
บังยีโดนอาเซียนตลบหลัง
แพ้ยับชวดนั่งเก้าอี้ประธานเอเอฟซีแต๊กโต้ข่าวคุมทีมชาติไทยหลังโดนเด้งฟ้าผ่า
แพ้ยับชวดนั่งเก้าอี้ประธานเอเอฟซีแต๊กโต้ข่าวคุมทีมชาติไทยหลังโดนเด้งฟ้าผ่า
“ยี” เซ็ง อาเซียนหักหลัง วืดประมุขลูกหนังเอเชีย ด้าน “แต๊ก” ปฏิเสธคุมทีมชาติ
“บังยี” วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยอมรับเสียความรู้สึกที่โดนกลุ่มอาเซียนหักหลังไม่ลงคะแนน เป็นเหตุให้ชวดตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในการประชุมใหญ่ที่กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย วานนี้
“ผมรู้สึกช็อก เพราะไม่คาดคิดว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านี้หลายชาติในอาเซียนรับปากว่าจะลงคะแนนให้ แต่พอถึงเวลากลับไม่ทำอย่างที่พูด สาเหตุน่าจะมาจากหลายๆ สมาคมในแต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงภายใน ถือเป็นบทเรียน เราไม่สามารถอ่านจิตใจคนได้ จากนี้ต้องกลับไปวิเคราะห์กับปัจจัยที่เกิดขึ้น และตั้งต้นทำงานกันใหม่เพื่อเป็นประสบการณ์นำไปใช้ในอนาคต ส่วนการเลือกตั้งสมัยหน้าจะลงอีกหรือไม่นั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจ” วรวีร์ ประมุขลูกหนังไทย กล่าว
ทั้งนี้ สมาชิก 46 ชาติ ได้ลงคะแนน 33 เสียงให้ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม คาลิฟา (บาห์เรน) เป็นประธานเอเอฟซีคนใหม่ ส่วน วรวีร์ 7 เสียง และ ยูซูฟ อัล เชอคาล (ยูเออี) 6 เสียง
นอกจากนี้ บอร์ดฟีฟ่าชาวไทยยินดีกับ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม คาลิฟา ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีความพร้อมในเรื่องเกียรติยศชื่อเสียงและฐานะทางสังคม จึงเหมาะสมที่จะเป็นประธานเอเอฟซี และเชื่อว่าจะทำหน้าที่ได้ดี
ขณะที่ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม คาลิฟา ประธานเอเอฟซีคนใหม่ ประกาศเดินหน้าปราบล้มบอลในภูมิภาคเอเชีย เพื่อลบภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีต
“ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ความไว้วางใจผม ตั้งแต่นี้ไปเราจะต้องทำให้เกิดความสามัคคีและความรักกันในหมู่ชาติเอเชีย ส่วนการทำงานต้องโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เป้าหมายหลักต้องทำให้ฟุตบอลลีกของเอเชียพัฒนาเทียบเท่ากับยุโรป และที่สำคัญต้องปราศจากการพนัน เพื่อลบล้างภาพลักษณ์เก่าๆ โดยเฉพาะเรื่องการล็อกผลการแข่งขันที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้” ประมุขลูกหนังเอเชียป้ายแดง กล่าว
ด้าน อรรถพล บุษปาคม ยอมรับขัดใจ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเหตุให้โดนปลดจากตำแหน่งกุนซือ
“คุณเนวินได้เรียกผมเข้าไปพูดคุยหลังจบเกมที่เสมอ เอฟซี โซล 2-2 ซึ่งผมรู้สึกงงในตอนแรก แต่ผมคิดว่าทุกการตัดสินใจผมมีเหตุผล ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ผมเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อผมไม่สามารถทำตามนโยบายของผู้ใหญ่ได้ เรื่องการเปลี่ยนตัวนักเตะในระหว่างเกมแข่งขัน ทำให้ผู้บริหารมีสิทธิที่จะตัดสินใจแยกทางกัน ผมก็น้อมรับ ส่วนอนาคตยังไม่ได้คิดในตอนนี้ เพราะต้องการกลับถึงเมืองไทยก่อน” กุนซือวัย 51 ปี กล่าว
นอกจากนี้ อดีตกุนซือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังปฏิเสธข่าวลือที่จะมาคุมทีมชาติไทย หรือสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก
“ตอนนี้ขอพักทำใจและให้เวลากับครอบครัวสักพัก เรื่องคุมทีมชาติไทยยังไม่มีใครติดต่อมาเช่นเดียวกับทีมสโมสรไทยพรีเมียร์ลีก แต่ส่วนตัวชอบทำทีมระดับสโมสรมากกว่า” โค้ชยอดเยี่ยมไทยลีกประจำเดือน เม.ย. กล่าว
ทั้งนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง สกอตต์ คูเปอร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเลสเตอร์ ซิตี นั่งแท่นกุนซือแทนที่ อรรถพล เป็นการชั่วคราว ประเดิมเกมแรกบุกเยือน เจนนิฟู้ด สมุทรสงคราม ในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค.นี้







