
Situation
เดินทางไป ทำงานไป
โดย...โจลิฟวิ่ง
เดินทางไป ทำงานไป
ชีพจรลงเท้าจริงๆ งานเข้าต้องเดินทางไกลไปต่างประเทศ (อีกแล้ววววว) จนโดนแซวว่าจะถี่ไปไหนเนี่ย แต่ทำไงได้ ก็มันหน้าที่หลักนี่นา เดินทางกับทำงานย่อมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ใครไม่เจอก็คงไม่รู้ เหนื่อยแต่สนุก สนุกแต่ก็เหนื่อย ต้องลองสักครั้งนะเออ เผลอๆ จะติดใจ เดินทางไป ทำงานไป เก๋จะตาย
เปิดโลกใหม่ๆ
โอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ เมื่อโอกาสมาถึง จะปล่อยให้หลุดลอยไปก็ใช่ที่ โดยเฉพาะโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ยิ่งประเทศใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไป ต้องไป หรือแม้จะเป็นประเทศที่เคยไปแล้ว ก็ต้องไปซ้ำ ไปอัพเดตว่าเขาเป็นอะไร ยังไง ณ ปัจจุบัน ไปเปิดหูเปิดตา ถ้าไม่อะไรมาก ก็ไปดูผู้คนพอแล้ว อย่าทำตัวเป็นกบในกะลา อย่ามองว่ามันเหนื่อยหนัก ที่สำคัญ อย่าขี้เกียจที่จะเดินทาง เพราะถ้ามีคำว่าขี้เกียจติดสอยห้อยท้ายมาด้วย นั่นเท่ากับโลกทัศน์ของคุณก็จะถูกปิดกั้นทันที
เสมือนไปเที่ยว
หลายคนไม่ชอบเดินทาง เพราะค่ามันคือการไปทำงาน หาได้ไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ลัลล้าเช่นตอนที่ไปกับเพื่อน หรือกับแฟน จริงอยู่ จุดมุ่งหมายของการเดินทางแต่ละครั้งแต่ละทริปมักเอางานนำหน้า ชูงานเป็นหลักปักธง พอเห็นกำหนดการก็อยากจะขอเซย์กู๊ดบายทันที แต่ยังไงซะ อยากให้คิดเสียว่าเดินทางไปทำงานไกลๆ ก็เสมือนได้เดินทางไปเที่ยวไง (555) ทำงานเสร็จไวๆ ก็ได้เวลาเที่ยวให้ฉ่ำใจไปเลย เจ้าของทริปเขาคงไม่ใจร้ายให้ทำแต่งานหรอก ว่ามั้ย?
ได้พลังกลับคืน
ทุกครั้งที่ออกเดินทาง ย่อมได้อะไรดีๆ กลับคืนมาเสมอ แม้จะเป็นการเดินทางไปทำงานก็เถอะ ได้พบเพื่อนใหม่ ได้รู้จักเมือง ชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม กระทั่งแค่อาหารจานเดียวที่หม่ำข้างทาง อร่อยมากน้อยก็ว่ากันไป แต่นั่นก็คงเพียงพอต่อคำตอบว่าทำไมต้องเดินทาง (บ่อยๆ) พลังใจที่หดหายหรือห่อเหี่ยว บางคราก็สามารถฟื้นกลับคืนมาเพราะการเดินทางไปทำงานไกลนี่แหละ พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าโม้ เรื่องแบบนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง
Ask the Expert...
Q. ทำอย่างไรดีกับพนักงานที่ชอบมาทำงานสาย แต่ไม่อยากถึงขั้นต้องหักเงินเดือน?
A. จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท แนะนำว่า งานนี้ลำพังฝ่ายบุคคลจัดการฝั่งเดียวคงสำเร็จได้ยาก ต้องอาศัยฝั่งหัวหน้าโดยตรงของพนักงาน ต้องใช้หลักจิตวิทยาเข้าช่วยเพื่อให้ได้ทั้งงานและได้ทั้งใจ จริงๆ แล้วควรส่งสัญญาณให้พนักงานรับรู้ว่าบริษัทให้ความสำคัญเรื่องการตรงต่อเวลาตั้งแต่เริ่มงานใหม่ๆ จากนั้นก็คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรม ชื่นชมคนที่ตรงต่อเวลา และสอบถามเพื่อเสนอความช่วยเหลือคนที่เริ่มมาสาย
แต่หากมีใครคนใดคนหนึ่งมาสายบ่อยๆ และบังเอิญคนนั้นก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของหน่วยงาน ไม่อยากใช้กฎระเบียบบังคับ หัวหน้าควรเข้าไปพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการก่อน อย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่า ให้เริ่มต้นด้วยความเป็นห่วง เช่น เช้านี้ดูคุณไม่ค่อยสดชื่นเลยนะครับ มีปัญหาอะไรรึเปล่า? หรือมีอะไรที่ผมจะช่วยได้บ้างไหม?
จากนั้นค่อยๆ ค้นหาสาเหตุที่มาสาย ว่าเป็นเพราะบ้านไกล มีเหตุจำเป็นหรือสุดวิสัยในช่วงที่ผ่านมา หรือเพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนตื่นสาย แล้วสะท้อนให้พนักงานเห็นผลกระทบจากการมาสาย เพราะเขาอาจไม่เคยรู้ก็ได้ว่า ขณะที่เขายังมาไม่ถึงบริษัท เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และอาจรวมถึงผลกระทบต่อลูกค้าด้วยก็ได้ แล้วอธิบายให้เห็นว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไรหากมาเช้าขึ้น แบบนี้เรียกว่าใช้ไม้นวม แต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้ไม้แข็ง หัวหน้าซึ่งใกล้ชิดลูกน้องมากกว่าใครคงต้องตัดสินใจว่าจะใช้ไม้ไหนและจะใช้เมื่อไร
He Said She Said
หนุ่ม นักแข่งรถ
“ผมว่าผู้หญิงสมัยนี้ว่องไวเหมือนรถนะ หนุ่มๆ อย่างเรายังตามไม่ทันเลย (หัวเราะ) เมื่อวานนี้ยังดูรักเราอยู่เลย วันนี้กลับทำเฉยๆ กับเราเสียนี่ ผมว่าผู้ชายทุกคนระวังตัวไว้เถอะครับ สาวๆ เขามาแรงส์กว่าพวกเราจริงๆ”
แนตตี้ นักกีฬา
“ถ้ามัวแต่อืดอาดยืดยาดก็ไม่ทันกินหรอกค่ะ จะบอกให้ผู้หญิงยุคนี้เขาไม่รอคุณหรอกนะคะ (หัวเราะ) ผู้ชายยุคใหม่มันต้องกระฉับกระเฉง ว่องไว และก็ตามพวกเราสาวๆ ให้ทันหน่อย พวกเราถึงจะยอมรับ (หัวเราะ)”
Quote
“ทำงานให้หนัก จริงจังและจริงใจเสมอ นอกจากนี้ ยังต้องอย่าลืมภูมิใจในความเป็นตัวเองด้วย”
แพทริเชีย เบลาสเกซ นางแบบ/นักแสดงชาวเวเนซุเอลา







