
ธรรมบรรยาย จาก มุมไบ มงคลสูตร...สู่การเจริญวิปัสสนา (ตอน ๓)
มังคลสุตตัง...สู่บทธรรมนำการปฏิบัติวิปัสสนา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
มังคลสุตตัง...สู่บทธรรมนำการปฏิบัติวิปัสสนา
“บ่ายวันที่ ๒๓ มี.ค. ๒๕๕๖ คณะศรัทธานำโดย Mr. Ratnakar ได้นิมนต์พระอาจารย์อารยะวังโสไปยังวนอุทยานแห่งชาติ Sanjay Gandhi National Park ชานเมืองมุมไบ ซึ่งเป็นสถานที่อันเหมาะแก่การปฏิบัติภาวนาเจริญธรรมอย่างยิ่ง ที่พักเป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง ด้านล่างมีพื้นที่กว้างขวางพอที่จะรับรองแขกผู้มาเยือนได้ราว ๒๐ คน ด้านบนมีห้องพัก ๒ ห้อง ซึ่งบริเวณปีกขวาจัดให้สำหรับพระอาจารย์อารยะวังโส ส่วนพระสงฆ์ ๒ รูป ที่ติดตามมาพักอยู่ปีกซ้าย
บ้านพักหลังนี้มีไว้เพื่อรับรองอาคันตุกะสำคัญเท่านั้น พื้นที่เป็นส่วนตัว ไม่มีที่พักอื่นใดอยู่ใกล้เคียง มีตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง จึงนับเป็นการถวายเกียรติอย่างสูงยิ่งของคณะศรัทธาชาวอินเดียต่อพระอาจารย์อารยะวังโส
พระอาจารย์อารยะวังโส เริ่มนำเข้าสู่บทธรรมสำหรับการปฏิบัติวิปัสสนาด้วยการกล่าวสาธยายคุณประโยชน์แห่งการบูชามังคลสุตตังว่า
การดูแลพ่อแม่ ครอบครัว เป็นหน้าที่ที่สำคัญของมนุษย์ ให้สังเกตว่า ในเบื้องต้นของมังคลสุตตัง เป็นการพัฒนาชีวิต สอนให้พัฒนาชีวิตในเชิงอยู่กับสังคม คือ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสังคม เช่น คบบัณฑิต คบผู้รู้ มีการเรียนรู้ คือ การศึกษาพัฒนาตนเอง ศึกษาเพื่อจะได้รู้ในสิ่งที่ถูกต้อง จำเป็น และเหมาะสม เช่น กฎหมาย กฎศีลธรรม กฎสังคม เมื่อเรียนรู้แล้วจะได้มีความรู้ที่จะพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นไปเพื่อเป็นคนที่สมบูรณ์
นี่แสดงว่าพระพุทธศาสนาสอนเรื่องของการอยู่กับโลกอย่างสมบูรณ์ เป็นสัตว์ที่ประเสริฐ เป็นคนดี และต่อไป เมื่อเป็นคนดีแล้วจึงจะพัฒนาตนเองสู่ระดับสูงขึ้น จากขั้นแรกที่พัฒนาชีวิตแล้ว ต่อไปขั้นที่สอง คือ พัฒนาจิต ยกระดับจิต สร้างคุณภาพชีวิต และขั้นสุดท้าย คือ ยกระดับสู่พระนิพพาน เป็นสามขั้นตอนในมงคล ๓๘ ข้อ
พระอโศกมหาราชทรงมีบัญชาให้ชาวพุทธ ชาวมคธ ชาวอินเดียในยุคนั้น ต้องเรียนรู้พระสูตรมงคล ๓๘ ประการนี้เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตน
มงคล ๓๘ นี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่วัดเชตวันมหาวิหาร เป็นพระสูตรที่เกิดขึ้นเพราะเทวดามาถามปัญหา ไม่ใช่เพราะมีคนมาปุจฉา ณ ขณะนั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วง ๑๒ ปีที่เกิดความโกลาหล มีการถกเถียงกันมากมายว่า อะไรคือมงคลของสัตว์ทั้งหลาย มนุษย์และเทวดาควรถือ ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้เลย ตั้งแต่มนุษย์ถึงเทวดา จึงกลายเป็นความโกลาหล เรียกยุคนั้นว่า ยุคโกลาหล มีความขัดแย้ง แตกแยกกันไป ตามความคิด ไม่มีจุดลงตัว แตกแยกตั้งแต่มนุษย์ จนถึงเทวดา เทวดาใกล้มนุษย์กลุ่มไหนก็เชื่อกันไปตามมนุษย์กลุ่มนั้น กลายเป็นความโกลาหลไปทั่ว
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







