posttoday
นิเวศแห่งความหลากหลาย ณ อภิมหาแนวปะการัง

นิเวศแห่งความหลากหลาย ณ อภิมหาแนวปะการัง

09 เมษายน 2553

เรื่อง ปณิตัส / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

 

 

ออสเตรเลียเป็นเจ้าของแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรียกว่า Great Barrier Reef ทว่าดินแดนงดงามใต้น้ำอันเป็นที่อยู่อาศัยและหากินของสัตว์น้ำนานาชนิดกำลังถูกคุกคาม

โดยปกติเส้นทางเดินของเรือเดินสมุทร ก็รบกวนชีวิตใต้น้ำบริเวณแนวปะการังขนาดมหึมานี้พอประมาณแล้ว ทว่าล่าสุด เรือเชนเน็ง สัญชาติจีน ที่ขนเอาถ่านหิน 6.5 หมื่นตัน ออกจากท่าแกลดสโตน ที่ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย รวมทั้งน้ำมันอีก 3 แสนแกลลอน ซึ่งการเดินทางกลับไปยังประเทศจีนต้องอาศัยมาตรการด้านความปลอดภัยขั้นสูง

เรือเดินสมุทรจีนที่อาจจะเรียกได้ว่าบรรทุกเกินขนาด อาจจะตระหนักเรื่องความปลอดภัยในด้านของการควบคุมไม่ให้น้ำมันและถ่านหินเล็ดลอดลงสู่มหาสมุทร ทว่ากลับลืมคำนวณน้ำหนักบรรทุกของเรือ แถมยังวิ่งออกนอกเส้นทางราวกลับไม่ได้ฝึกฝนมา พุ่งเข้าไปชนแนวปะการังแห่งนี้เข้าเต็มๆ เพียงเพราะต้องการประหยัดเวลา

นักชีววิทยารีบรุดไปตรงที่เกิดเหตุในทันที “เราได้เห็นร่องรอยของปะการังที่ติดอยู่ตามข้างเรือเต็มไปหมด” รัสเซล ไรเชลต์ ประธานอุทยานแห่งชาติทางทะเล ออสเตรเลีย เกรต บาร์ริเออร์ รีฟ กล่าวอีกว่า โชคยังดีที่ไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันหรือถ่านหินออกมา “เพราะนั่นจะส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อสัตว์ทะเล”

เรือเชนเน็งวิ่งเข้าไปในเขตแนวปะการังถึง 2 ไมล์ ทางการออสเตรเลียรีบถ่ายเทถ่านหินและน้ำมันออกไป ก่อนที่เกิดการรั่วลงสู่สิ่งแวดล้อม

จริงๆ เป็นกฎการเดินเรือของออสเตรเลียอยู่แล้ว ในการที่จะไม่เข้าไปแล่นเรือในเขตดังกล่าวแบบไม่ต้องสอนสั่งตักเตือน เพราะแม้ไม่รู้ว่า Great Barrier Reef มีผลทางด้านสิ่งแวดล้อมขนาดไหน แต่ต่างรู้ดีว่า อย่างน้อยบริเวณนี้ก็ช่วยเพิ่มรายได้มหาศาลทางการท่องเที่ยว

ระหว่างปี 25302538 เกิดอุบัติเหตุบริเวณ Great Barrier Reef นี้กว่า 600 ครั้ง ทั้งชนเข้ามาในปะการัง ชนเรือเดินสมุทรด้วยกันเอง เรือล่ม น้ำมันรั่ว ฯลฯ ตามสถิติที่บันทึกเอาไว้ของอุทยานแห่งชาติทางทะเล ออสเตรเลีย โดย 45% ของอุบัติเหตุจะต้องมีน้ำมันรั่วออกมาทำลายสิ่งแวดล้อม

บริเวณ Great Barrier Reef มีร่องน้ำลึกธรรมชาติ สำหรับเป็นเส้นทางเดินเรืออยู่แล้ว “คุณไม่ต้องอาศัยฝีมือในการเดินเรือขั้นเทพเลย ปีๆ หนึ่งไม่รู้มีเรือกี่พันกี่หมื่นลำที่เดินทางไปกลับอย่างตลอดรอดฝั่ง” ไรเชลต์ กล่าว

งานนี้ บริษัท เชนเซ็น เอเนอร์จี กรุ๊ป เจ้าของเรือ ต้องจ่ายค่าเสียหายถึง 9.2 แสนเหรียญสหรัฐ

Great Barrier Reef ของออสเตรเลีย นับเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้มากที่สุดในโลก สถานที่แห่งนี้เป็นแนวปะการังขนาดยาวถึง 1,430 ไมล์ หรือ 2,300 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของปะการัง 400 ชนิด เริ่มสร้างสีสันให้ผืนน้ำกว่า 1.35 แสนตารางไมล์ เรียกว่า ขนาดเกือบเท่าประเทศเยอรมนีทีเดียว

ปะการังเป็นสัตว์ในวงศ์เดียวกับแมงกะพรุน รวมทั้งสาหร่ายทะเล (Algae) และพวกสัตว์เซลล์เดียววงศ์ Zooxanthellae พวกนี้แผ่ขยายกิ่งก้านเพื่อบ้านของพวกมันน่าอยู่ ในอีกด้านก็ได้แต่งแต้มความงามให้ท้องทะเล และยังเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลเล็กๆ มากมาย

Great Barrier Reef แห่งนี้เป็นที่รวมสรรพชีวิต ตั้งแต่สัตว์จำพวกหอยและปลาหมึก 5,000 สายพันธุ์ ปลา 1,500 สายพันธุ์ นก 215 สายพันธุ์ งูทะเล 14 สายพันธุ์ เต่าทะเล 6 ชนิด นอกจากนี้ยังมีวาฬและโลมาอีก 30 สายพันธุ์

การทำลายปะการังบริเวณดังกล่าว เท่ากับทำลายชีวิตลงจำนวนมาก (ไม่นับปะการังเอง ซึ่งจัดเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง) ดังนั้นในปี 2547 ออสเตรเลียจึงได้ตั้งหน่วยงานมาดูแลโดยเฉพาะ คือ Great Barrier Reef Marine Park Authority (GBRMPA) เพื่อที่จะปกป้องดูแลอภิมหาแนวปะการังแห่งนี้ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

Great Barrier Reef ยังเป็นแหล่งดึงดูนักท่องเที่ยว แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 2 ล้านคน เดินทางมาสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของยูเนสโก อย่างไรก็ตามดาบสองคมก็คือ การท่องเที่ยวเองก็ได้รบกวนทำลายแนวปะการังแถบนี้ด้วยเช่นกัน

มลพิษก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง จากสถิติอุบัติเหตุของเรือเดินสมุทรที่มักจะบวกเพิ่มการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลด้วยเกือบครั้งหนึ่งนั้น มีผลโดยตรงต่อความเสื่อมโทรมของแนวปะการัง ตอนนี้มีรายงานว่า บริเวณริมฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์นั้น กว่า 50% ของปะการังได้ถูกทำลายลงไปแล้ว

ก่อนหน้านี้การประมงก็มีส่วนในการทำลายนิเวศบริเวณดังกล่าว ดังนั้นหลังมีการตั้งหน่วยงาน GBRMPA ขึ้นมาดูแลในปี 2547 จึงออกกฎห้ามมีการจับสัตว์น้ำใดๆ ในบริเวณอ่อนไหว เพื่อให้ธรรมชาติใน Great Barrier Reef ได้มีสิทธิฟื้นฟูตัวเอง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน