posttoday
เปลี่ยนแปลง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า อลิสรา ปูริซีม่า

เปลี่ยนแปลง เพื่อชีวิตที่ดีกว่า อลิสรา ปูริซีม่า

18 พฤษภาคม 2556

โดย...ษณ์วัฎ ตันวานิช ภาพ วีรวงศ์ วงศืปรีดี

โดย...ษณ์วัฎ ตันวานิช ภาพ วีรวงศ์ วงศืปรีดี

ล้มลุกคลุกคลานในแวดวงธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 ปี จวบจนวันนี้ “ปูเป้อลิสรา ปูริซีม่า” กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิก คอสเมติก เข็นเวชสำอางนำเข้าจากเกาหลี “ดร.จาร์ท” ก้าวขึ้นสู่แบรนด์ระดับพรีเมี่ยมได้สำเร็จ ทำสถิติมียอดขายเป็นอันดับ 3 จาก 15 ประเทศที่แบรนด์ ดร.จาร์ท วางจำหน่าย สร้างรายได้เข้าบริษัทนับร้อยล้านบาท แต่กว่าจะนำเรือขึ้นถึงฝั่ง สาวเเกร่งยอมรับว่าฝ่าคลื่นลมมรสุมรุนแรงไม่ใช่เล่น...

ปูเป้เริ่มสนใจทางเดินธุรกิจตั้งแต่ก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยยึดคติ Work Hard Play Hard เป็นคอแฮงเอาต์ตัวยงกับก๊วนเพื่อนรุ่นพี่ ประกอบกับเพื่อนชาวต่างชาติตรึม จึงทำให้เธอสร้างคอนเนกชั่นหลากหลาย รุ่นพี่เห็นแววจึงคว้าตัวทำงานด้านมาร์เก็ตติ้งเว็บไซต์ท่องเที่ยวเชิงไพรเวตทัวร์ หลังเรียนจบตัดสินใจกลับไปช่วยงานธุรกิจครอบครัวโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ แปซิฟิก เฟอร์นิเจอร์ อินดัสทรี ที่สุพรรณบุรี แม้จะเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านในบรรดาพี่น้องทั้ง 4 แต่เธอคนนี้เลือกก้าวขาออกนอกบ้านเพื่อสัมผัสโลกธุรกิจในชีวิตจริง

“เป้อยากออกมาเพราะคิดว่ามันท้าทาย เพื่อนเป้เขามีพ่อที่ทำธุรกิจไม้เหมือนกัน แต่ของเขาทำดีกว่าบ้านเป้ เพราะเนื้อโปรดักต์ทำขายตลาดยุโรป ขายพวกอิเกีย เลยคุยกันว่าเราทำเฟอร์นิเจอร์เหมือนกัน น่าจะมาทำอะไรร่วมกันสักอย่างดีไหม จึงทำธุรกิจนำเข้าไม้อัดจากมาเลเซีย เป็นโรงงานมาเลย์ที่รัฐบาลซัพพอร์ตให้นำไม้ปาล์มมาแปรรูปเป็นไม้อัด เป้เลยไปขอซื้อไม้เขาเป็นล็อตมาขายในไทย

เราลุยๆ อิมพอร์ตไม้มาทางบัตเตอร์เวอร์ธเข้ามาเป็นตู้ๆ แล้วลงไปเดินหาตลาดเองบนถนนที่เขาขายไม้ทั้งถนนดำรงรักษ์ ภูเขาทอง ไปบางโพธิ์ ไปหาเอเยนต์ไม้ ไปเซอร์เวย์ดูว่ามีใครสนใจบ้าง เราจะออฟเฟอร์ไม้ราคานี้ เพราะเราอยู่ในฟีลด์ที่รู้ว่าตลาดซื้อขายอยู่ที่แผ่นละเท่าไร พอคลุกคลีกับคนในวงการไม้ก็ไปรู้จักซัพพลายเออร์ไม้จากเดนมาร์กที่ขายวีเนียร์ แผ่นไม้ลายที่ใช้แปะหน้าไม้ เลยมาหุ้นกันทำบริษัท เยส วู้ด ขายทั้งวีเนียร์ ไม้อัด ขายตามโรงงานต่างๆ ขับรถไปเองต่างจังหวัด ที่ไหนไปหมด” ปูเป้ เล่าช่วงชีวิตการลุยธุรกิจของเธอในวัยเพียง 25 ปี

ระหว่างที่โลดแล่นในธุรกิจค้าไม้ ปูเป้หันไปจับธุรกิจขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พีดีเอ แล็ปท็อป ในฟอร์จูนทาวเวอร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก เช่นเดียวกับธุรกิจนำเข้าไม้ที่เริ่มประสบภาวะวิกฤตจนต้องเลิกกิจการในที่สุด

“หลังจากนั้นปรากฏว่าบริษัทไม้เจ้าใหญ่ๆ เขาก็ดัมพ์ราคา ราคาไม้ก็เหมือนราคาทองเลยสวิงขึ้นลง แล้วเราเป็นพวกมือใหม่รับของมาเป็นล็อต แต่พอราคาลงฮวบ เราก็ทำต่อไม่ได้ จึงเลิกกิจการ เพราะทุนไม่มี ใช้เงินตัวเอง ไม่ได้ขอทุนจากที่บ้าน หรืออาจขอเป็นเงินกู้ระยะสั้นจากคุณพ่อ ที่กู้มาเราก็บอกว่าขอกู้ล็อตเดียวนะ มีการจ่ายดอก ตีเช็คล่วงหน้า แลกเช็คกับพ่อตัวเอง ทำทุกอย่างเหมือนผู้ใหญ่เขาทำกัน (หัวเราะ)

สมัยนั้นเป็นคนไฟแรง อยากลองทุกอย่าง มองทุกอย่างเป็นโอกาสหมด เป็นคนเที่ยวกลางคืนนะ นอนกี่โมงก็ได้ แต่ว่าตื่นกี่โมงก็ได้ ตื่นเช้าได้ ไม่ตื่นสาย ไม่โอ้เอ้ พอมาทำงานปุ๊บเราเป็นคนที่ไม่รู้จักเหนื่อย มั่นใจในการทำงาน เจอผู้คน แล้วทำงาน 7 วัน ไม่มีวันหยุดก็ได้ ตื่นเจ็ดแปดโมง ทำงานถึง 3 ทุ่มก็ได้ คุยเรื่องงานเวลาไหนก็ได้ เป็นคนที่เจอเพื่อนดีเจอคนดีก็ลุย ลุยอย่างเดียว”

ต่อมาเธอตัดสินใจแต่งงานและมีลูกชาย 1 คน ถึงอย่างนั้นเลือดนักธุรกิจยังพุ่งพล่านไม่ต้องการอยู่เฉย จึงขีดเส้นทางชีวิตหันเหมาจับธุรกิจความงามนำเข้าเวชสำอางจากเกาหลีแบรนด์ ดร.จาร์ท โดยดึงพี่น้องบุญธรรม หนิงปณิตา ธรรมวัฒนะ เข้ามาร่วมทำธุรกิจด้วย แต่กว่าที่แบรนด์จะเติบโตแข็งแรงสร้างผลกำไรได้อย่างทุกวันนี้ เธอยอมรับว่าเส้นทางไม่ได้ราบรื่น

“ถ้าถามความหนักหนาสาหัสที่สุด ต้องเป็นธุรกิจสกินแคร์นี่แหละ เพราะทุกอย่างเป็นศูนย์ เริ่มต้นใหม่หมด การทำธุรกิจที่ผ่านมาเป็นเรื่องเสียสตางค์ เสียความรู้สึกบ้าง โดนหลอกบ้าง ไม่นับ เพราะถือเป็นประสบการณ์ แต่ทำ ดร.จาร์ท สาหัส เรียกว่าต้องเสียค่าประสบการณ์ระหว่างทางขาดทุนนับสิบล้านบาท

เพราะด้วยนิสัยเราชอบมองภาพใหญ่ แล้วก็อยากทำให้มันโพรเฟสชันนัลแบบภาพที่เราคิด โดยไม่เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน เราไม่ได้กลับมามองตัวเองว่า เฮ้ย! เราเป็นอะไร เรามีอะไร แต่เราข้ามไปมองภาพใหญ่ ใช้เงินสู้ แล้วเชื่อว่าเราจะซัคเซสตามนั้น เเต่พอมันไม่ได้ตามที่คิด เราก็กลืนเลือดเหมือนกัน เป็นวิกฤตใหญ่ตอนเริ่มธุรกิจปีสองปีแรก นอนก็ไม่ได้ จับทางอะไรไม่ถูก

แต่สิ่งที่ได้มากลับมาปีที่ 3 ปีที่ 4 เรียกว่าเป็นกู๊ดวิว เหมือนเงินที่ลงไปก่อนหน้านี้ทำให้คนรู้จักแบรนด์เรา ถือเป็นการเพย์แบ็กกลับมาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ตอบรับเรามากขึ้น เลยคิดว่าที่เราเสียสตางค์ไปก็เพื่อสร้างแบรนด์ แต่ว่าเราเสียมากกว่าชาวบ้านเขาเท่านั้นเอง (หัวเราะ)”

ลองผิดลองถูกมาหลายธุรกิจ พร้อมทั้งฝ่าแรงเสี่ยงจากการลงทุนนับสิบล้านบาท ทุกครั้งที่ต้องเผชิญอุปสรรคจนเส้นทางเดินหยุดชะงัก “อลิสรา” แก้ปัญหาด้วย “วิธีการคิด” ที่ได้รับการปลูกฝังมาจากครอบครัว

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณพ่อไม่เคยเคี่ยวเข็ญ แต่คุณพ่อจะทำให้เราเห็นเป็นตัวอย่างว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร ต้องมีวินัยในชีวิตอย่างไร และการทำธุรกิจในชีวิต พ่อจะไม่ห้ามลูก อย่าทำ! ระวังเดี๋ยวเจ๊ง! จะไม่ใช่แนวนี้ แต่จะบอกว่า ทำสิ ลองดู ทำไมไม่ลองล่ะ เขาไม่ได้สอนว่าล้มเหลวปุ๊บ แล้วชีวิตจะจบ แต่สอนให้เราเปลี่ยนทุกวัน ถ้าคิดว่าตรงนี้ไม่ดี เปลี่ยน! ตรงนั้นไม่ดี เปลี่ยน! คนเราเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แล้วชีวิตจะดีขึ้น

เขาสอนเราเสมอว่า คนเราถ้าคิดจะเปลี่ยน อย่าไปรอฝนฟ้า มันอยู่ที่เรา อันนี้ไม่ดีเปลี่ยนเลยลูก อันนั้นทำพลาดช่างมัน เปลี่ยนใหม่ ถ้าพลาดถือเป็นบทเรียน ครอบครัวเป้เลยไม่กลัวหากจะลองทำธุรกิจ หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเก่ง ลูกดี ลูกรวยหมด แต่สิ่งที่คุณป้อนให้ลูกคืออะไร ครอบครัวเป้พ่อแม่เหนื่อยในแบบที่เราจับต้องสัมผัสได้ ลูกออกมาก็เป็นในแนวที่เขาคาดหวังไว้ เพราะอยากให้ลูกเป็นแบบไหน มันต้องทำให้ดูแบบนั้น

เราถูกปลูกฝังมาแบบนี้ พอเจอแต่ละปัญหาในชีวิต เป้จะอยู่เฉยๆ แล้วทำความเข้าใจในปัญหานั้น โดยไม่โทษสิ่งแวดล้อม แต่จะกลับมาถามตัวเองว่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง ให้ความเป็นธรรมกับคนอื่น ให้ความเป็นธรรมกับสิ่งแวดล้อม จะไม่มาเบลมว่า มันผิดเพราะแก มันผิดเพราะเธอ มันผิดเพราะรถเสีย แต่จะกลับมาดูสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงแล้วแก้จากตรงนั้น”

ใช่เพียง “วิธีคิด” ในการจัดการกับปัญหาตัวเองที่ครอบครัวเธอปลูกฝัง แต่ปรัชญาหลักคิดการทำธุรกิจร่วมกับ “คู่ค้า” อลิสรา บอกว่า ถอดแบบแนวคิดมาจากคุณพ่อเช่นเดียวกัน

“ปรัชญาการทำธุรกิจของคุณพ่อ คือ อย่าคิดว่า ‘คู่ค้า’ เป็น ‘คู่ค้า’ แต่เขาเป็น ‘ครอบครัว’ ที่ต้องให้ใจ ดูแลกัน ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่สุพรรณฯ ได้พาร์ทเนอร์ที่เป็นบายเออร์ของเมียนมาร์ที่ดูแลลูกค้าแทนเรา มีครั้งหนึ่งเขาป่วยมาก และระบบสาธารณูปโภค โรงพยาบาลขณะนั้นในเมียนมาร์เขายังไม่ดีพอ พ่อเป้ก็เซอร์วิสเขา พาไปบำรุงราษฎร์ เข้าผ่าตัด ดูแลเหมือนกับเพื่อน เหมือนกับคนในครอบครัว

“ขณะเดียวกันการค้าขายพ่อเป้จะเป็นประเภทที่ว่า การต่อรองราคา ถ้าเราต่อราคาเขา แล้วเขาบอกว่าไม่ได้กำไรเลย คุณพ่อจะบอกว่างั๊นไม่เป็นไร อย่าขายผม เพราะถ้าขายผมต้องมี 3 รวย คือ หนึ่ง คุณขายคุณก็ต้องรวย ต้องมีกำไร สอง คนที่ซื้อของเราไปขายก็ต้องรวย สาม เราเองต้องมีกำไรถึงจะอยู่ได้ ต้องให้อยู่ได้ด้วยกันทั้งหมด”

จวบจนบัดนี้เป็นเวลากว่า 13 ปี ที่อลิสราก้าวเข้ามาในสมรภูมิธุรกิจการค้า เธอยังเชื่อมั่นอย่างเเรงกล้าว่า แบรนด์ในมือเธอจะยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อไป ตราบใดที่ยังยึดมั่นปรัชญาการดำเนินชีวิตเเละธุรกิจตามที่ครอบครัวปลูกฝังมาตลอด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69