
รถไฟที่ญี่ปุ่น บัตรเดียวเที่ยวได้หมด
จะบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องไอทีหรือไม่ ก็เกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่เป็นเรื่อง
โดย...นายบรอดแบนด์ [email protected], twitter@mrbroadband99
จะบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องไอทีหรือไม่ ก็เกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ มากกว่า นั่นคือการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนทางราง หรือรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินนั่นเอง ที่ต้องบอกว่าประเทศไทยมีระบบการจัดการที่ค่อนข้างแย่เมื่อเทียบกับประเทศในระดับเดียวกัน และเป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่มีความพยายามแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งที่สามารถทำได้ทันที
เรื่องปัญหาต่างๆ นานาในการใช้บริการคงไม่ขอพูดถึง แต่จะเน้นที่รถไฟฟ้า 3 สาย คือ BTS MRT และ Airport Link ที่ควรจะมีระบบการออกบัตรโดยสารที่รองรับการใช้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 3 แบบได้แล้ว ทำไมเราต้องพกบัตรโดยสารรถไฟฟ้ากันตั้ง 3 ใบ เรื่องนี้ไม่เข้าใจ
ขอยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบัตร IC Card เป็นลักษณะบัตรเติมเงิน และนำเงินในบัตรไปจับจ่ายใช้สอยได้ จริงๆ แล้วนี่คือระบบบัตรเดบิต บัตรเงินสด หรือบัตรอะไรก็แล้วแต่จะเรียกกัน ซึ่งในทางไอทีเทคโนโลยีสามารถทำได้นานแล้ว โดยบัตรดังกล่าวสามารถใช้จ่ายค่าบริการรถไฟทุกประเภท รถประจำทาง เรือโดยสาร อีกทั้งยังใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ร้านอาหารบางแห่ง สำหรับในประเทศใกล้ๆ กับไทย การใช้งานบัตรแบบนี้มีในฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย (แว่วว่าญี่ปุ่นพัฒนาเป็นการจ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือ แค่เอามือถือไปแตะใกล้ๆ เครื่องอ่าน ทำหน้าที่แทนบัตรเงินสดนั่นเอง ... ซึ่งจะขอกล่าวถึงในโอกาสต่อไป)
สำหรับข้อดีของบัตร IC Card แบบนี้ คือ ทำให้จ่ายเงินได้สะดวกรวดเร็ว คนไทยก็ใช้ง่าย คนต่างประเทศก็สะดวกสบาย ไม่ต้องปวดหัวเรื่องจ่ายเงิน นับเงินทอน ซึ่งที่ญี่ปุ่นสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวซื้อบัตรแบบนี้ การเดินทางจะได้สะดวก ได้รับส่วนลด เงินหมดก็เติม หาซื้อได้ง่ายตามตู้ขายตั๋วในสถานีรถไฟ
ที่ญี่ปุ่นมีบัตรให้บริการแบบเดียวกันจาก 10 บริษัท ผู้ใช้เลือกได้เองว่าจะใช้จากบริษัทใด ซึ่งก็อาจจะมีโปรโมชันดึงดูดใจแตกต่างกันไป เกิดการแข่งขันเพื่อเชิญชวนให้คนใช้งาน ถ้าไปต่างประเทศลองใช้กันดูได้นะครับ แต่ถ้าเป็นในไทยคงต้องรอกันอีกพอสมควร ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่ๆ







