
‘เราจะไม่ทิ้งกันไปไหนไกล’ นิยามคำว่าบ้านของ ‘มะปราง ปัทมวดี’
หลังจากที่ผมเลี้ยวเข้าซอยกรุงเทพกรีฑา ซอย 16 ผมเจอบ้านหลังพอเหมาะพอดีหลังหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อบ้านว่า “บ้านลูกปัด”
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
หลังจากที่ผมเลี้ยวเข้าซอยกรุงเทพกรีฑา ซอย 16 ผมเจอบ้านหลังพอเหมาะพอดีหลังหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อบ้านว่า “บ้านลูกปัด” เนื่องจากเจ้าของบ้าน “ทวีศักดิ์ท่านหญิงปัทมนรังษี เสนาณรงค์” มีบุตรธิดาที่มีคำนำหน้าชื่อว่า ปัทม ไม่ว่าจะเป็น ปัทมศักดิ์ ปัทมนิฐิ และ ปัทมวดี เสนาณรงค์
เมื่อเยื้องย่างเข้ามาในบ้านที่มีอาณาเขตกว่า 2 ไร่ มีต้นไม้พุ่มไม้เขียวชอุ่ม กับบ้านสีขาวที่เชื่อมต่อกัน “มะปรางปัทมวดี เสนาณรงค์” หนึ่งในสมาชิกของบ้านลูกปัด ก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตัวของเธอเอง
“ที่มาของบ้านหลังนี้ คือเราย้ายมาจากสุขุมวิท 30 ตอนปี 2534 ย้ายมาเพราะท่านตา (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ) และท่านยาย (หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา) อยากมาอยู่ในที่ที่อากาศดี แล้วท่านตารับสั่งว่า ถ้าย้ายมาก็ต้องย้ายมาทั้งครอบครัว ตระกูลเราเลยย้ายมาอยู่กันที่กรุงเทพกรีฑา ซอย 16 กันทั้งซอย”
ปัทมวดีเล่าให้ผมฟังว่า บ้านหลังนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2533 และย้ายเข้ามาอยู่อาศัยกันในปี พ.ศ. 2534 โดยมีคุณพ่อเป็นคนออกแบบ ที่อาศัยความชอบของคุณแม่ผสมกัน
“คุณพ่ออยากมีบ้านเรือนไทยที่เชื่อมต่อกัน มีสระว่ายน้ำรายล้อมบ้าน ที่คุณพ่อตั้งใจทำให้บ้านอยู่กลางน้ำก็เพื่อที่จะทำให้คนในบ้านมีจิตใจสงบร่มเย็น ส่วนการตกแต่งภายใน ท่านแม่เป็นคนดูแลทั้งหมด สังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ามีดอกกุหลาบเยอะมาก ท่านแม่เป็นคนชอบดอกกุหลาบมากค่ะ (หัวเราะ)”
หากพิจารณาดูรอบๆ บ้านจะพบว่าบ้านหลังนี้ออกแบบมาให้มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ที่ประเทศไทยรับเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6
“สไตล์แบบนี้ค่อนข้างโบราณ มีลูกไม้ตามเชิงชายตา อย่างกระเบื้องก็ใช้แบบวัด ที่สำคัญคุณพ่อชอบเก้าอี้ที่ตั้งวางไว้ใกล้หน้าต่าง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็เลือกแบบเก่าๆ อาร์ตๆ มาทำสีใหม่ บุผ้าใหม่ และเฟอร์นิเจอร์อีกส่วนหนึ่งก็เป็นมรดกตกทอดมาถึงท่านแม่ ซึ่งยี่สิบกว่าปีนี้เราก็ซ่อมสี ทำพรมใหม่กันอยู่เรื่อยๆ อ้อ รู้ไหมตอนนี้ท่านทำประตูรีโมตให้ เก๋มาก มันสะดวกกับเราดีนะ จะได้ไม่ต้องให้พี่เลี้ยงที่อายุมากแล้วมาเปิดให้”
ปัทมวดี เผยว่า บ้านหลังนี้มีสมาชิกหลักๆ คือ คุณพ่อ ท่านแม่ พี่ชายสองคน พี่สะใภ้ หลานสาว ปัทมวดี และลูกชาย นอกจากนั้นก็มีพี่เลี้ยงและมีสุนัข
“บอกได้เลยคำเดียวว่าอบอุ่นกันจนร้อนไปเลย (หัวเราะ) คงเป็นเพราะเราทุกคนคอยดูแลเป็นห่วงกันและกันตลอด อย่างตอนนี้มะปรางมีลูกชายอายุ 15 ปี อยู่ ม.3 ชื่อน้องจาร์ มะปรางก็เลี้ยงเขาแบบเป็นเพื่อนกัน มีทะเลาะกันบ้าง แม้เขาจะไม่ได้มีคุณพ่อคอยดูแลเหมือนเมื่อก่อน แต่น้องจาร์ก็ได้รับความอบอุ่นจากญาติพี่น้องจนรู้สึกไม่ขาด”
ปัทมวดีนิยามคำว่าบ้านไว้ว่า บ้านคือคนในครอบครัวที่จะไม่ทิ้งกันไปไหนไกล และถ้าคนใดคนหนึ่งในครอบครัวหายไป ก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านสำหรับเธอ
“คนในครอบครัวคือคนที่จะไม่ทิ้งเราไปไหนจริงๆ เขาจะรักเราเสมอ แม้เราจะดีจะชั่วจะร้ายกาจมากแค่ไหน ซึ่งครอบครัวของมะปรางดีที่สุดแล้ว อยู่กันแบบนี้ก็อบอุ่นที่สุดแล้ว”
เนื่องจากเป็นสาวเวิร์กกิงวูแมนที่ทำงานเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะทำบริษัท เดอะ แบรนด์ แมทเทอร์ บริษัทที่สร้างกลยุทธ์ให้กับสินค้าต่างๆ เป็นหุ้นส่วนสลิม คอนเซปต์ เป็นที่ปรึกษาให้ร้านคอฟฟี่ แฟคทอรี่ รวมทั้งเป็นเจ้าของร้านแฟรี่ส์ เนลส์ และร้านอาหารโอซิโอ ตรงพระราม 9 ซอย 49 ล่าสุดก็ทำธุรกิจอาหารกล่องเดลิเวอรี ที่เน้นเป็ดเป็นพิเศษ ชื่อ ปราง แอนด์ พี ปัทมวดี เผยว่า อย่างไรก็ต้องมีเวลาทานข้าวกับครอบครัวให้ได้ทุกวัน ถ้าไม่ว่างจริงๆ เสาร์อาทิตย์ต้องไปกินข้าวกันนอกบ้าน
“เราก็พยายามหาเวลามารวมตัวกันให้บ่อยที่สุดนะคะ หรือนัดญาติพี่น้องมาทานข้าวกันที่นี่ ก็พยายามให้เป็นปาร์ตี้ใหญ่ อาจจะเดือนละครั้ง ให้เป็นการรวมญาติพี่น้องตระกูลยุคลค่ะ”







