
ริษยา ลดศักยภาพการทำงาน
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
อิสสา หรือ ริษยา เป็นข้อธรรมหนึ่งในพระพุทธศาสนา โดยความหมายได้แก่ เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนดูทนอยู่ไม่ได้ อาการที่เป็นคือจิตใจเกิดความกระวนกระวายกระสับกระส่ายในเมื่อเห็นคนอื่นทำดีแล้วได้ดี เช่น ในการทำงานเห็นคนอื่นทำงานดี เป็นที่รักใคร่ของนาย ก็เกิดความไม่พอใจ ทนดูทนฟังความดีของคนอื่นไม่ได้ จิตใจร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟสุม
พระวิเทศธรรมรังษี หรือ หลวงตาชี เทศนาว่า การที่จะสังเกตความริษยาได้ชัดเจนเพียงไรนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับแรงความริษยาด้วย ถ้าแรงแห่งริษยามาก ก็สังเกตเห็นได้ง่าย โดยแรงริษยานั้นมี 3 ระดับ ดังนี้
1.ความริษยาที่มีแรงหรือกำลังน้อย อาการที่ออกเพียงแต่ทำให้ไม่พอใจ ไม่สบายใจ ในเมื่อเห็นคนอื่นได้ดี แล้วความริษยาก็หายไป
2.ความริษยามีแรงหรือกำลังปานกลาง ซึ่งไม่เพียงไม่พอใจเท่านั้น ไม่มีทางที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมในความดีของคนอื่นอีกด้วย
3.ความริษยาที่มีความรุนแรง นอกจากจะไม่สนับสนุน ไม่สบายใจ ไม่ดีใจ ในความดีของคนอื่นแล้ว ยังหาอุบายทำลายความดีของคนอื่นอีก
ถ้าความริษยาทะลุขั้น 3 ท่านว่าเป็นเหตุทำให้โลกฉิบหาย หมายถึงสามารถทำลายความสงบสุขของคนให้หมดไป บางทีทำลายชีวิตคนที่ตนริษยาให้พินาศ ทำลายสังคมที่อยู่ร่วมกัน ทำลายเพื่อนร่วมงาน ที่สำคัญยังทำลายศักยภาพของตนเองด้วยเพราะใจมัวแต่คิดริษยา คิดหาทางกำจัดเขา แทนที่จะเอาใจและเวลาไปฝึกฝนพัฒนาตนให้มีศักยภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้นายได้เห็นแล้วให้โอกาสแสดงฝีมือ







