
อย่าคิดว่ารู้แล้ว จงเรียนรู้จากคนอื่น “ไว้ชื่อ เซบาสเตียน โสฬสจินดา”
นายแบบและนักแสดงฟรีแลนซ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 26 ปี คนนี้ อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาด โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก
นายแบบและนักแสดงฟรีแลนซ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 26 ปี คนนี้ อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาด โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร
นายแบบและนักแสดงฟรีแลนซ์ หนุ่มลูกครึ่งไทยสวีเดน วัย 26 ปี คนนี้ อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาด โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก ถนัดงานด้านการตลาด การโรงแรม ด้วยเพราะมีดีกรีปริญญาตรีด้านบริการจัดการธุรกิจโรงแรมจากสวีเดน และฝึกงานโรงแรมชั้นนำในยุโรปมาก่อน วันนี้ของเขา เดินไปหาเป้าหมายของตัวเอง เพราะมีแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มไม่ใหญ่ไม่โต ที่แม่ยื่นให้อ่าน
“ผมเลือก Rich Dad Poor Dad ฉบับภาษาอังกฤษ เขียนโดย โรเบิร์ต คิโยซากิ คุณแม่ซื้อมาให้ 5-6 ปี ตอนแรกไม่อยากอ่านเท่าไร เพราะปกติจะอ่านเอาสนุกมากกว่า อย่างพวก แฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ แต่อันนี้เป็นแนวชีวิตธุรกิจ ดูหนักๆ แต่พอได้หยิบอ่านเท่านั้นได้รู้อะไรอีกมากมาย เป็นสิ่งที่ห้องเรียนไม่เคยสอน ได้รู้ว่าคนที่เขาประสบความสำเร็จจริงๆ เขาคิดต่างจากเราออกไปอย่างไร
ผมว่าสิ่งที่เราเรียนมาทุกวันนี้มันมาจากประสบการณ์ ซึ่งอาจพาให้เราเป็นแบบนั้นตลอดไป แต่ถ้าวันนี้เราได้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ อะไรในชีวิต เห็นอะไรมากขึ้น มีวิสัยทัศน์ในชีวิต ผมว่ามันอะไรอีกอย่างที่ต้องลอง หลายคนคิดว่าตัวเองเก่งแล้วไม่เปิดรับ มันก็เป็นการปิดกั้นตนเอง ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะคำว่ารู้แล้ว.. ไม่ดีเลย ทุกวันนี้ใครบอกอะไรมา ผมจะขอบคุณครับ แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องที่เรารู้แล้ว แต่มันก็เหมือนเป็นการเสริมว่าสิ่งที่เรารู้แล้วมันถูกมั้ย เราเก่งในด้านของเรา แต่คนเก่งกว่าเรามีอีกเยอะแยะ
ถ้าเรามีเงิน แต่ไม่เก่งเรื่องการใช้เงิน ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เราได้วางแผนในชีวิตมากขึ้น อย่างคุณแม่ผมเองไม่ถูกปลูกฝังมาก่อนว่าต้องไปลงทุนกับอะไร ไม่มีตรงนั้นมา ผมก็เลยอยากจะสร้างของผมเอง ทุกวันนี้ก็ยังอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ อ่านแต่ละรอบก็ได้แง่มุมต่างๆ ทุกรอบ เป็นหนังสือที่ดีมากๆ ตอนนี้ผมกำลังหาเล่มอื่นของ โรเบิร์ต คิโยซากิ อยู่ เพื่อต่อยอดความคิดด้านการเงินการลงทุน ทำให้เราหิวความรู้มากขึ้น ถ้าคุณแม่ไม่ได้นำเล่มนี้มาให้ ผมก็คงยังอยู่ในกรอบเดิมๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่วันนี้ทำให้เรามีความฝันครับ
เล่มนี้เปลี่ยนทัศนคติ ผมมีประสบการณ์อย่างหนึ่ง ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน ถ้าเราไม่รู้ เวลาเราทำงานกับใคร ก็ค่อนข้างยาก อย่างตอนไปอยู่ลอนดอนไปเป็นเด็กฝึกงาน ตอนเรียนปี 1 การโรงแรม ไปเป็นเด็กเสิร์ฟโรงแรม 5 ดาว อยากรู้ว่าเขาทำงานกันเป็นอย่างไร อยากเก็บประสบการณ์ แล้วตอนมาร่วมงานที่โซฟิเทล โซ ก็ทำตั้งแต่ยังไม่มีอะไร มันเป็นโอกาสที่หายาก ว่าการที่เราจะเริ่มสร้างอะไรสักอย่างจากที่ไม่มีอะไร
ในแง่มุมของมาร์เก็ตติง ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอะไรกำลังสร้างขึ้น ต้องวางแผน มีเดียบายอิ้ง การวางกลยุทธ์ ด้านมาร์เก็ตติง พีอาร์ รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง วันนี้ทุกคนมีฮาร์ดแวร์ง่าย สร้างขึ้นมาแล้วก๊อบปี้ง่าย แต่มาร์เก็ตติงเรามีเอกลักษณ์ของตนเอง ตรงนี้มันสามารถเปลี่ยนได้ ฮาร์ดแวร์เราเปลี่ยนได้ไม่ได้มาก แต่ซอฟแวร์เราเปลี่ยนได้ ให้มันสัมพันธ์กัน
สำหรับนักอ่านทุกท่าน วันนี้การเรียนรู้อะไรบางอย่างมักใช้เวลา แต่ถ้าได้อ่านคนที่เขาประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว เขาก็จะย่นเวลาให้เรา ทำให้เรามองเห็นอุปสรรค และมองเห็นวิธีแก้ไขได้ง่ายขึ้น เรียนผ่านประสบการณ์ของคนอื่นทำให้เราได้เรียนรู้ไวมากขึ้น การที่เราเป็นคนดื้อ พูดว่ารู้แล้ว รู้แล้ว...เสียเวลา นั่นอย่าทำอะไรให้ยาก เราควรทำให้ง่ายๆ เรียนรู้จากคนอื่นด้วยครับ”
&<2288;
&<2288;
&<2288;







