ซุมบา แดนซ์ แรงดีไม่มีตก!
การเต้นยอดฮิตในหมู่เซเลบริตีบ้านเรา คือ การเต้น “ซุมบา” เป็นการดูแลสุขภาพทางเลือกใหม่ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว
โดย...วราภรณ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
การเต้นยอดฮิตในหมู่เซเลบริตีบ้านเรา คือ การเต้น “ซุมบา” เป็นการดูแลสุขภาพทางเลือกใหม่ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว สำหรับเมืองไทย ซุมบา เข้ามาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นรูปแบบการเต้นที่อิสระ สนุกไปกับเสียงเพลง โดยไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวมากนัก อีกทั้งมีเสื้อผ้าสีสันจัดจ้านเป็นส่วนประกอบ ว่าไปแล้วซุมบาก็คล้ายๆ แฟชั่น แต่ไม่ใช่มาแล้วก็ไป เพราะมีการอัพเดตทั้งเพลงและท่วงการเต้นทุกๆ 3 เดือน ด้วยการพัฒนาศาสตร์การเต้นซุมบาให้ใหม่อยู่ตลอดเวลา การเต้นซุมบาจึงน่าสนใจ ดึงดูด และไม่น่าเบื่อ เหล่าคนดังในแวดวงสังคมไทยที่นิยมเต้นซุมบา อาทิ ดารารัตน์ มหาดำรงกุล วี มาร์ ตรีทิพ เพ็ญชาติ ฯลฯ หรือกระทั่งคนดังแห่งฮอลีวูด อย่าง ริกกี้ มาร์ติน รวมทั้งเจนิเฟอร์ โลเปซ ก็ยังคลั่งไคล้การเต้นซุมบา
‘ซุมบา’ ฮิตในเมืองไทย
หนึ่งในผู้นำการเต้นแบบซุมบาเข้ามาทำให้คนไทยรู้จักการเต้นซุมบาเป็นอันดับต้นๆ คือ ครูหนุ่ม-ยอดชาย ยมะคุปต์ ครูฝึกและหุ้นส่วน เดอะ สตูดิโอ เรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 เจ้าของฉายา “NumZumba King Thailand” ผู้ผ่านการเรียนการเต้นคอร์สซุมบา ทั้งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และเยอรมนี ฯลฯ และเขาได้ไปเทรนที่ซุมบา ฟิตเนส ที่สหรัฐ จนได้ลิขสิทธิ์การสอนอย่างถูกต้องในเมืองไทย
หากย้อนต้นกำเนิดของซุมบา เกิดจาก อัลเบอร์โด เปเรซ หรือเบโต้ ผู้สอนเต้นเชื้อสายโคลัมเบีย ซึ่งลืมเทปเพลงแอโรบิกที่ใช้ประกอบการสอน จึงนำเทปเพลงละตินที่มีติดกระเป๋าอยู่ในขณะนั้นเปิดสอนแทน แล้วออกแบบท่าเต้นใหม่ให้เข้ากับบทเพลงให้ผู้เรียนในชั้นเต้นตาม จึงเกิดเป็นซุมบาขึ้นมา
“พออัลเบอร์โด เผยแพร่ออกไป กลับได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆ ผู้คนในโคลัมเบียชอบมากๆ เขาจึงคิดว่าจะทำซุมบาให้โด่งดัง เขาจึงตัดสินใจไปสหรัฐ ที่แคลิฟอร์เนีย ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ แล้วก็กระจายทั่วสหรัฐ ใช้เวลาแค่ 3 ปีก็ดังไปทั่วโลก”
สำหรับเมืองไทย ครูหนุ่มนำซุมบาเข้ามาเมื่อ 4 ปีแล้ว ซึ่งผลตอบรับดีมากและดังมากในกลุ่มคนที่ชอบการออกกำลังกาย โดยคนกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มเรียนกับครูหนุ่มในเมืองไทย คือ ชาวต่างชาติ เช่น ชาวยุโรป ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งซุมบาเขารู้จักกันอยู่แล้ว และคนไทยก็นิยมเต้นตามมา และทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ยอดชายแนะนำให้รู้จักซุมบา คือ การออกกำลังกายแบบแดนซ์เอกเซอร์ไซส์ที่แตกต่างจากการเต้นชนิดอื่น เนื่องจากผู้เต้นได้เต้นไปตามเพลงสนุกๆ เหมือนการเต้นรำในงานปาร์ตี้ ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดๆ กางเกงกับเสื้อสีสันตัดกัน ใส่กำไลข้อมือสีสันจัดๆ เช่น สีเขียว แดง ส้ม ชมพู ที่สะท้อนความเป็นซุมบา ซึ่งร่วมกันกลายเป็นแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ผสานท่าเต้นเข้ากับทำนองเพลงฮิตในยุคนั้นๆ แถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย
“การเต้นซุมบามักใช้เพลงละติน 70% บวกเพลงอินเตอร์เนชันแนลอีก 30% ประกอบกับการเคลื่อนไหวเอวสะโพกมากๆ เหมาะกับผู้หญิงที่วัยเริ่มทำงานที่ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะ ทำงานด้วยกินไปด้วย ทำให้มีปัญหาก้นและสะโพกใหญ่ มีหน้าท้อง นอกจากผู้หญิง ผู้ชายก็นิยมมาเต้นในช่วงเย็นๆ”
‘ซุมบา’ ช่วยเผาผลาญแคลอรี
การเต้นแนวนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รูปร่างสมส่วน หรือมีความยืดหยุ่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเต้นออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญลังงานได้มากถึง 6001,000 กิโลแคลอรี ภายใน 1 ชั่วโมง จึงชวยช่วยลดไขมันส่วนเกินและกระชับสัดส่วนได้ดี โดยเฉพาะบริเวณแขน สะโพก ต้นขา พร้อมๆ กับการสร้างกล้ามเนื้อท้องและหลัง
ครูหนุ่ม บอกว่า จุดเด่นของซุมบา คือ ท่าเต้นง่าย แม้ผู้เต้นจะไม่มีประสบการณ์ด้านการเต้นมาเลย ก็สามารถเต้นตามได้ อีกทั้งครูนำเต้นสามารถผสมผสานการออกแบบท่าเต้นได้อย่างหลากหลาย ไม่มีข้อจำกัด ส่วนใหญ่เพลงซุมบาที่นำมาเปิดสอน มักได้ลิขสิทธิ์ส่งตรงมาจากสหรัฐอยู่แล้ว รวมทั้งอัลเบอร์โดก็จะส่งท่าเต้นใหม่ๆ รวมทั้งเพลงสากลที่ฮิตๆ มาผสานกับท่าเต้นใหม่ เรียกว่าเป็นการพัฒนาหลักสูตรอยู่ตลอดเวลาทุกๆ 3 เดือน ด้วยความแปลกใหม่ และไม่ซ้ำซากจำเจ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ซุมบาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งมีการพัฒนาคอร์สใหม่ๆ อยู่เสมอๆ อาทิ “Zumba Tomic” สำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 412 ปี “Zumba toning” เต้นซุมบาโดยใช้เวต เพื่อเน้นการออกกำลังกายส่วนบน “ซุมบา อควา” คือ เต้นซุมบาในน้ำ “ซุมบา โกลด์” คือ การเต้นซุมบาสำหรับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่ากับไหล่ติด “Zumba Zentao” คือ การเต้นซุมบาโดยใช้เก้าอี้เป็นส่วนประกอบ และ “Zumba Pro Skill” คือ คอร์สอบรมครูให้มีประสิทธิภาพให้ครูผู้สอนซุมบามากขึ้น
“ซุมบาเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย มันเลยทำให้การเต้นนี้ฮิต ตอนนี้เจ้าของหลักสูตรยังคิดหลักสูตรการเต้นซุมบาสำหรับเด็กเล็กมากๆ เพื่อให้แม่ลูกอ่อนกับลูกได้ออกกำลังกายร่วมกันได้ ด้วยการพัฒนาหลักสูตรของเขาอยู่เสมอ แสดงว่านักการตลาดของเขาคิดเก่งมาก จึงอุดช่องว่างทั้งช่วงอายุ วัย และเพศได้หมด ยิ่งยุคนี้คนห่วงใยสุขภาพกันมากขึ้น ไม่กล้ากินเพราะกลัวอ้วน แต่ซุมบาสามารถตอบโจทย์ตรงนั้นของผู้หญิงไทยได้ใน 3 ข้อ คือ หนึ่งเต้นง่าย พอเต้นง่ายก็เต้นแรงขึ้น สนุกขึ้น เบิร์นไขมันได้มากขึ้น เต้นแล้วเหนื่อยแต่สนุก ผู้หญิงวันหนึ่งๆ มักกินอาหารที่มีพลังงานเข้าไปประมาณ 1,500 แคลอรี แต่พอมาเต้น 1 ชั่วโมง เผาผลาญไปตั้งมากสุดตั้ง 1,000 กิโลแคลอรี ก็เอนจอยกับการกินและออกกำลังกาย ถือเป็นทางเลือกใหม่ของการออกกำลังกายจริงๆ”
เสน่ห์ซุมบา
ยอดชาย บอกว่า เสน่ห์ของซุมบาอยู่ตรง 50% อยู่ตรงตัวครูผู้สอนที่ต้องออกแบบท่าเต้นตามสไตล์ของตัวเอง ส่วน 50% แบ่งเป็น ครูยังต้องสามารถสอนแล้วเอนเตอร์เทนลูกศิษย์ได้ด้วย รวมถึงเสน่ห์ของเพลงละติน และป๊อบที่ครูผู้สอนต้องนำมามิกซ์ใน 1 ชั่วโมง ให้สนุกสนาน เหมือนเต้นอยู่ในงานปาร์ตี้ ท่าเต้นไม่มีแพตเทิร์น
“ครูที่ได้ลิขสิทธิ์และผ่านการอบรมจากฟิตเนสซุมบาที่สหรัฐ ครูทุกคนจะได้เพลงใหม่ทุกเดือน อีกทั้งครูต้องครีเอตท่าเต้นทุกเดือน เพราะเขาจะมี ซิน อินสตรักเตอร์ เน็ตเวิร์ก ที่มีเครือข่ายทั่วโลก ศูนย์นี้จะส่งเพลงมาให้ผู้ผ่านหลักสูตรทุกเดือน เพื่อแนวทางการเรียนการสอนซุมบาจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซุมบา ตอนนี้กลายเป็นแฟชั่นที่คนชั้นกลางขึ้นไปที่ชอบ ต้องจ่ายสตางค์เรียนคลาส 1 ชั่วโมง ประมาณ 400-500 บาท หาเต้นฟรีตามลานได้ยาก เพราะครูก็ต้องเสียสตางค์เรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ไปเรื่อยๆ และต้องไปเทรนยังต่างประเทศทางแถบยุโรป ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในแต่และปีจะมีการเปลี่ยนแปลงการเต้นเหมือนเสื้อผ้า เพื่อหลีกหนีความจำเจ เขาจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ทั้งท่าเต้น เพลง และเสื้อผ้าออกมาใหม่ๆ เสมอ เช่น เสื้อผ้าระบายอากาศได้ดี มีลวดลายท่าเต้นของซุมบาพิมพ์อยู่บนเนื้อผ้าด้วย จึงจะเป็นซุมบาสไตล์ อย่างแท้จริง”
แฟนคลับซุมบา
แม้วัยจะล่วงเลยสู่ปีที่ 55 แล้ว แต่คุณยุ้ย-ตรีทิพ เพ็ญชาติ ก็ยังดูสาวกว่าวัย อาจเป็นเพราะเธอหลงรักการเต้นซุมบาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น โดยเริ่มรู้จักซุมบาเมื่อสองปีที่แล้ว โดยเพื่อนในกลุ่มแนะนำให้เต้นที่สปอร์ต คลับ เมื่อลองเต้นแล้วรู้สึกชอบ และสนุกมาก เพราะเธอรักการเต้นที่หลากหลายอยู่แล้ว
“พอเพื่อนแนะนำลองเต้นซุมบาซิ ดิฉันไม่รู้จักก็เลยไปเปิดดูในยูทูบ ก็เลยลองดูเพราะชอบการเต้นอยู่แล้ว เต้นแจ๊ส บอลีวูด ละตินอยู่แล้ว แต่ซุมบาแตกต่างเพราะเต้นได้ง่ายกว่า ซุมบาเต้นแรงและได้เหงื่อมากกว่า แต่ละติน บอลีวูด ละตินเราต้องจำท่าเต้นเพราะมีท่าเยอะกว่า เต้นซุมบาจึงสนุกเพราะเต้นง่าย ใครก็เต้นได้ ง่ายสำหรับทุกคน เบิร์นได้เยอะมาก เป็นการเต้นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง เรากินได้ปกติ กินได้อย่างสบายใจ ใครลดอาหารและมาเต้นด้วยจะช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว ดิฉันเต้นทุกวันเลย เราจึงไม่ต้องทนอด ตอบโจทย์กินได้เต็มที่”
ตรีทิพตั้งใจจะเต้นไปเรื่อยๆ ตามเท่าที่ร่างกายจะอำนวย “เราเป็นคนชอบเต้น แต่ไม่เคยเจออะไรที่สนุก เจอแล้วคลิก เวลาเต้นเหงื่อจะออกเยอะมากๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีมาก ทำให้เรารู้สึกระฉับกระเฉงขึ้น รู้สึกระบบในร่างกายดีขึ้น คิดว่าซุมบาเป็นแฟชั่นไหมก็เป็นสำหรับคนที่มาตามกระแสเมื่อก่อนตอนเริ่มเต้นที่สตูดิโอของครูหนุ่มมีแต่คนญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันคนไทยหันมาเต้นเยอะมาก สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยเริ่มนิยม แต่ดิฉันจะเลือกเต้นกับครูที่สอนแล้วรู้สึกถูกใจ คือสนุก เต้นแล้วมัน ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลย ด้วยบุคลิกของครู การดีไซน์ท่าเต้น การใช้เพลงการต่อเพลงมันสนุก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สำคัญที่ดึงดูดให้ดิฉันเต้นมา 2 ปีแล้ว และตั้งใจจะเต้นต่อไปค่ะ”
ฟากน้องใหม่ซุมบาเต้นได้ประมาณ 6 เดือน สิริลักษณ์ รพินท์พล วัย 40 ปี พอลองเต้นซุมบาจากที่เห็นคนที่เต้นซุมบาเหงื่อเปียกออกมาจากคลาสจึงเกิดความสงสัยว่าเขาทำอะไรกัน จึงลองมาเรียนบ้าง แล้วพบว่าเป็นการเต้นที่สนุก ไม่ต้องจำท่าเต้นมาก มีจังหวะที่เต้นแล้วสนุก จึงถูกจริต มีความหลากหลายท่าเต้นมาร่วม เช่น ฮิปฮอป ชัลซ่า ชะชะช่า ฯลฯ ทำให้ผู้เต้นรู้สึกสนุก แม้เป็นคนที่เต้นไม่เก่ง ก็ยังสามารถเต้นตามได้ เธอจึงรู้สึกทึ่งและหลงรัก อีกทั้งการจำท่าเต้นเล็กๆ น้อยๆ ยังได้ฝึกสมองส่วนของการจดจำ จึงชวนเพื่อนๆ มาเต้นด้วยกัน ก็ยิ่งเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้น สิริลักษณ์ บอกว่า อานิสงส์จากการเต้นซุมบานอกจากสนุกแล้วยังช่วยบริหารช่วงลำตัวและสะโพกได้ดี มาเต้นแล้วรู้สึกกล้ามเนื้อฟิตและเฟิร์มขึ้น และตั้งใจจะออกกำลังกายแนวนี้ไปเรื่อยๆ


