
Sustainable HRM สู่เส้นทางบริหารบุคคลอย่างยั่งยืน (ตอน1)
ล่วงเข้าเดือน พ.ค.แล้วนะคะ อากาศยังร้อนอบอ้าวมาก และดูเหมือนทุกๆ
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ล่วงเข้าเดือน พ.ค.แล้วนะคะ อากาศยังร้อนอบอ้าวมาก และดูเหมือนทุกๆ ปีอากาศยิ่งทวีความร้อนขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนและชาว HR อย่างผู้เขียนและเพื่อนๆ อยากจะโทษว่าส่วนหนึ่งที่อากาศร้อนขึ้นนั้น เป็นเพราะน้ำมือของชาวโลกที่ใช้และทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสิ่งแวดล้อมอย่างขาดความรู้และสำนึกรับผิดชอบ กว่าจะรู้สำนึกก็ไม่รู้ว่ามันสายเกินไปหรือเปล่า ที่องค์กรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วโลกเพิ่งหันมาร่วมรณรงค์สร้างสังคมสีเขียว (Green Society) และองค์กรสีเขียว (Green Organization) กัน ทั้งนี้นโยบายองค์กรสีเขียวมักเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเรื่องการบริหารองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Good Governance and Social Responsibilities) เพราะผู้บริหารองค์กรเริ่มมีสำนึกและตระหนักว่าองค์กรธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนก็เพราะภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมโลกต้องอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วย ไม่มีใครในโลกนี้จะอยู่ได้คนเดียวโดยการเอาเปรียบหรือคุกคามทำร้ายทำลายผู้อื่นจนพวกเขาอยู่ไม่ได้ เช่น องค์กรธุรกิจทำธุรกิจแบบเอารัดเอาเปรียบ กดราคาผู้ผลิตสินค้าและตั้งราคาสินค้าสูงลิบลิ่วจนทั้งผู้ผลิตและลูกค้ารับไม่ได้ หรือผู้ผลิตสินค้าทำลายสิ่งแวดล้อมจนป่าไม้ ลำธารพินาศเสียหาย อย่างนี้สัตว์ป่าอยู่ไม่ได้ ป่าไม้อยู่ไม่ได้ ทรัพยากรธรรมชาติไม่สามารถฟื้นคืนตัวได้ คนก็ต้องอยู่ไม่ได้เพราะระบบนิเวศวิทยาของสังคมโลกเสียหายไปหมด
ในเมื่อผู้บริหารเริ่มเห็นความสำคัญของการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีธรรมาภิบาลเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่สามารถดำเนินธุรกิจและดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ผู้บริหารย่อมไม่ควรลืมหรือละเลยว่าหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่จะทำให้องค์กรเป็นองค์กรที่ยั่งยืน
(Sustainable Organization) ก็คือการมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพที่มีฉันทะ (Passion) ในการสร้างผลงานและนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมตรงกับปรัชญาและปณิธานขององค์กร เพราะหากขาดบุคลากรที่มีคุณภาพและมีค่านิยมตรงกับวัฒนธรรมองค์กร องค์กรก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน องค์กรที่ยั่งยืนจึงต้องมีระบบการบริหาร HR ที่ดึงดูด พัฒนา และรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ ในอีกนัยหนึ่งก็คือองค์กรต้องมีระบบการบริหารบุคลากรที่ยั่งยืน (Sustainable Human Resource Management)
แต่ปัญหามีอยู่ว่าแนวคิดหลักการเรื่องการบริหาร HR อย่างยั่งยืนนี้ยังเป็นแนวคิดที่เพิ่งเกิดใหม่ ยังมีนักวิชาการและนักบริหารจำนวนน้อยที่เริ่มคิดวิเคราะห์ว่าการสร้างระบบ HRM แบบยั่งยืนนั้นควรมีองค์ประกอบและขั้นตอนอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้เขียนมีความห่วงใยว่าองค์กรในบ้านเราจะประสบปัญหาขาดแคลน Talent อย่างหนักหน่วงในระยะยาว ผู้เขียนจึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แล้วมาผนวกกับแนวคิดและประสบการณ์ของตนเองเพื่อนำเสนอเรื่องการบริหาร HRM อย่างยั่งยืนสำหรับทศวรรษนี้ในคอลัมน์นี้ โดยจะพูดคุยถึงทั้งความหมายและกระบวนการของการบริหาร HRM แบบยั่งยืนด้วยกันไปเลย
ความหมายของการบริหารบุคคลอย่างยั่งยืน
การบริหารบุคลากรอย่างยั่งยืนคือการที่องค์กรเชื่อว่าบุคลากรคือทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด มีนโยบายและระบบการสรรหาคัดเลือก การพัฒนา การประเมินผลให้รางวัล การรักษาและจูงใจบุคลากรให้บุคลากรมีฉันทะ (Passion) มีความมุ่งมั่นรักการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงสุดเพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุดให้องค์กรผู้เป็นนายจ้างอย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมอย่างยั่งยืน
อย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันนี้องค์กรกำลังขาดแคลน Talent ดังนั้นเรื่องที่จะคาดหวังให้พนักงานเก่งๆ ดีๆ อยู่กับองค์กรเป็น 1020 ปีโดยที่องค์กรไม่ได้ดูแลเขาให้ดีสมกับที่ความดีของเขาขอบอกได้เลยว่าคงยาก ดังนั้นสมการของการที่จะมีพนักงานดีทำงานให้องค์กรอย่างยั่งยืนอยู่นานกว่า 5 ปีขึ้นไป (ขอให้ได้แค่นี้ก็ยากแล้วสำหรับปัจจุบัน) องค์กรก็ต้องดูแลพนักงานอย่างดีให้เขารู้สึกว่าเขาสามารถฝากอนาคตไว้กับองค์กรได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องเปลี่ยนนายจ้างบ่อยๆ นั่นก็คือต่างคนต่างต้องทำดีต่อกัน โดยทางองค์กรต้องมีระบบ HRM ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้
การมีแบรนด์องค์กรและแบรนด์นายจ้างที่เน้นการดำเนินธุรกิจและการบริหารคนแบบยั่งยืน
มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่สร้างความยั่งยืนให้องค์กร
มีระบบการพัฒนาพนักงานที่เน้นวิสัยทัศน์ระยะยาว
มีระบบการประเมินผล จูงใจและรักษาพนักงานที่เน้นความยั่งยืน
สัปดาห์นี้ขอจบแค่ความหมายและหลักการของระบบการบริหารบุคคลแบบยั่งยืนไว้เพียงเท่านี้ก่อน คราวหน้ามาคุยกันในรายละเอียดว่าจะสร้างระบบ HRM ให้ยั่งยืนได้อย่างไรกันต่อค่ะ







