posttoday
ท่องศิลปะขอมแห่งดินแดนตะวันออก

ท่องศิลปะขอมแห่งดินแดนตะวันออก

12 พฤษภาคม 2556

หลังจากที่ผมเดินออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมภาคตะวันออก ก็ทำให้ผมตระหนักถึงธรรมะข้อหนึ่งว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

โดย...โยธิน อยู่จงดี


หลังจากที่ผมเดินออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมภาคตะวันออก ก็ทำให้ผมตระหนักถึงธรรมะข้อหนึ่งว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน แผ่นดินไทยที่เราอยู่เองก็เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรโบราณ อย่างทวารวดีและเขมรมาก่อนถึงกาลเสื่อมสลาย และเราเองก็ควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์เหล่านี้เอาไว้ เพื่อเป็นบทเรียนว่าสิ่งใดทำแล้วถึงกาลเสื่อม สิ่งใดทำแล้วจะเจริญ

ย้อนเวลาผ่านหิน

การเดินทางมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ให้เดินทางมาที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางด้านหลังของศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีประมาณ 200 เมตร อาจจะหายากสักนิด ต้องถามคนพื้นที่ เพราะป้ายบอกทางก็ทำไว้ไม่ครบทุกด้าน อาจหลงได้ครับ แต่หลักๆ ก็คือให้วิ่งเข้ามาทางศาลากลางจังหวัดก็จะเจออยู่ข้างๆ เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ดูเหมือนเพิ่งผ่านการปรับปรุงใหม่ ให้ดูทันสมัยน่าเดินเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ของต่างประเทศ

สิ่งที่แตกต่างกันออกไปอย่างเดียวคือจำนวนผู้ชมที่เข้าเยี่ยมชมนั้นน้อยมาก ในวันเสาร์อาทิตย์ที่เข้าไปนั้นมีเพียง 20 คนเท่านั้นเอง ทั้งที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมายให้เด็กๆ ได้เรียนรู้

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีนี้ เป็นประเภทประวัติศาสตร์โบราณคดี เพื่อเป็นศูนย์รวมของโบราณวัตถุในภาคตะวันออก 7 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด และระยอง ภายในมีการจัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญ ส่วนใหญ่ได้มาจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี เป็นพระพุทธรูป เทวรูปเคารพในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์ ทับหลัง เครื่องใช้สำริด

ตัวพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดีและศิลปะแบบเขมร ส่วนชั้นที่ 2 จัดแสดงศิลปะในประเทศไทยสมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเปรียบเทียบ รวมทั้งเครื่องถ้วยสังคโลกที่พบใต้ทะเล จากบริเวณเกาะคราม จ.ชลบุรี เรียกได้ว่าเดินทางมาที่นี่ที่เดียวก็ได้เรียนรู้เกือบจะครบทั้งภูมิภาคก็ว่าได้

1 หมื่นปีแห่งการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเดินเข้ามาภายในตัวพิพิธภัณฑ์เราจะได้พบกับสิ่งที่เด่นที่สุดของที่นี่ ก็คือประติมากรรมลอยตัวรูปพระวิษณุจตุรภุช หรือพระวิษณุ 4 กร ทำด้วยหินทราย สูง 148 เซนติเมตร เป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 พบที่เมืองศรีมโหสถ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางวัฒนธรรมภาคตะวันออก สมัยทวารวดี เป็นประติมากรรมรูปเคารพเทพเจ้าสูงสุดของผู้นับถือศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกายของยุคสมัยนั้น และถือว่าเป็นดินแดนแรกๆ ของภูมิภาคที่มีศิลปวัฒนธรรมที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะพื้นที่ตั้งเมืองปราจีนบุรี หรือเมืองศรีมโหสถเดิม มีพื้นที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ การคมนาคมติดต่อสะดวกทั้งทางบกและทางทะเล ส่งผลให้วัฒนธรรมของภาคนี้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับวัฒนธรรมอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดินแดนแห่งนี้มีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ประมาณ 1 หมื่นปีมาแล้ว ชนยุคแรกดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์จนยุคต่อมาก็เริ่มประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม จนกระทั่งมาถึงสมัยประวัติศาสตร์ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 1118 ก็มีแข่งขันกันระหว่าง 2 ดินแดน 2 สายทางวัฒนธรรม ก็คือ วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเขมร มีการสร้างเมืองใหญ่เกิดขึ้นหลายเมือง คือ เมืองศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เมืองดงละคร จ.นครนายก เมืองเพนียด หรืองเมืองกาไว จ.จันทบุรี เมืองพระรถ เมืองศรีพโล จ.ชลบุรี และปราสาทเขาน้อย จ.สระแก้ว ซึ่งแต่ละเมืองมีคูเมือง กำแพงเมือง ซากสิ่งก่อสร้าง และโบราณวัตถุปรากฏเป็นพยานหลักฐานให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ประติมากรรมในทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ ทับหลังปราสาทหิน และเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ และนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้

เดินเรื่อยๆ มาที่ชั้นที่ 2 เราจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ของคนโบราณ เครื่องประดับล้ำค่าและความโรแมนติกที่เราไม่คิดว่าคนโบราณจะใช้กัน อย่างการนำเอากระดูกมาทำเป็นสร้อยคอ (ซึ่งก็น่าจะเรียกได้ว่าสวยสุดแล้วในสมัยนั้น) รวมทั้งห้องโบราณคดีใต้น้ำแสดงถึงการปฏิบัติงานทางโบราณคดีใต้น้ำ เส้นทางเดินเรือและค้าขายสมัยโบราณ รวมทั้งโบราณวัตถุที่ได้จากท้องทะเล การจำลองสถานที่ขุดค้นพบกระดูกและซากโบราณคดีต่างๆ มากมาย

น่าเสียดายอย่างเดียวที่การจัดแสดงนี้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับทางประวัติศาสตร์ของแต่ละชิ้นน้อยเกินไป ทำให้การเกิดพิพิธภัณฑ์นั้นเรื่องราวไม่เกิดการปะติดปะต่อ เช่นเครื่องประดับทำจากอะไรและคนสมัยโบราณมีค่านิยมเครื่องประดับอย่างไร หรือหม้อไหนี้เป็นลวดลายแบบไหน และคนโบราณใช้ในกิจกรรมใดบ้าง

แม้กระทั่งบอร์ดลำดับเวลาทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์แต่ละยุคสมัย จากทวารวดีมาถึงเขมรแบบไทม์ไลน์ให้เข้าใจได้ง่ายๆ ในทันที โดยไม่ต้องกลับไปค้นกูเกิลก็ยังมีน้อยเกินไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่บางคนบางจุดก็อธิบายได้ไม่ชัดเจน และตอบคำถามหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องเป็นองค์ความรู้ข้างเคียงไม่ได้ ก็ยังเป็นเรื่องที่ทางพิพิธภัณฑ์ต้องปรับปรุงเพิ่มความน่าสนใจในการเดินชมมากกว่านี้ แต่โดยรวมแล้วทั้งบรรยากาศในพิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงต่างๆ ก็ถือว่าครบที่สุดแล้วกับประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกของประเทศไทย

ที่เหลือจากนี้ก็คือผู้เข้าชม อย่าพยายามตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าเมื่อออกมาจากพิพิธภัณฑ์แล้วเราจะได้อะไร เพราะไม่ต่างอะไรกับการเรียนคณิตศาสตร์ชั้นประถม บวก ลบ คูณ หาร ออกจากห้องเรียนแล้วเราก็ยังไม่ได้ใช้จนกว่าเราจะจ่ายเงินซื้อของนั่นล่ะ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็เหมือนกัน เมื่อเราออกมาแล้วเราก็ยังไม่ได้ใช้ แต่ความรู้เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นฐานความคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ของการพัฒนาผลงานของเราเองในอนาคต

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน