
โพสต์มั่วระวังโดนข้อหา"หมิ่น"
ยามเล่นเฟซบุ๊กแล้วเจอข้อมูลชวนให้ตกใจ เกิดอาการคันไม้คันมือ อยากแชร์ อยากเขียนวิพากษ์วิจารณ์ ระบายความอัดอั้นลงบนสเตตัส ควรคิดให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าไม่ระมัดระวัง ไปด่าพาดพิงคนอื่นให้เสียหาย อาจโดนฟ้องคดีหมิ่นประมาทได้
ยามเล่นเฟซบุ๊กแล้วเจอข้อมูลชวนให้ตกใจ เกิดอาการคันไม้คันมือ อยากแชร์ อยากเขียนวิพากษ์วิจารณ์ ระบายความอัดอั้นลงบนสเตตัส ควรคิดให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าไม่ระมัดระวัง ไปด่าพาดพิงคนอื่นให้เสียหาย อาจโดนฟ้องคดีหมิ่นประมาทได้
สถานการณ์
แม็คก้ากำลังคันไม้คันมือ (และคันปากสุดๆ) หลังเล่นเฟซบุ๊กแล้วพบเจอแต่ข่าวการบริหารงานอันห่วยแตกของรัฐบาล นักการเมืองกร่าง ตำรวจรีดไถ แม้กระทั่งคลิปหลุดอันน่าอุจาดของวัยรุ่นวัยคะนอง
ลึกๆ ในใจเขาอยากจะด่าให้เสียๆ หายๆ อยากจะแชร์ประจานให้คนอื่นได้รับรู้ แต่อีกใจหนึ่งเกิดรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่าปากและมือที่คันยิกๆ ยิ่งกว่าโดนตำแยของเขาจะพาซวยในภายหลัง
แม็คก้าควรระวังอะไรบ้าง ก่อนโพสต์แสดงความคิดเห็นลงบนโซเชียลมีเดีย
ทางออก
ในโลกออนไลน์ไม่มีความลับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกโพสต์บนเว็บไซต์จะสามารถค้นเจอทั้งเนื้อหาและเจ้าของโพสต์ ซึ่งเกือบร้อยทั้งร้อยเมื่อมีการโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ผู้ถูกพาดพิงจะรับรู้ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอบนโซเชียลมีเดีย ได้แก่ กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีข้อควรระวังในการนำข้อมูลจากโซเชียลมีเดียมาใช้ เช่น ข้อมูลใดที่ไม่แน่ใจหรือเสี่ยงไม่ควรจะนำมาใช้ต่อ ทั้งนี้เมื่อมีการนำข้อมูลภาพหรือโลโก้มาใช้ ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาต้นทางที่น่าเชื่อถือให้ชัดเจนด้วย
สิ่งที่ไม่มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ได้แก่ เนื้อหาข่าวหรือข้อเท็จจริงประจำวันทั่วไป (ไม่รวมรูปแบบการเขียน) คำพิพากษาศาล คำสั่งราชการ กฎหมาย คำสั่งกระทรวง ทบวง กรม รวมถึงการรวบรวมเนื้อหาที่ทำขึ้นโดยหน่วยงานรัฐ...นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นถือว่ามีลิขสิทธิ์
การวิจารณ์นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสถานะเหมือนบุคคลทั่วไปในเรื่องผลงานหรือการดำเนินงานต่างๆ สามารถทำได้ แต่การใส่ความและการว่าร้าย วิจารณ์อุปนิสัยที่ไม่เป็นจริง จะถือว่าหมิ่นประมาท แต่ทั้งนี้แม้เกิดเป็นคดีหมิ่นประมาทขึ้นจริง ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ก็ไม่สามารถสั่งระงับเว็บไซต์ได้ เพราะไม่เข้าข่ายความผิดตามที่ พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ได้กำหนดไว้ ซึ่งโดยหลักการแล้วมีอำนาจในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น
ในส่วนการวิจารณ์ของสื่อมวลชน กฎหมายมาตรา 329 จะคุ้มครอง เพราะเป็นข้อยกเว้นของสื่ออยู่แล้วที่ต้องติชมทั่วไปและนำเสนอข่าวเชิงวิชาการ ดังนั้นถ้ามีการวิจารณ์ก็จะต้องมีการพิจารณาว่าเป็นสื่อมวลชนหรือไม่
ขณะที่การตัดต่อภาพนั้นเข้าข่ายความผิดโดยตรงตาม พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าภาพในลักษณะใดก็เข้าข่ายผิด ทั้งให้ถูกเป็นผิด หรือให้ผิดเป็นถูก สาระสำคัญมีอยู่ว่าการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ คือข้อมูลที่ไม่จริงทั้งหมด หรือจริงเพียงบางส่วนเข้าสู่คอมพิวเตอร์แล้วทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย การตัดต่อรูปจึงเข้าข่ายความผิดนี้โดยตรง
อีกทั้งการเผยแพร่ภาพให้ได้รับความเสียหายหรืออับอายก็เข้าข่ายอยู่ในความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกัน การรีทวีตหรือการแชร์ภาพหรือข้อความอันเป็นเท็จ ตรงจุดนี้ต้องระวังอาจมีความผิดฐานเผยแพร่
สำหรับเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ยึดหลักกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่ระงับเพจที่มีความผิดเฉพาะการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและก่อการร้าย คำสั่งจากศาลไทยเป็นการขอความร่วมมือในการปิดเพจที่มีลักษณะหรือเข้าข่ายหมิ่นสถาบันเท่านั้น







