
นางซินก้นครัว
โดย...เสน่ห์จันทน์
โดย...เสน่ห์จันทน์
เมื่อตกลงกันแล้วว่า ฝ่ายชายทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ฝ่ายหญิงเป็นแม่บ้านรับผิดชอบดูแลบ้านเรือนให้เรียบร้อย ก็ควรเคารพในศักดิ์ศรีหน้าที่ของกันและกัน ว่ามีความสำคัญต่อชีวิตคู่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ควรเห็นอกเห็นใจและเข้าใจในภาระของอีกฝ่าย
สถานการณ์
ปล่อยให้ภรรยาเป็นแม่บ้าน วันๆ เธอก็คลุกอยู่แต่ก้นครัว หน้าตาผมเผ้าไม่จัดแต่ง เสื้อผ้าก็ชุดเดิมๆ แลดูไม่สวย จะพาออกงานก็ไม่กล้า จะพาเพื่อนมาบ้านก็อาย
ทางออก
ช.แหมๆ ที่ภรรยาคุณดูซอมซ่อในสายตาคุณ ทั้งหมดทั้งมวลเขาก็ทำหน้าที่แม่บ้านที่แสนดีให้คุณอยู่นั้นเอง ถ้าคุณอยากให้เธอสดใสเปล่งปลั่งขึ้น คุณก็ชวนเธอออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ที่คุณอยากดูให้เธอใส่ ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเสียบ้างหน้าเธอจะได้หายมันจากหน้าเตา และคุณอย่าทำให้เธอรู้สึกแย่ไปเองล่ะ ว่าเธอดูโทรมไม่สวย เธอจะหมดกำลังใจ
ญ.แม้เราจะมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้าน แต่อย่าลืมว่าเราต้องดูแลสามีรวมถึงหน้าตาสังคมของสามีด้วย เป็นแม่บ้านใช่ว่าต้องแต่งตัวเป็นแจ๋วตลอดเวลา เวลาทำความสะอาดเลอะเทอะชุดพร้อมลุยได้ เข้าครัวสวมผ้ากันเปื้อนหน้ามันได้ แต่เมื่อว่างเว้นงานเหล่านั้น ซึ่งต้องมีบ้างล่ะ เช่น เวลารอสามีกลับบ้าน ก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ หน้าตาก็แต่งบ้างอย่าปล่อยซีดเซียว ผมเผ้าอย่ารุงรัง เมื่อเขากลับมา นอกจากบ้านเรือนดูสะอาดสะอ้านแล้ว มองดูภรรยาก็แสนสวย แบบนี้จะไปไหนรอด เพราะบ้านนี้มีดีขนาดเนี่ย
สถานการณ์
ต้องตามเก็บตามเช็ดทุกอย่างที่เขาทำสกปรกเลอะเทอะ เสื้อถอดทาง กางเกงอีกทาง จานขนมก็วางอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ บอกแล้วเขาก็ยังทำอีกๆ
ทางออก
ญ.ถ้าการจัดแบ่งหน้าที่งานบ้าน เป็นคุณผู้หญิงต้องรับผิดชอบดูแลฝ่ายเดียว ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าเขาจะช่วยเก็บกวาดเช็ดถู เพราะจะบั่นทอนจิตใจตัวเองไปเสียเปล่า แต่ถ้าเมื่อใดที่เขาลุกขึ้นมาช่วยจัดเก็บบ้างนั้นก็เป็นการแสดงน้ำใจที่เราควรยินดีชื่นชม และถ้าคุณผู้ชายเป็นตัวทำบ้านรกอยู่เสมอ นอกจากคุณจะก้มหน้าเก็บๆ แล้ว ควรเงยหน้าขึ้นมาเจรจากับคนรักเสียบ้างว่า “คุณค่ะฉันเหนื่อย” แต่ทั้งน้ำเสียงและท่าทางของคุณต้องแสดงให้เขารับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยจากงานที่ทำจริงๆ ไม่ใช่ไปด่าทอเขาว่าทำแต่รกๆ แต่ไม่รู้จักช่วยกันทำความสะอาด และพูดจาขอร้องดีๆ ว่า ช่วยจัดเก็บสิ่งของเล็กๆ น้อย เช่น เสื้อผ้าถอดแล้วก็ใส่ในตะกร้า อย่าถอดแล้วกองตรงนั้น คุณขอร้องและทำให้เขาขนาดนี้เขาคงกลับลำปรับตัวให้ดีขึ้นบ้างล่ะ
ช.อย่าดูแคลนงานภายในบ้าน ว่าจะสบายกว่างานที่ต้องออกไปทำข้างนอก เพราะงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอยู่ทุกวี่วันเพื่อคนทั้งครอบครัวนั้น ก็หนักเหนื่อยเอาการ หากไม่ได้กำลังใจมาเป็นยาหอมก็มีเบื่อมีท้อได้เหมือนนั่งทำงานประจำในออฟฟิศใหญ่โตนั้นล่ะ และหากอะไรเล็กๆ น้อยๆ ถ้าไม่ช่วยจัดเก็บ ก็อย่าทำรกเพิ่ม อย่าคิดแต่ว่าหน้าที่เธอ เธอต้องทำ อยู่ด้วยกันก็ควรเอื้ออารีต่อกัน
Ask the Expert
Q.คบกับแฟนมา 7 ปี แต่เขายังไม่มีแผนจะแต่งงานเลย วัยเราก็เข้าเลข 3 แล้ว แม่ดิฉันก็ถามๆ ว่าไม่คิดจะแต่งงานซะทีรึ เราจะพูดกับเขาไงดี โดยที่ไม่ให้เขารู้สึกว่าเราบีบคั้นเขาเกินไปค่ะ?
A.พญ.จามรี ณ บางช้าง จิตแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ให้ข้อแนะนำไว้ว่า การแต่งงานเป็นเพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และบทบาทการใช้ชีวิต ซึ่งตามมาด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการตกลงร่วมกันว่าหากแม้เกิดอุปสรรคใดๆ ขึ้น ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างกันไปตลอด ดังนั้นการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจความคิด ความรู้สึกของเขาต่อการแต่งงาน หรือการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ การที่เขายังไม่เอ่ยถึงอาจจะไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้คิดหรือไม่ได้วางแผนค่ะ ใจเย็นรอดูท่าทีให้แน่ใจแล้วค่อยถามกันอย่างจริงจังนะค่ะ ให้เวลาเขาสักหน่อยก่อน
He Said / She Said
เติ้ล พนักงานบริษัท
“ผู้หญิงในสายตาของผมนะครับ เธอสวย เธอเก่ง เธอมั่นใจ แต่เธอไม่มองผม (หัวเราะ) ล้อเล่น ล้อเล่น ครับ ผมว่าแค่เธอรักเรา ดีกับเรา เข้าใจเรา ผมว่าก็เพอร์เฟกต์แล้ว แต่ถ้าอยากได้มาเป็นชีวิตคู่ผมว่าเรามีจุดเดียวกัน จูนกันติดเท่านั้นก็พอแล้วละครับ”
โอ้ พนักงานบริษัท
“ไม่รู้สิค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ดูยากจริงๆ นะค่ะ เจ้าชู้ กะล่อน และก็มีแฟนหลายคน ดิฉันว่าผู้ชายถ้าไม่เจ้าชู้มากเกินไปก็พอแล้ว นิสัยอื่นๆ เราคงค่อยๆ ปรับกันไปเดี๋ยวเราก็จะรักกันเอง แต่ถ้าเจ้าชู้เหมือนว่าเราจะต้องแก้ปัญหากันไปทุกวัน ไม่ไหวค่ะ เหนื่อย”
Quote
“รักแรกพบ ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากแต่อย่างใด มันก็หมายถึงการที่คนสองคนควงคู่คบหาดูใจกันไปตลอดชีวิตน่ะแหละ ซึ่งเป็นเรื่องปาฏิหาริย์มากๆ เลย”
แซม เลฟเวนสัน นักแสดงตลก พิธีกรรายการโทรทัศน์ ชาวอเมริกัน







