจุดแวะชมสำคัญๆ ได้แก่ วัดมหาธาตุ เป็นวัดสำคัญของกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ศิลปะแบบสุโขทัยแท้ ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์ 8 องค์ บนฐานเดียวกัน
ด้านตะวันออกบนเจดีย์ประธานมีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หรือพระพุทธรูปทองตามคำบนหลักศิลาจารึกที่ 1 ว่า “กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม” พระพุทธรูปทองหรือพระศรีศากยมุนี หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ นับเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างสมัยราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงอัญเชิญมาเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม จนถึงปัจจุบัน
จุดต่อมาก็คือ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 ทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุ ลักษณะพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ ขนาด 2 เท่าขององค์จริง ประทับนั่งห้อยพระบาทบนแท่นมนังคศิลาบาตร พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน แท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ด้านข้าง ลักษณะพระพักตร์เหมือนอย่างพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น
ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครเคยเห็นพระพักตร์จริงของพระองค์ท่าน จึงอาศัยจินตนาการและการกล่าวถึงท่านในหลักศิลาจารึกว่าท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระเมตตาต่อประชาชน จึงปั้นพระพักตร์ให้ดูมีเมตตาเหมือนพระพุทธรูป อีกนัยหนึ่งก็ต้องมีความน่าเกรงขามสมเป็นกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย
ด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์จะมีฆ้องร้องทุกข์ให้เราได้ตีแล้วขอพรจากท่าน หรือใครที่มีคดีความใดๆ ไม่ได้รับความยุติธรรมก็มาตีฆ้องแจ้งถึงพระองค์ท่านได้ ชาวบ้านเขาว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก และที่สุดท้ายก็คือพระวิหารสูง เป็นพระวิหารศิลปะแบบอยุธยา เป็นพระวิหารที่มีสระน้ำล้อมโดยรอบตามแนวการสร้างของชาวอยุธยา ซึ่งสร้างขึ้นภายหลังจากที่อยุธยาได้แผ่บทบาทมาสู่แคว้นสุโขทัย ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่จัดแสดงแสงสีเสียงในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อันที่จริงแล้วยังมีจุดท่องเที่ยวอีกกว่า 36 จุดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต้องใช้เวลาเกือบๆ 1 วันเต็มๆ ถึงจะเดินเที่ยวชมได้หมด แต่ก็เป็น 1 วันที่คุ้มค่ากับการได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของสุโขทัยในทุกแง่มุม
เที่ยวอย่างไรที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
1.ร่ม หมวก ครีมกันแดด ปลอกแขนกันดำ เพราะแดดที่นี่แรงมาก แต่ไม่ร้อนเท่าที่อยุธยา เตรียมไว้เถอะรับรองได้ใช้กันแน่ๆ
2.สมาร์ทโฟน ชาร์จไฟให้เต็มเพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากแผ่นป้าย
3.น้ำและข้าวห่อ เตรียมน้ำคนละขวด หาซื้อเมนูอาหารแห้งกับขนมหวานที่ชอบใส่กระเป๋าไว้ จะได้แวะรับประทานใต้ต้นไม้ระหว่างทางสำหรับคนที่ปั่นจักรยาน







