
‘คู่จิ้น’ กสทช. คุมเกมทีวีดิจิตอล
“คู่จิ้น” ศัพท์วัยรุ่น หมายถึง คู่ในจินตนาการ ใช้จับคู่พระนางในละคร วันนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายวงการ
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร/ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
“คู่จิ้น” ศัพท์วัยรุ่น หมายถึง คู่ในจินตนาการ ใช้จับคู่พระนางในละคร วันนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายวงการ รวมทั้งคู่ของสุภิญญา กลางณรงค์ และธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็ถูกเรียกเป็นคู่จิ้นแห่ง กสทช. ในฐานะที่เป็นเสียงข้างน้อยในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่กำลังเร่งผลักดันโครงการทีวีดิจิตอลในประเทศไทย
สุภิญญา เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลักดันการปฏิรูปสื่อในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 วันนี้เป็นหญิงหนึ่งเดียวใน 11 อรหันต์ กสทช. องค์กรอิสระที่ดูแลผลประโยชน์หลายแสนล้านบาทในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และเป็นเสียงส่วนน้อยในคณะกรรมการมาโดยตลอด จนมาจับคู่กับธวัชชัย นักเศรษฐศาสตร์ที่ออกโรงมาเป็นเสียงส่วนน้อยอีกคนในช่วงที่การประมูลทีวีดิจิตอลกำลังเข้มข้น
แชร์จุดร่วม สงวนจุดต่าง
สุภิญญา : “เดิมตัวเองแทบจะเป็น 1 เสียงค้านในคณะกรรมการ กสท. ด้วยมุมมองของการปฏิรูปสื่อที่ต่อสู้มาตลอด 16 ปี ซึ่งแตกต่างจากเสียงส่วนใหญ่ แต่หลังจากโปรเจกต์ประมูลทีวีดิจิตอลเกิดขึ้น ธวัชชัย ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วยเสริมมุมมองเรื่องการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม และมีความเห็นตรงกันในหลายๆ ด้าน จึงกลายเป็น 2 เสียงส่วนน้อยในคณะกรรมการที่คอยคานดุลเสียงส่วนใหญ่อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น แม้จะแพ้โหวตอยู่ตลอดก็ตาม
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ช่องสาธารณะ ที่เราสองคนเห็นตรงกันว่าควรมีเกณฑ์บิวตี้ คอนเทสต์ ออกมาเป็นกฎ กติกาที่ชัดเจน ขณะที่กรรมการเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งถือว่าไม่เกิดการปฏิรูปสื่อแต่อย่างใด
การจับคู่กับธวัชชัยในช่วง 23 เดือนหลังมานี้ จึงทำงานกันเป็นทีมมากขึ้น เข้ามาช่วยเพิ่มมุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ เสริมมุมมองในเชิงเศรษฐกิจให้รอบด้านยิ่งขึ้น ขณะที่มุมมองของตัวเองในเรื่องปฏิรูปสื่อเชิงสังคมและคุ้มครองผู้บริโภค ก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ถือว่ามีจุดเด่นกันคนเรื่อง และแยกกันทำในสิ่งที่ถนัด ทำให้การถกเถียงในบอร์ดมีน้ำหนัก มีเหตุผลมากขึ้น แม้สุดท้ายจะแพ้ด้วยเสียงโหวต แต่ในแง่ของเหตุผลเชื่อว่าสูสี
การผนึกกำลังของเสียงข้างน้อยในบอร์ด กสท.นี้ จะอยู่ไปอีกนาน แม้ความฝันสูงสุดในการทำงานในตำแหน่งกรรมการ กสทช.จะอยู่ที่การสร้างฉันทามติให้เกิดขึ้น แต่เมื่อประชุมกี่ครั้งไม่สามารถคุยกันจนได้จุดร่วมที่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ก็ขอเป็นเสียงข้างน้อยต่อไป”
ขอแพ็กคู่เพื่อตรวจสอบ
ธวัชชัย : “ในช่วงแรกยังไม่ได้ ‘คลิก’ กันมากนัก เนื่องจากตัวเองมาจากเศรษฐศาสตร์ ขณะที่สุภิญญาจะมีมุมมองในแต่ละเรื่องเชิงเอ็นจีโอมากไปนิด จากการที่เคยมีบทบาทและเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน ซึ่งขัดแย้งกับหลักเศรษฐศาสตร์โดยสิ้นเชิง แต่เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจว่าแนวคิดหรือมุมมองของสุภิญญาไม่ได้มีนัยแอบแฝงใดๆ จึงทำให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น”
“เก๋มีความเป็นไอเดียลิสต์ (Idealist) ในแต่ละเรื่อง จะคิดในเชิงจิตสาธารณะ เชิงศีลธรรม สวนทางกับคนที่มาแนวเศรษฐศาสตร์อย่างผม ซึ่งการคิดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพียงแต่บางครั้งมันอาจใช้ไม่ได้ในสังคมที่ซับซ้อน แต่หลังๆ เราก็จะเข้าใจมากขึ้นและไม่สงสัยในความคิดแบบปรารถนาดีของเขา การที่เราสองคนทำงานแบบไม่มีอาเจนดา (Agenda) ทั้งคู่ ก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เราเชื่อมกันได้” ธวัชชัย กล่าว
“ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผลการประชุมออกมาเป็นการโหวตแบบ 3:2 เสียงแทบทุกครั้งนั้น เป็นเพราะมองเห็นปัญหาอันเดียวกันในร่างประกาศหรือหลักเกณฑ์ต่างๆ แม้จะมองเห็นกันคนละมุมก็ตาม แต่รู้ว่ามันมีสิ่งที่ต้องแก้ไข ซึ่งเสียงส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็นอย่างที่เสียงส่วนน้อยเห็น ผลก็เลยเป็นแบบนี้ทุกครั้ง
การทำงานต่อจากนี้ไป ภาพก็จะยังคงเป็นแบบนี้ เป็นแพ็กคู่ เพราะชัดเจนว่าเรามองเห็นปัญหาอันเดียวกัน แม้จะไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่ยังไงก็ยังเป็น 2 เสียงที่ไปด้วยกันตลอด คงจะไม่มีการเปลี่ยนเป็น 4:1 หรือเราอยู่ข้างมากแล้วเก๋อยู่ข้างน้อย ซึ่ง 2 เสียงข้างน้อยอาจกลายเป็นเสียงข้างมากในอนาคตก็ได้ หากมีคณะกรรมการบางท่านเห็นต่างจากเดิม”
สำหรับประเด็นที่เสียงข้างน้อยออกมาพูดหรือแถลงข่าวสวนทางกับมติบอร์ด กสท.อยู่ตลอดเวลานั้น ธวัชชัย มองว่า เป็นเรื่องปกติของการทำงานแบบนี้ และทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นเพื่อให้เกิดความสมดุล (Check and Balance)
“เป็นเรื่องที่ดีที่เราสองคนมีโพสิชั่นที่ชัดเจน และไม่ได้เป็นอีแอบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในหลักสากล และสังคมทุกวันนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว ต้องคิดให้ทันกับสังคมที่ซ้บซ้อน อย่าไปคิดตื้นๆ ว่าบอร์ดจะขัดแย้งกันไม่ได้ เพราะการทำงานในรูปแบบบอร์ดก็เพื่อไม่ให้คนคนหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดี ถ้าเสียงที่มีความเห็นต่างจะออกมาพูดในมุมของตัวเอง เพื่อให้สังคมหรือสาธารณชนได้รู้อีกมุมที่เขาอาจมองไม่เห็นและช่วยกันตรวจสอบมากขึ้น”
นอกจากมุมของการทำงานร่วมกันแล้ว มีบ้างที่ธวัชชัยชวนสุภิญญาไปตีเทนนิส แต่เนื่องจากภารกิจที่รัดตัวทั้งคู่ จึงไม่ค่อยได้มีกิจกรรมยามว่างด้วยกันมากนัก ส่วนใหญ่พบปะและพูดคุยกันในเวลางานมากกว่า
นี่เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นในชีวิตจริง ที่ผนึกกำลังร่วมกันทำงานในฐานะกรรมการ กสทช. เพื่อให้การจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด







