
สารพัดของเก่า...ของสองพ่อลูกนักสะสม
ท่านผู้อ่านคงคุ้นหูกับคำกล่าวที่ว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งแลเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคมมองเห็นดวงดาวอยู่พราวพราย” อยู่บ้าง
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ท่านผู้อ่านคงคุ้นหูกับคำกล่าวที่ว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งแลเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคมมองเห็นดวงดาวอยู่พราวพราย” อยู่บ้าง ผมว่าคำกล่าวนี้เหมาะมากกับชายผู้เจริญด้วยอายุที่ชื่อ “ดำริ เฉลิมดำริชัย” วัย 74 ปีอย่างยิ่ง ด้วยว่าของสะสมของเขานับไม่ไหว หลากหลายชิ้นเป็นการได้มาด้วยสายตาอันแหลมคมที่หลายคนอาจมองไม่เห็น หรือถ้าเห็นก็เห็นอย่างที่คนทั่วๆ ไปเห็น...แต่สำหรับเขาเห็นยิ่งกว่านั้น
“ดำริ” อาจมิใช่ผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคมปัจจุบันนัก แต่อดีตของเขาก็ไม่ธรรมดา คือเป็นนักเขียนจีนมาก่อน และเป็นนักธุรกิจที่สร้างฐานะและครอบครัวจนมีความเจริญมั่นคง ถึงวันนี้ลูกๆ ของเขา 4 คน จบการศึกษาจากเมืองนอกและมีการงานที่ดีในสังคม เป็นทั้งแพทย์หญิง หนุ่มแบงก์ และเจ้าของธุรกิจ
หนึ่งในนั้นคนหนึ่งมีนิสัยชอบสะสมของเก่าเหมือนพ่อ ก็คือ “ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย” ปัจจุบันเป็นเจ้าของสถาบันพัฒนาภาษาไอฟาส (iFAST English Institute) ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้เรียนหลายอาชีพ อาทิ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ข้าราชการ หนุ่มสาววัยทำงาน ดารา คนดัง พิธีกร ดีเจ ฯลฯ ในเวลานี้ โดยมีสาขาอยู่ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และสยามสแควร์
เมื่อพูดถึงการสะสมของสองพ่อลูกนั้น มีทั้งความเหมือนและความต่าง ความเหมือนคงอยู่ที่แต่ละคนต่างก็มีความชอบในของสะสมที่ตนสะสม ในขณะที่ความต่างผู้พ่อสะสมไม่จำกัด ของอะไรก็ได้ที่เห็นว่า “น่าเก็บ” และมีกำลังซื้อเป็นต้องหาเข้าบ้าน อาทิ เงินโบราณที่เป็นเหรียญ ธนบัตรเก่าหายากไทยจีน พระเครื่อง กาน้ำชา ขวดยานัตถุ์โบราณ เรือสำเภาจีนทำจากหยก ไม้แกะสลัก ภาพวาด จิตรกรรมผืนผ้า ฯลฯ ซึ่งบางชนิดมีเป็นร้อยๆ ชิ้น เช่น ขวดยานัตถุ์ ซึ่งทำมาจากวัสดุหลากหลาย รูปทรงขวดมีความแตกต่าง สวยงาม และหาดูไม่ได้แล้วในปัจจุบัน
“การเก็บสะสมของผมไม่ได้เลือกว่าถ้าสะสมอะไรแล้วจะต้องเลือกสะสมอันนั้นอย่างเดียวไปตลอด แต่จะดูว่าอันไหนที่เราชอบและเห็นว่าน่าเก็บ ประกอบกับมีแรงจ่ายด้วยก็จะซื้อไว้ แต่อันไหนถึงจะชอบมาก ถ้าแพงเกินไปต้องตัดใจ ไม่ได้ไม่เป็นไร อย่างอื่นก็มีให้สะสม อยู่ที่การมอง ผมยึดถือว่าการจะสะสมอะไรก็ตามควรต้องรู้จักความพอดี ไม่เกินพอดีแล้วจะไม่มีปัญหา” นักสะสมอาวุโสเล่าด้วยสำเนียงค่อนทางจีน
ในการได้มาซึ่งของสะสมทั้งหลายนักสะสมรุ่นใหญ่บอกว่า มีทั้งซื้อ ทั้งได้มาฟรี แต่บางอย่างบางชนิดแม้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายก็ไม่ลืมที่จะให้เป็นสินน้ำใจ อย่างหมาปักกิ่งและงูที่โผล่หัวออกมาจากโพรงไม้ที่ได้มาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
“หมาปักกิ่งผมได้มาจากลาวเมื่อ 20 กว่าปีสมัยตั้งโรงงานผลิตพลาสติกที่นั่น (ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว) เข้าใจว่าเป็นไม้ประดู่ วันนั้นผมไปป่ากับเพื่อนบังเอิญเห็นเศษไม้นี้เข้าก็สะดุดตามองหลายมุมเลย แต่มีมุมหนึ่งเห็นเป็นหมาปักกิ่งก็เลยเอามา ตกแต่งที่หูนิดหนึ่ง ส่วนอื่นๆ ไม่ได้แต่งเลย ออกมาก็เหมือนหมาปักกิ่ง ส่วนงูโผล่หัวออกจากโพรงไม้ก็ได้จากลาว ผมเห็นเศษไม้ม้วนงอยาวๆ เหมือนงูอยู่ในทุ่งนาชาวบ้าน ก็ขอซื้อ แต่เขาให้ฟรี แต่ผมก็ให้เงินไป 2,000 กีบ ได้มาก็ให้ช่างแต่งเป็นงูมีหัว มีลิ้น ส่วนโพรงไม้ได้มาตอนไปลาวครั้งหลัง ลักษณะเป็นรูก็เลยเอามาทำเป็นถ้ำให้งูอยู่เรียบร้อย” นักสะสมอาวุโสเล่าอย่างมีอรรถรส
เขาเล่าต่อว่า รูปงูโผล่หัวออกจากโพรงไม้นั้นมีที่มาโดยตอนที่เห็นไม้ลักษณะเหมือนงูนั้นตนนึกถึงคำพูดของ เหมาเจ๋อตง คำหนึ่งที่ว่า “ล่องูให้ออกจากถ้ำ” ดังนั้นจึงเอามาให้ช่างทำส่วนที่เป็นงูสามารถจับยกขึ้นมาดูได้ ดูแล้วเป็นงานศิลป์ ขณะที่รูปวัวนอนทำจากรากไม้ก็ไม่ธรรมดา เห็นแล้วก็หลงรัก โดยซื้อเมื่อครั้งเดินทางไปเที่ยวเสฉวน
“ศิลปะก็อย่างนี้ อยู่ที่ความชอบและมุมมอง แต่ศิลปะบางชิ้นจะต้องไม่แต่งเติมมากเกินไป เพราะถ้าแต่งมากไปจะมองไม่เป็นธรรมชาติและเสียความเป็นธรรมชาติไป” คุณพ่อนักสะสมให้คำแนะนำ
ขณะที่ของสะสมบางชิ้นของเขาก็มีคุณค่าต่อจิตใจเขาและครอบครัวอย่างมาก ก็คือ ภาพวาดพู่กันจีน เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงพระผนวชและภาพขณะทรงงาน ซึ่งใส่กรอบไว้เป็นอย่างดี
“ภาพในหลวงทรงพระผนวชนั้นเป็นภาพพู่กันจีน เขียนโดยจิตรกรชาวจีนที่เป็นเพื่อนกัน โดยเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้วผมได้นำภาพในหลวงตอนพระองค์ท่านผนวชติดตัวไปเมืองจีนด้วยเพื่อให้เพื่อนชาวจีนวาดให้ จะได้เอามาใส่กรอบไว้ที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว ซึ่งภาพนี้ผมให้ค่าเขียนด้วยแต่เขาไม่เอา เขาบอกว่านับถือในหลวงเหมือนกันเพราะท่านเป็นคนดี” นักสะสมพูดถึงของสะสมที่มีคุณค่าต่อจิตใจ
อีกของสะสมหนึ่ง คือ รูปแกะสลัก “ซือหม่าเซียน” นักบันทึกประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ฮั่นสมัยเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ซึ่งดำริบอกว่ามีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ชั้นแรก ส่วนที่เป็นเปลือกแกะเป็นรูปซือหม่าเซียน ชั้นที่ 2 ส่วนที่เป็นเนื้อไม้แกะเป็นรูปต้นไผ่ และชั้นที่ 3 ส่วนที่เป็นแกน เขียนเป็นกลอนบรรยายความรู้สึก
“ความหมายของรูปคือ ซือหม่าเซียน ขณะยืนฟังเสียงลมพัดที่มากระทบใบไผ่ แล้วเสียงพัดไหวไปมาของใบไผ่ทำให้เขาได้ยินถึงความลำบากยากแค้นของประชาชน รูปนี้มีคุณค่าและกินใจมาก” คุณพ่อนักสะสมกล่าว
หากพูดจุดประสงค์ของการเก็บสะสมของเก่าของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน บางคนอาจมองถึงการทำกำไรในอนาคต แต่สำหรับนักสะสมอาวุโสผู้นี้ไม่ได้คิดถึงการทำกำไร เพราะการสะสมของเขาไม่ได้สะสมไว้ขาย แต่ต้องการเก็บไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นหลังได้ดู เพราะหลายอย่างที่มีอยู่ก็หาดูไม่ได้แล้วในปัจจุบัน
“เก็บเพราะชอบจริงๆ ไม่ได้คิดเก็บไว้ขายต่อเลย เพราะเราไม่ได้เดือดร้อนที่ต้องมาขายกิน ของพวกนี้อยากเก็บให้ลูกหลานได้ดูมากกว่า อยากให้เขาได้รู้ว่าแต่ละอย่างก็มีเรื่องราวให้ได้ศึกษาเยอะ อย่างขวดยานัตถุ์มีเป็นร้อย หรือกาน้ำชาดีไซน์ไม่ซ้ำแบบ สวยงาม ทำจากวัสดุหลากหลาย รูปทรงแตกต่างตามยุคสมัย การสะสมเป็นเรื่องความสุข ไม่ใช่เรื่องของกำไรที่เป็นตัวเงิน แต่เป็นกำไรที่เป็นความสุข
ความแตกต่างของของสะสมระหว่างพ่อลูกอีกอย่างก็คือจำนวนของที่ไม่สามารถเทียบกันไม่ได้ ส่วนของพ่อนับไม่ไหว แต่ส่วนของลูกชาย ดร.วาทิน นับชิ้นได้ เนื่องจากผู้พ่อเลือกสะสมไม่จำกัด ขณะลูกสะสมเฉพาะของที่ตนเองรักคือที่เกี่ยวกับกีฬา
ดร.วาทิน เล่าว่า พ่อสะสมเกือบทุกอย่างที่เห็นว่าน่าสะสมก็จะซื้อมาเก็บจนจะไม่มีที่เก็บ สำหรับตนชอบที่เป็นกีฬาเพราะเป็นนักกีฬามาก่อน ตั้งแต่ประถมก็เล่นปิงปอง มัธยมและมหาวิทยาลัยเล่นวอลเลย์บอล และเป็นประธานชมรมวอลเลย์บอลจุฬาฯ ด้วย พอเรียนเมืองนอกก็เล่นบาสเกตบอล ทุกวันนี้เล่นกอล์ฟและวิ่งตอนเช้า
“ของสะสมของผมคือไม้กอล์ฟและลูกกอล์ฟสมัยโบราณ ซึ่งอาจจะไม่มาก แต่ของที่ได้มาแตกต่างจากที่นักกอล์ฟใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม้กอล์ฟที่ผมเก็บเป็นก้านเหล็กหัวไม้ ลักษณะหัวจะเล็กๆ แต่น้ำหนักเยอะ ปัจจุบันไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่จะทำจากโลหะ หัวโตๆ น้ำหนักเบากว่าไม้ ซึ่งเบามากไม่ดีเพราะเวลาสวิงจะไม่รู้น้ำหนัก ซื้อมาจากอเมริกาเมื่อสิบกว่าปีแล้ว ส่วนลูกกอล์ฟอายุร่วมร้อยปี เป็นลูกกลมเกลี้ยงไม่เหมือนลูกกอล์ฟสมัยนี้ที่เป็นรู เนื่องจากสมัยแรกลูกกอล์ฟกลมเกลี้ยง แต่พอเล่นไปเกิดรอยแล้วตีไกลกว่า ตอนหลังจึงทำเป็นลูกกอล์ฟที่เป็นรูเพื่อลดแรงต้านอากาศทำให้ลูกวิ่งได้ไกลขึ้น”
1.ส่วนที่เป็นภาพเขียนจะเก็บใส่กรอบอย่างดีป้องกันฝุ่นและให้อยู่ในสภาพที่ดี
2.ส่วนที่เป็นเหรียญ ธนบัตร พระเครื่อง ขวดยานัตถุ์ ถ้วย กาน้ำชา หรือของเล็กๆ จะเก็บไว้ในตู้กระจกใสและล็อกกุญแจไว้ ของที่วางต้องให้สวยงามเป็นระเบียบ เหมือนโชว์ไปในตัวและง่ายต่อการตรวจสอบ
3.ส่วนที่เป็นไม้ หรือไม้แกะสลัก ก็จะตั้งไว้ตามมุมบ้านที่เหมาะๆ เหมือนใช้ประดับบ้านไปในตัว
4.การดูแล เนื่องจากอายุมาก จึงไม่สามารถดูแลทุกวัน วิธีการหนึ่งที่จะทำให้ของอยู่ได้นานก็คือ ตักน้ำใส่ถ้วยมาวางในมุมห้องเพื่อไม่ให้ของเปราะแตกง่าย แต่อย่าไปวางใกล้ของที่เป็นกระดาษอาจทำให้เกิดความชื้นได้







