
191 เหตุร้ายสายไม่ว่าง ถ้าฉุกเฉินทำอย่างไร
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินจากเหตุด่วนเหตุร้ายของคนกรุงเทพฯ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินจากเหตุด่วนเหตุร้ายของคนกรุงเทพฯ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
โดย...ธนก บังผล
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินจากเหตุด่วนเหตุร้ายของคนกรุงเทพฯ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดบริการแจ้งเหตุผ่านเอสเอ็มเอส 191 ใช้การไม่ได้
ทั้งๆ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมาเปิดงานยืนยันว่า ประชาชนสามารถส่งผ่านบริษัทผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ ทีโอที และ CAT Telecom
เหตุเกิดจากคืนหนึ่งในวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ชายหนุ่มใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญบอกกับเพื่อนว่า เขาท้อแท้ในชีวิตจนอยากตาย
แม้จะรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมา 2-3 ครั้ง จากการกระโดดน้ำ คราวนี้เพื่อนของเขาได้พยายามเกลี้ยกล่อมปลอบโยน จนการติดต่อขาดหายไป
ไม่นานหลังจากนั้น เวลาประมาณ 23.00 น. เขานึกถึงการช่วยเหลือผ่านทางเอสเอ็มเอส 191 ที่เคยได้ยินทางสื่อ โดยพิมพ์ว่า แจ้งเหตุ ชายจะฆ่าตัวตาย ใช้โทรศัพท์สาธารณะหมายเลข 02 xxx-xxxx
เมื่อกดไปสักครู่ มีการตอบรับจากระบบอัตโนมัติส่งข้อความกลับมาว่า ไม่สามารถแจ้งระบบได้ เนื่องจากชื่อ สถานที่ ลักษณะ ไม่ครบถ้วน
เขาพยายามอยู่ 2 ครั้งจึงรู้ว่าหมดหวัง จึงโทรไปที่ 191 แต่ปรากฏว่าเครือข่ายการให้บริการไม่สามารถติดต่อได้
วิธีสุดท้าย จึงโทรไปที่หมายเลข 1133 ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากการขอความช่วยเหลือฉุกเฉินอื่นๆ เลย เนื่องจากระบบตอบรับว่าเจ้าหน้าที่กำลังให้บริการกับผู้ใช้บริการรายอื่นอยู่ โปรดถือหูรอหรือติดต่อกลับมาใหม่ ระหว่างนั้นมีเสียงโฆษณาโรงพยาบาลศรีธัญญาวนไปวนมา จับเวลาได้ว่ารอนานกว่า 2 นาที
เมื่อเจ้าหน้าที่รับสาย เขาจึงขอเบอร์ “ร่วมด้วยช่วยกัน”
1167 เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนั้นตอบห้วนๆ แล้ววางสายทันที โดยที่เขายังไม่ทันได้ถามเบอร์ช่วยเหลืออื่นๆ
แม้ว่าเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ของ 1167 ร่วมด้วยช่วยกันจะให้บริการที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถค้นหาตำแหน่งของตู้โทรศัพท์สาธารณะเบอร์ 02 ได้ โดยแนะนำให้โทรหา 191
ระบบความช่วยเหลือฉุกเฉินที่ไร้ประสิทธิภาพของ SMS 191 การให้บริการที่ด้อยมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์เบอร์ 1133 รวมถึงการแจ้งเหตุกับตำรวจผ่านสายด่วน 191 ที่จะหวังให้เป็นที่พึ่งในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เป็นวงจรบริการอำนวยความสะดวกประชาชนที่ใช้ไม่ได้จริง
ไม่ต้องพูดถึงว่าการที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับของประเทศอื่นๆ ที่เห็นชีวิตของประชาชนสำคัญเป็นที่หนึ่ง คนกรุงเทพฯ คงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินของกรุงเทพฯ จะมีไว้เพื่ออะไร และใช้ได้เมื่อไหร่







