
ศูนย์หน้า...ข้าละเอือม
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หลุยส์ ซัวเรซ เป็นกองหน้าชั้นยอด แต่น่าเสียดายที่เขากลับเลือกที่จะเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตาแฟนบอลทั่วโลกอีกครั้ง
โดย...จาด้า
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หลุยส์ ซัวเรซ เป็นกองหน้าชั้นยอด แต่น่าเสียดายที่เขากลับเลือกที่จะเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตาแฟนบอลทั่วโลกอีกครั้ง
หัวหอกลิเวอร์พูลถูกจวกยับหลังตบะแตกไปกัดต้นแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เสมอกันไป 2-2 ที่แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และมีหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่พาดหัวเรียกเขาว่า “Cannibal” หรือพวกมนุษย์กินคนเลยทีเดียว
แม้ว่าจะรอดตัวไม่โดนลงโทษในเกมเพราะผู้ตัดสินไม่ทันเห็นเหตุการณ์ แต่คาดว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ก็คงจะลงดาบ ซัวเรซ ย้อนหลัง เพราะภาพช้าชี้ชัดว่าเขาจงใจกระทำพฤติกรรมอันน่ารังเกียจอีกครั้ง หลังจากที่เคยกัดคู่แข่งจนโดนแบน 7 นัดสมัยค้าแข้งกับอาแจ็กซ์
ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย เผยผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ว่า เขาได้โทรไปขอโทษ อิวาโนวิช ด้วยตัวเอง และคู่กรณีก็ได้ยกโทษให้แล้ว
“ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งสำหรับพฤติกรรมที่ไม่อาจแก้ตัวใดๆ ได้ในเกมกับเชลซี ผมได้พยายามติดต่อบรานิสลาฟ อิวาโนวิช เพื่อขอโทษ รวมถึงขอโทษผู้จัดการทีม เพื่อนร่วมทีมและทุกคนที่สโมสรลิเวอร์พูลด้วยที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” ซัวเรซ กล่าว
ทว่า แค่เสียใจก็คงไม่พอ เพราะลิเวอร์พูลได้ลงโทษปรับเขาไปแล้ว และ ซัวเรซ ก็เผยว่า เขาขอให้สโมสรนำเงินดังกล่าวไปบริจาคให้กับกองทุนฮิลส์โบโรห์ ส่วนเอฟเอจะลงดาบหนักแค่ไหนก็ต้องลุ้นกันอีกที
แน่นอนว่าสื่อทั่วโลกรวมถึงสังคมออนไลน์ต่างพากันประณาม ซัวเรซ ที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ในสนาม แต่ในขณะเดียวกันก็มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่อดขำไม่ได้กับพฤติกรรม “จอมกัด” ของเขา จนมีการทำภาพล้อเลียนออกมาแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลาย
เป็นเรื่องน่าเสียดายที่พรสวรรค์ในเชิงลูกหนังของศูนย์หน้าวัย 26 ปี ถูกบดบังด้วยเรื่องราวในแง่ลบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อหาจอมพุ่ง ลูกตุกติกเยอะ เหยียดสีผิวปาทริซ เอวรา ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยิ่งมาก่อวีรกรรมหมั่นเขี้ยวกัด อิวาโนวิช เข้าอีก ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์แบดบอยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้านกอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานสมาคมนักเตะอาชีพ (พีเอฟเอ) เสนอว่า ซัวเรซ น่าจะต้องพึ่งนักจิตวิทยาเพื่อให้เรียนรู้วิธีการจัดการความโกรธให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็ยืนยันว่าดาวเตะหงส์แดงจะไม่ถูกถอดชื่อจากการลุ้นตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2012-2013
แม้จะถูกก่นด่าว่าเป็นจุดด่างพร้อยของสโมสร แต่ถึงยังไงก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ซัวเรซ มีความสำคัญกับลิเวอร์พูลมาก และ เอียน อายร์ ผู้อำนวยการสโมสร ก็ยืนกรานว่าไม่มีความคิดจะขายหัวหอกเจ้าปัญหารายนี้แน่
“เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม เพราะฉะนั้นมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเบรนแดน ร็อดเจอร์ส (กุนซือ) แล้วว่าจะจัดการกับคาแรกเตอร์ในส่วนนั้นของเขายังไง”
คนเราผิดพลาดกันได้ก็จริง แต่หากผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ต่อให้ฝีเท้าดีแค่ไหนก็อาจจะหมดอนาคตเอาได้เหมือนกัน







