เจิง ปะซา ปสาน กาด เซ
เจิง ปะซา ปสาน กาด เซ มีความหมายอย่างเดียวกันคือตลาด เจิง เป็นภาษาเวียด กัมพูชาเรียกตลาดว่า ปะซา ไทยโบราณเรียก ปสาน ไทยภาคเหนือเรียก กาด พม่าเรียก เซ
โดย...จำลอง บุญสอง
เจิง ปะซา ปสาน กาด เซ มีความหมายอย่างเดียวกันคือตลาด เจิง เป็นภาษาเวียด กัมพูชาเรียกตลาดว่า ปะซา ไทยโบราณเรียก ปสาน ไทยภาคเหนือเรียก กาด พม่าเรียก เซ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โบร่ำโบราณใช้ลำน้ำคูคลองเป็นเส้นทางคมนาคม ดังนั้นตลาดจึงมักจะอยู่ตาม “ศาสนสถาน” ที่อยู่ริมน้ำ ตามแยกลำน้ำ ถ้าเป็นบกก็เป็นเส้นทางคมนาคมในเมือง ตลาดเกิดจากความต้องการในการแลกเปลี่ยน ในไทยสมัยโบราณเรียกตลาดนัด คือ นัดกันมาขายตามข้างขึ้นข้างแรม จะกี่ค่ำก็แล้วแต่จะสะดวกของแต่ละชุมชน มีทั้งใช้เงินและใช้การแลกเปลี่ยนสินค้า เช่น ข้าว 1 กะลามะพร้าว (เครื่องตวงข้าวสมัยโน้น) อาจแลกมะพร้าวได้ 23 ลูก หรือปลาทะเลแห้ง 3 ตัว หรือเกลือทะเล 1 ใบบัว เป็นต้น
ตลาดสมัยก่อนแม้จะอยู่ตามวัดวาหรือที่ที่จัดเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้มีการผูกขาดความเป็นเจ้าของ แต่หลังจากทุนนิยมเฟื่องฟูก็มีนายทุนสร้างตลาดขึ้นมาเก็บเงินคนที่เข้ามาร่วมค้าขาย บางทีแย่งลูกค้ากันถึงขนาดฆ่ากันตายก็มี ตลาดระยะหลังๆ พัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้า เจ้าของเป็นคนในท้องถิ่น ในชาติ และ “ข้ามชาติ” อย่างในปัจจุบัน
ตลาดเช้าตามเมืองต่างๆ ในชนบทของแต่ละเมืองแต่ละประเทศเป็นสถานที่ที่ใครๆ ก็สามารถไปเรียนรู้ “วิถีการผลิต” “วิถีชีวิต” ของคนในเมืองที่เราไปเที่ยวได้เช่นเดียวกับ “ห้างสรรพสินค้า” ตลาดเช้าต่างกับห้างสรรพสินค้าตรงที่ว่า การซื้อขายสามารถต่อรองราคาได้ เพราะผู้ขายผลิตเองหรือรับเอามาขายเพียงเพื่อให้อยู่กันได้เท่านั้น ต่างจากห้างสรรพสินค้าที่หวังผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ มีการกำหนดราคาสินค้าเอาไว้แน่นอน
AEC ที่กำลัง Process ขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย่อมจะนำมาซึ่ง “วิถีการผลิตแบบอุตสาหกรรม” ที่มากขึ้นเป็นเงาตามตัว วิถีการผลิตแบบอุตสาหกรรมหรือวิถีการผลิต “แบ่งงานกันทำ” จะส่งผลให้ “ตลาดเช้า” แบบเดิมๆ แปรสภาพไปเป็นตลาดแบบห้างสรรพสินค้าเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้
และก่อนที่ “การเปลี่ยนแปลง” จะเกิดขึ้น “เต็มรูป” ผมใคร่ขออนุญาตนำภาพตลาดเช้าของเมืองต่างๆ ในภูมิภาคอินโดจีน มานำเสนอต่อท่านผู้อ่านในเซ็กชันท่องเที่ยวโพสต์ทูเดย์ได้เห็น “ภาพ” ในวันนี้ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนคุณภาพตามวิถีการผลิต ตามสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เพื่อทำหน้าที่ “บันทึกความทรงจำ” บันทึกประวัติศาสตร์ “อย่างไม่เป็นทางการ” ของ “คนงาน” “โรงงานการสื่อสาร” โรงงานที่ค่อยๆ เปลี่ยนวิถีการผลิตไปตามการคลี่คลายขยายตัวของเทคโนโลยีและสังคม
ตลาดเช้าที่มะละแหม่ง
มะละแหม่งอยู่ในรัฐมอญโซนภาคใต้ของพม่า โครงสร้างของเมืองประกอบด้วยแม่น้ำใหญ่สองสายมาบรรจบกัน และไหลลงสู่ทะเล ดังนั้นเมืองนี้จึงเป็นเมืองท่า สมัยอังกฤษเข้ามาปกครองใช้มะละแหม่งเป็นฐาน ดังนั้นจึงมีตึกรามสไตล์โคโลเนียลจึงมีมาก และเนื่องจากที่ตั้งของเมืองเป็นเมืองท่าที่ใกล้กับแม่สอดและทางเจดีย์สามองค์ของไทยที่กำลังเปิด ต่อไปมะละแหม่งก็จะเป็นเมืองสำคัญในอนาคต ตอนนี้นักการเมืองแถวเพชรบุรีไทยและนักธุรกิจไทยกำลังไปลงทุนที่นั่น
ตลาดอองซานหรือตลาดสกอต ย่างกุ้ง และตลาดเย็นที่อยู่ใกล้กัน
เป็นทั้งตลาดขายของที่ระลึก อาหารและรัตนชาติทั้งหลายแบบเดียวกับเมืองจันทบุรีหรือตราด คนไทยชอบไปซื้อของที่นี่มาก โดยเฉพาะ “ชาชม” และของที่ระลึกอื่นๆ ทานาคาก็มีขาย ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเสื้อผ้าพื้นเมืองบนชั้นบนของอาคาร
ตลาดเช้าที่ทวาย รัฐมอญ พม่าตอนใต้
โครงสร้างของทวายประกอบไปด้วยภาคเกษตร ภาคน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม ดังนั้นจึงมีสินค้าจากทุกส่วนที่กล่าวมาขาย เนื่องจากอยู่ในโซนเดียวกับประจวบคีรีขันธ์ สินค้าจึงมีคล้ายๆ กัน ต่างที่ทวายมีปริมาณที่มากกว่า โครงสร้างทางการผลิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันเกิดจากที่นี่กำลังจะกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมและท่าเรือ ต่อไปในอนาคตตลาดเช้าทวายจะเปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นตลาดแบบห้างสรรพสินค้า นี่คือสภาพปัจจุบัน
ตลาดเช้าหลวงน้ำทา ลาว
หลวงน้ำทาเป็นเมืองเกษตรที่น่ารักมาก สินค้าที่ขายในตลาดจึงเป็นสินค้าเกษตรเสียส่วนใหญ่ ผักในเมืองลาวทั้งสะอาดและปลอดสารพิษ (หวังว่าลาวคงจะดำรงสภาพอาหารปลอดสารพิษตลอดไป) ผมไปเมืองลาวกินผักได้ดีเหมือนไปญี่ปุ่น อร่อย ดีเยี่ยม ขอชมเชย ส่วนเรื่องของป่าผมไม่ติดใจ เพราะในลาวป่าไม้ยังมีมาก
ตลาดเช้าที่หลวงพระบาง
หลวงพระบาง นอกจากจะเป็นเมืองที่มีผู้คนน่ารัก มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีทุกสิ่งอย่างอยู่ในพื้นที่เดียวกันแล้ว ยังมีสินค้าการเกษตรและสินค้าการท่องเที่ยวมาก ไปดูตลาดที่ไหนๆ ก็สะอาดสู้ตลาดเช้าลาวไม่ได้ เพราะเป็นตลาดที่ไม่มีหลังคาจึงรักษาความสะอาดได้ง่าย
ตลาดเมืองไชยบุรี
เมืองไชยบุรีเป็นเมืองป่าไม้ วิถีการผลิตเป็นเกษตรกรรม มีลำน้ำโขงไหลผ่าน ในตลาดจึงมีของป่ามาขาย มีไกหรือไค ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดสดมาขายเช่นเดียวกับเมืองน่านของไทยที่อยู่ติดกัน ตลาดเมืองนี้ยังดิบๆ น่ารัก ผู้คนอัธยาศัยดี
ตลาดที่เดลตาแม่น้ำโขง
พื้นที่ประกอบไปด้วยทะเล น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย ที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากตามนิ้วมือของแม่น้ำโขงที่แตกแยกออกเป็นหลายสาขา สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจึงเป็นแหล่งผลิตเงาะ ทุเรียน กล้วย ข้าว อาหารทะเล และอื่นๆ มาก สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีสภาพคล้ายๆ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี สามเหลี่ยมปากแม่น้ำสาละวิน ที่นี่ผลิตข้าวได้มากติดอันดับโลก
ตลาดบินห์เถ่ เวียดนามใต้
เป็นตลาดขายส่งและตลาดขายของที่ระลึก ดังนั้นจึงมีสินค้าทั้งจากทางทะเลและสินค้าประเภทของที่ระลึกมากมาย ปลิงทะเลก็ดี รังนกก็มีมาก อาหารก็อร่อย คนไทยชอบไปช็อปปิ้งที่นี่เพราะได้ทั้งของที่ระลึกและของกินราคาถูก
ตลาดเย็นที่ ‘ลักย้า’ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เวียดนามตอนใต้
ความจริงเขามีตลาดเช้า แต่ผมไปตอนเย็นก็เลยต้องเอาความเป็นตลาดเย็นมาเขียน ลักย้าเป็นเมืองชายทะเลเหมือนตราด เหมือนมะละแหม่ง และเมืองชายทะเลอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ แปลกที่ผมไปเห็นว่าที่นี่ขายงูเป็นอาหารมากเมื่อเทียบกับเมืองชายทะเลอื่นๆ (ยกเว้นเสียมราฐที่กินงูน้ำ) ใครอยากกินงูนอกจากกินแถวสิงห์บุรี อ่างทอง ของไทยแล้ว ก็ไปกินงูน้ำที่เสียมราฐได้ ส่วนลักย้าไปกินงูสิง งูเห่า และงูเหลือม ครับ
ตลาดเช้าที่เสียมราฐ กัมพูชา
เสียมราฐเป็นเมืองเกษตรและการท่องเที่ยว ตนเลสาบหรือทะเลสาบเขมรเป็นแหล่งผลิตสินค้าสัตว์น้ำมากที่สุด ปลาแม่น้ำมีมาก แม้จะเป็นตลาดเพื่อการท่องเที่ยว แต่การเกษตรของที่นี่ก็ทำให้สินค้าการเกษตรไม่ด้อยไปกว่าแถมน่าซื้อด้วย คนลาวบางคนยังมาซื้อปลาเขมรไปกิน ปลาร้าลาวไทยใส่ข้าวคั่ว แต่ปลาร้าเขมรและปลาร้าพม่าไม่ใส่ข้าวคั่ว
ตลาดเช้าที่แม่สาย
แม่สายเป็นเมืองชายแดนไทยที่ติดกับท่าขี้เหล็กฝั่งพม่าที่มีการผลิตเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมในหลายภาคส่วน ในขณะเดียวกันก็ได้รับอิทธิพลทางการค้าจากจีนมาก ทั้งที่มาจากฝั่งพม่าและลาว ดังนั้นสินค้าตลาดแม่สายจึงเต็มไปด้วยของป่าจากแม่ค้าพม่า (ทั้งชาวเขาและชาวเรา) มาขายเช่นเดียวกับสินค้าจีน เมืองแม่สายนอกจากความหลากหลายของสินค้าแล้วยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อีกต่างหาก ไปแม่สายแล้วเหมือนไปเยือนชนชาติหลากหลายชนชาติ


