posttoday
ซ่อมได้

ซ่อมได้

11 เมษายน 2553

 

 

เรื่อง : ช่างเขียว [email protected] ถาม : อยากขอข้อมูลผ้าม่านเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้กับบ้าน (คุณนุกูล นนทบุรี)

ตอบ : ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าม่านเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของบ้านที่ขาดไม่ได้ ประโยชน์ที่สำคัญอันดับแรกของม่านก็คือ การป้องกันแสงไม่ให้เข้าสู่ตัวอาคารมากเกินไป ซึ่งก็ช่วยลดความร้อนไปในตัวนั่นเอง นอกจากนั้น ม่านยังทำหน้าที่บังสายตา ให้ความเป็นส่วนตัว และยังเป็นส่วนประดับตกแต่งที่สวยงาม ทำให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้น

ม่านที่นิยมใช้กับอาคารบ้านเรือนโดยทั่วไปมักจะทำด้วยผ้าหรือวัสดุสิ่งทอที่มีการตัดเย็บให้เป็นรูปแบบและขนาดต่างๆ มากมายตามความนิยม โดยส่วนใหญ่จะจับจีบหรือรูดเพื่อให้สวยงาม และสอดคล้องกับลักษณะการเปิดปิดม่านนั้นๆ โดยทั่วไปแล้วม่านที่ทำด้วยผ้าจะเหมาะที่สุดสำหรับใช้ในบ้านเรือน เพราะทำได้มากมายหลากหลายรูปแบบทั้งลวดลายและสีสัน การดูแลรักษาทำความสะอาดก็ทำได้ง่าย สามารถซักล้างได้ และให้บรรยากาศที่อบอุ่น

ส่วนม่านที่ทำจากวัสดุอื่นๆ เช่น วัสดุจากธรรมชาติ ได้แก่ มู่ลี่ไม้ โลหะเคลือบสีพลาสติก หรือเส้นใยอัดเป็นแผ่นคล้ายผ้า นำมาทำเป็นแผ่นแบนเรียงซ้อนกันเป็นเกล็ดเรียกว่า เบรนด์ (BLIND) ซึ่งมีทั้งเกล็ดแนวตั้งและเกล็ดแนวนอน ม่านบังแสงประเภทนี้สามารถควบคุมปริมาณแสงได้ด้วยการปรับมุมเอียงของแถบม่าน มีความสะดวกในการใช้มาก แต่รูปแบบอาจดูแข็งกระด้าง จึงเหมาะกับอาคารประเภทสำนักงานซึ่งต้องการรูปแบบการตกแต่งที่เรียบง่าย ทันสมัย แต่ก็สามารถใช้ในบ้านได้หากต้องการ เพราะมีลวดลายและสีสันมากพอสมควร ทั้งสีต่างๆ และลวดลาย แต่การเช็ดทำความสะอาดไม่สะดวกนัก และอาจเสียหายได้ถ้ามีการถอดโยกย้ายบ่อยๆ

หากบริเวณนั้นมีแดดส่องมากและเป็นเวลานาน ก็ควรเลือกม่านที่มีลักษณะค่อนข้างทึบแสง มีความหนาพอสมควรที่จะบดบังแสงไม่ให้ส่องผ่านเข้ามาได้ อาจจำเป็นต้องมีม่านสองชั้น ซึ่งชั้นนอกจะเป็นผ้าชนิดพิเศษที่ทึบและสะท้อนแสงออกสู่ด้านนอกที่เรียกว่า แบ็กเอาต์ (Back Out) ก็จะช่วยลดความร้อนและแสงได้มาก นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศลงได้ แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับทำม่านเพิ่มขึ้น อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี วัสดุที่นำมาใช้ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ แต่ถ้าบริเวณที่ติดม่านไม่มีแสงส่องโดยตรงมากนัก อาจใช้เป็นผ้าม่านที่มีลักษณะโปร่ง ประเภทผ้าทอลายลูกไม้ต่างๆ หรือผ้าที่มีเนื้อโปร่ง เพื่อลดปริมาณแสงลงเพียงบางส่วน ทำให้รู้สึกสบายตาขึ้น มีการระบายอากาศได้ดี และยังให้ความสวยงาม ดูนุ่มนวล แสงแดดมีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานและความคงทนของสีผ้าม่าน

ผ้าบางชนิด เช่น ผ้าไหมและผ้าที่มีสีสดมากๆ ไม่เหมาะที่จะใช้ทำผ้าม่าน โดยเฉพาะในบริเวณที่ถูกแสงมาก เพราะจะทำให้สีซีดจาง และเส้นใยผ้าจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว หากต้องการใช้ก็ควรจะทำเป็นม่านสองชั้น ส่วนม่านบังแสง หรือเบรนด์ (BLIND) นั้น สามารถติดตั้งโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณแสง เพราะผลิตมาเพื่อป้องกันและทนทานต่อแสงอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหน้าต่างที่ต้องการเปิดให้ลมพัดผ่านนั้น อาจไม่ค่อยเหมาะที่จะเลือกใช้ม่านชนิดนี้ เพราะลมจะตีกระแทกทำให้ม่านขูดกับผนัง ทำให้เกิดเสียงดังและเกิดรอยขูดขีดชำรุดเสียหายได้ จึงเหมาะที่จะใช้เพื่อบังแสงสำหรับหน้าต่างที่ปิด เช่น ในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศมากกว่า

รูปแบบของการตกแต่งห้องและเครื่องเรือนที่ใช้ ควรเลือกให้ม่านมีรูปแบบหรือสไตล์สอดคล้องไปด้วยกัน เช่น ถ้าตกแต่งห้องด้วยสไตล์โมเดิร์น ทันสมัย ก็อาจใช้ลักษณะเป็นม่านบังแสง (BLIND) ที่ดูเรียบง่าย เน้นสีสันได้ดี หรือจะเป็นผ้าม่านทรงเรียบๆ เท่ๆ ก็ได้ แต่ถ้าเป็นสไตล์หรูหราแบบยุโรป ก็ควรเลือกม่านที่มีการจับจีบ มีการทำกล่องม่าน มีการจีบระบายหรือทำเฟื่องประดับบนม่าน เพื่อให้ดูสวยงาม มีรูปแบบเข้ากันได้

รูปแบบของหน้าต่างก็มีผลต่อการเลือกใช้ผ้าม่าน เช่น หน้าต่างโค้ง ควรใช้ม่านยาวจรดพื้นตลอดแนวของผนัง หรือถ้าจะติดเฉพาะบานหน้าต่าง ก็ควรติดตั้งบริเวณใต้ฐานโค้ง ปล่อยให้ส่วนที่เหลือด้านบนเป็นทางผ่านของแสง และถ้าหน้าต่างมีรูปทรงที่สวยงามอยู่แล้ว เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านก็ไม่ต้องใช้ หรือถ้าเป็นหน้าต่างบานเกล็ดจะใช้ได้กับม่านทุกชนิด ทุกประเภท คงขึ้นอยู่กับความชอบและการออกแบบในห้องนั้นมากกว่า หน้าต่างแบบบานเลื่อนหรือหน้าต่างบานกระจกที่กว้างยาวตลอดแนวของผนัง จะสามารถใช้ได้กับม่านทุกชนิด แต่ก็ควรติดคิ้วม่านเพื่อให้ดูสูงขึ้น

หน้าต่างที่มีมุขยื่นเข้าไปในผนังทั้งที่เป็นรูปเหลี่ยมและรูปโค้ง ม่านที่ใช้ควรเป็นม่านจับจีบที่ยาวจรดพื้น แต่ถ้าต้องการเพียงแค่พรางแสงบ้าง ก็อาจใช้ม่านแบบที่เป็นบังตาสั้นๆ มาติดไว้ในแต่ละบานของหน้าต่างก็ได้ ส่วนการรักษาทำความสะอาดผ้าม่านนั้น ปกติจะซักได้ แต่ผ้าบางชนิดจำเป็นต้องซักแห้ง ถ้าให้ดีควรสอบถามจากผู้ขายไว้ด้วย

งบประมาณจะมีผลต่อการเลือกผ้าม่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีงบประมาณจำกัด ก็ควรเลือกม่านแบบที่เรียบง่าย เพราะถ้าเลือกแบบหรูหรามาก ก็ต้องใช้วัสดุปริมาณมาก ราคาค่าฝีมือในการทำก็จะสูงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับรูปแบบการตกแต่งหรือการออกแบบเป็นสำคัญ ม่านที่มีการออกแบบที่ดี มีความสวยงาม เหมาะสมกับการตกแต่งห้องนั้น อาจไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไปครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน