
สุดยอดร้องประสานเสียง และเพลงกลองไทโกะ
ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ฤๅอุบายเล่ห์ร้ายขมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพที่ 1 ภัทรชัย ปรีชาพานิช ภาพที่ 29 ทวีชัย ธวัชปกรณ์
“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ฤๅอุบายเล่ห์ร้ายขมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี อีกดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกเช่นกล่าวมานี่ ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ” (จากพระราชนิพนธ์แปลผลงานของ วิลเลียม เช็กสเปียร์ ในรัชกาลที่ 6)
หากครั้งหนึ่งในชีวิต เราได้ฟังดนตรีที่เป็นการขับร้องประสานเสียง และเพลงกลองไทโกะ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะชื่นใจมากแค่ไหน? นี่อาจเป็นคำถามที่ไม่ต้องรอคอยคำตอบอีกต่อไปแล้ว เมื่อมูลนิธิโยนก ร่วมกับมูลนิธิอเมริกันไทย โดย “ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ได้จัดงานแสดงคอนเสิร์ต “Stanford Chamber Chorale และ Stanford Taiko” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งยังเป็นการฉลอง 180 ปี ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐ และเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปี มูลนิธิโยนกและมูลนิธิอเมริกันไทย นอกจากนั้นยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย
สำหรับการขับร้องประสานเสียง ได้รับเกียรติจากคณะนักร้องประสานเสียงสแตนฟอร์ด (Stanford Chamber Chorale) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
“กลุ่มนี้มีสมาชิกจำนวน 24 คนครับ เป็นนักศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอกหลากหลายสาขาวิชา เคยเดินทางไปแสดงในรัฐต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมนี อิสราเอล อิตาลี ฝรั่งเศส และแสดงในโรงละครและหอแสดงที่ขึ้นชื่อของโลก เช่น เคมบริดจ์ ออกซฟอร์ด เบอร์ลิน ฟิลฮาร์โมนิค ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลก รวมถึงนักประพันธ์ระดับแกรมมี่ เช่น คริสโตเฟอร์ ทิน ด้วยครับ”
ดร.นิรันดร์ ได้กล่าวถึงผลงานอันเลื่องชื่อของคณะนักร้องประสานเสียงสแตนฟอร์ด ซึ่งทางมูลนิธิโยนกและมูลนิธิอเมริกันไทยได้เชิญมาเปิดทำการแสดงที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก
“ที่สำคัญ ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้มีการแสดงบทเพลงพิเศษ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน มาขับร้องถวายพระพร ซึ่งคณะนักร้องประสานเสียงสแตนฟอร์ดได้ขับร้องอย่างไพเราะมากๆ ครับ”
นอกจากการแสดงของคณะนักร้องประสานเสียงสแตนฟอร์ดแล้ว ยังมีการแสดงเพลงกลองไทโกะ จากคณะกลองไทโกะ สแตนฟอร์ด (Stanford Taiko Drum) ที่ประกอบไปด้วยนักแสดงจำนวน 14 คน ทำการบรรเลงเพลงกลอง พร้อมลีลาการตีกลองอันน่าระทึกใจ
“เท่าที่ผมรู้มา นักแสดงทั้ง 14 คน ผ่านการคัดเลือกจากหัวกะทิของผู้สนใจสมัครมาเป็นสมาชิก เพราะว่าต้องอุทิศตนในการซ้อมและการแสดง และต้องรักษาเกรดตลอดเวลา ทุกๆ ปี ในเทอมแรกจะรับสมัครนักศึกษาที่สนใจกว่า 100 คน และคัดเลือกให้เหลือเพียง 4 คน เพื่อรับหน้าที่แทนนักแสดงปี 4 ที่จบออกไป”
ดร.นิรันดร์ ยังเผยอีกว่า สมาชิกกลองไทโกะแต่งเพลงเอง และผลิตกลองเอง รวมทั้งฝึกซ้อมกันเองอย่างเข้มข้น โดยมีอาจารย์และหัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์เป็นที่ปรึกษากลองไทโกะ นอกจากนี้ กลองไทโกะยังได้รับเชิญไปเล่นในโอกาสสำคัญของมหาวิทยาลัย เช่น พิธีประสาทปริญญา และงานสำคัญอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับเชิญไปเล่นในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย
“กลองไทโกะเคยเดินทางมาแสดงในประเทศไทยอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในปี 2546 ปี 2549 และปี 2552 ซึ่งก็ประทับอยู่ในหัวใจของคนไทยที่ได้ชม อีกทั้งยังได้รับการเรียกร้องให้กลับมาแสดงอีกอยู่หลายครั้ง”
ดร.นิรันดร์ ย้ำว่า บุคคลสำคัญที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ “ศ.ดร.สตีเฟน ซาโน” หัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์ และวาทยกร มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
“นอกจากท่านผู้นี้จะเป็นวาทยกรที่เก่งกาจแล้ว ยังเป็นอาจารย์ที่อุทิศตนในการสอนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอาจารย์ดีเด่นของมหาวิทยาลัยอีกด้วย”
ดร.นิรันดร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนต่างประเทศให้การยกย่องวาทยกรท่านนี้ว่า เป็นวาทยกรที่มีพรสวรรค์ ที่รังสรรค์เพลงประสานได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง จนหาฟังเพลงประสานที่ดีกว่านี้ได้ยาก
“ผมรู้มาว่า ดร.สตีเฟน ยังเป็นนักเปียโนที่บรรลุความเชี่ยวชาญ ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันมากมายทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังให้ความสนใจในเสียงเพลงประสานเสียงของชนชาวฮาวาย และซีดีของท่านในอัลบั้มเพลง Song from the Taro Path ยังได้เข้ารอบแกรมมี่ 2008 และได้ถูกเผยแพร่อย่างแพร่หลายตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย”
สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้ประจักษ์แก่สายตาของผู้ชมชาวไทยที่ได้เข้าไปชมแล้วสามรอบ ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. ณ โรงละครอักษรา กรุงเทพฯ วันที่ 22 มิ.ย. ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ และวันที่ 23 มิ.ย. ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล จ.ชลบุรี โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
“เรายังเปิดทำการแสดงอีกสามรอบครับ ซึ่งหลังจากนี้เราจะขึ้นเหนือไปทำการแสดงที่เซ็นทรัล พลาซา จ.ลำปาง ในวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 17.00 น. ต่อด้วยสถานกงสุลสหรัฐประจำประเทศไทย จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 18.30 น. และปิดท้ายการแสดงที่เซ็นทรัล พลาซา จ.เชียงราย ในวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 18.00 น.
ยังไงผมก็ขอเชิญชวนพี่น้องชาวเหนือ หรือพี่น้องชาวไทยทั่วทั้งประเทศที่สนใจเข้าร่วมชมการแสดง สามารถเดินทางไปชมการแสดงนี้ได้ตามวันเวลาและสถานที่ดังที่ได้กล่าวมา รับรองว่าคุณจะอิ่มใจไปกับบทเพลงและการแสดงที่หาดูที่ไหนไม่ได้เหมือนอย่างการแสดงนี้ครับ”







