
‘หนุ่มมาดเซอร์นักวางกลยุทธ์การตลาด’ จิตภาณุ เกิดพานิช
หนุ่มมาดเซอร์มีรอยยิ้มอยู่เป็นนิจ จิตภาณุ เกิดพาณิช วัย 28 ปี คนรุ่นใหม่รักเทคโนโลยี ดีกรีปริญญาโท
โดย...วราภรณ์ ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข
หนุ่มมาดเซอร์มีรอยยิ้มอยู่เป็นนิจ จิตภาณุ เกิดพาณิช วัย 28 ปี คนรุ่นใหม่รักเทคโนโลยี ดีกรีปริญญาโท สาขาบริหารจัดการด้านการตลาด เกียรตินิยมจาก University of Surrey ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Digital Strategic Planner (Integrated Unit) บริษัท Ogilvy & Mather รับผิดชอบในด้านการวางแผนกลยุทธ์บนสื่อดิจิตอลและสื่อผสม
ผลงานเข้าตาที่ผ่านมา คือ ดูแลกลยุทธ์ให้กับ โคคาโคล่า แอมเวย์ เคเอฟซี Siam City Cement (SCCC) บางกอกแอร์เวย์ส ฯลฯ นอกจากนี้ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูล จิตภาณุได้เข้าไปมีส่วนร่วมที่สำคัญในงานวางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร และการสร้างแบรนด์ให้ Royal Hills Golf Course จ.นครนายก อันเป็นธุรกิจของครอบครัวอีกด้วย
“เพื่อนๆ และญาติชอบมองว่าผมเป็นเด็กแนว อาจเป็นเพราะเวลาคิดหรือแก้ปัญหาผมมีแนวคิดที่แปลกแตกต่างออกไป เช่น ที่บ้านอยากซื้อแอดโฆษณาลงแมกกาซีน แต่ผมคิดว่าทำไมเราไม่ทำสวนสัตว์เล็กๆ เช่น เลี้ยงแพะน่ารักๆ ในสนามกอล์ฟ เพราะผมเห็นพฤติกรรมของคนคือชอบถ่ายรูป เช็กอิน เล่นไลน์กันทั้งวัน หากเราเอาเงินซื้อสื่อมาทำสวนสัตว์น่าจะดีกว่า โดยตกแต่งให้สวยคนก็มาถ่ายรูป แชร์ออกไปเป็นวงกว้าง แค่เราทำโปรดักต์ของเราให้ดี สื่อโฆษณามักอยู่ไม่นาน”
จิตภาณุเป็นคนเรียนดี สามารถคว้าเกียรตินิยมมาครองได้ และเขาเลือกทำงานด้านโฆษณา รู้สึกสนุกเพราะงานโฆษณาไม่มีคำว่าผิดหรือถูก “ตอนเรียนปริญญาโทหลักการสอนให้ทำวิจัยเยอะมาก เพราะการทำการตลาดเป็นเรื่องลึกซึ้ง อย่างที่เมืองไทยจะออกสินค้ามาตัวหนึ่ง ทำโฟกัสกรุ๊ป สรุปแล้วก็ออกโปรดักต์เลย แต่ที่นู่นไม่ยอม พูดอย่างเดียวต้องหาข้อมูลมาขัดแย้งด้วย จึงบังคับให้ต้องอ่านศึกษาค้นคว้าเยอะ”
ส่วนที่จิตภาณุดูแลคือ วางแผนกลยุทธ์บนสื่อดิจิตอล ซึ่งสื่อดิจิตอลมาแรงมาก กลบกระแสสื่อรายการในสื่อทีวีที่มาแรง เพราะเมื่อก่อนแม้คนจะเสพคอนเทนต์จากรายการ พอเป็นดิจิตอลเราสามารถเลือกคอนเทนต์ต่างๆ ได้เอง สื่อดิจิตอลจึงน่าสนใจ แต่ในแง่การแพลนโฆษณาบนสื่อดิจิตอลจะยากกว่าทีวีเยอะ
“อย่างรายการวาไรตีจะมีโฆษณาผลิตภัณฑ์ในครอบครัว พอมาเป็นสื่อดิจิตอลเราไม่สามารถแพลนได้ เพราะอยู่ที่กระแสของผู้บริโภค หน้าที่ของผมคือ เน้นหนักด้านข้อมูลแพตเทิร์นของคน เช่น ช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว หรือสองถึงสามปีคนสนใจอะไรอยู่ เราจึงทำนายได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ดิจิตอลทุกอย่างมาเร็วมากทำให้การแพลนสนุกขึ้น แต่การค้นหาข้อมูลทางดิจิตอลเราจะได้ข้อมูลที่จริงแท้ยากมาก เพราะผู้บริโภคอาจให้ข้อมูลที่โกหกก็ได้เพื่อปิดบังอะไรบางอย่าง เช่น สมมติถามว่าใครเคยเข้าเว็บไซต์โป๊บ้าง จะไม่มีใครกล้ายกมือ แต่ถ้าเข้าไปดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคน เราจะรู้พฤติกรรมที่แท้จริงของมนุษย์ แต่ในการทำข้อมูลเปเปอร์ไม่รู้ลึกขนาดนี้ เพราะความเป็นส่วนตัวจะหายไป”
จิตภาณุ เล่าว่า ตอนนี้พฤติกรรมการเสพสื่อโฆษณาของคนเปลี่ยน เพราะคนไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ แต่ตื่นเช้ามาก็จับโทรศัพท์มือถือทันที แบรนด์สินค้าก็อยากนำตัวเองไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือเพื่อสื่อสารกับคนได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจะดีสำหรับผู้วางแผนสื่อทางดิจิตอล แต่ในทางปฏิบัติตอนไปขายงานลูกค้า ซึ่งสื่อบนโทรศัพท์มือถือไม่เหมือนโฆษณาในทีวีที่เขาเคยได้ ลูกค้าจึงไม่แน่ใจว่าสื่อบนดิจิตอลจะเวิร์กกับโปรดักต์ของเขาหรือไม่
“จริงๆ หน้าที่ผมคือการให้ความรู้ ซึ่งข้อดีบนสื่อดิจิตอลคือเป็นข้อมูลที่ช่วยในการวิจัย ทุกครั้งที่คนมีแอ็กชันล้วนเก็บเป็นดาตาเก็บข้อมูลได้เลย ผมเข้าใจว่าใครเข้าถึงข้อมูลชุดนี้แล้วสามารถวิเคราะห์และเข้าหาข้อมูล วิเคราะห์สร้างเป็นโมเดลของตัวเองได้เลย
สื่อบนดิจิตอลสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา โดยเราสามารถนำข้อมูลไปช่วยพัฒนาโปรดักต์ของลูกค้าต่อไปได้ ตอนนี้คนจะเลือกเสพอะไรก็ได้ เพราะอุปกรณ์อยู่ในมือลูกค้า ล่าสุดจากผลสำรวจพบว่าคนกรุงเทพฯ เล่นเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมมากที่สุดในโลก แสดงว่าเด็กไทยปรับตัวเองให้เข้ากับเทคโนโลยีได้เร็วมากขึ้น ตอนนี้ลูกค้าอยากใช้สื่อดิจิตอลแต่ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ และปัญหาคือราคาไม่ถูก หนึ่งในเรื่องพัฒนาบุคลากร ต้องมีทีมงานดูแลบำรุงรักษา ช่วยค้นคว้าในแบบเรียลไทม์ ข้อมูลจึงอัพเดตมากๆ แนวโน้มสื่อออนไลน์มาแน่ๆ ในขณะทีวีก็ยังไม่ตาย แต่มีหน้าที่ที่ต่างกัน สื่อทีวีจะกระตุ้นอารมณ์มากกว่าเพราะได้ยินทั้งภาพและเสียง”
สำหรับการใช้ชีวิตพักผ่อน จิตภาณุชอบอ่านหนังสือด้านการวิจัยการตลาดบนดิจิตอลเพื่อเพิ่มพูนความรู้มากกว่าอ่านเพื่อความสนุกแต่เพียงอย่างเดียว เครื่องมือสื่อสารเขาเลือกไอโฟน 5 เพราะเหมาะกับการใช้ชีวิตของตัวเอง แต่บางวันเขาก็อยากตัดการสื่อสารกับโลกภายนอก เพื่อไม่ให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว
“ผมเล่นไลน์บ้าง พยายามไม่ติดเพราะเดี๋ยวไม่โฟกัสกับสิ่งที่ทำ และอยากแยกชีวิตการทำงานกับการพักผ่อน พยายามบาลานซ์ทั้งสองสิ่งให้ได้ ผมคิดว่าไอโฟนเหมาะกับผม ได้ลองเล่นแอพพลิเคชันแล้วติด เช่น แอพพลิเคชันถ่ายภาพทำให้ผมสร้างสรรค์สิ่งอื่นได้ เช่น เมื่อก่อนจะถ่ายภาพดีๆ ต้องใช้กล้องดีๆ เท่านั้น แต่โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพได้แล้วยังแต่งภาพได้ด้วย สามารถนำภาพสวยๆ ไปเสนอลูกค้าได้รวดเร็ว การทำงานจึงเร็วขึ้น ผมไม่เล่นเกมแต่ผมอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับเกม มีรีเสิร์ชชิ้นหนึ่งบอกว่า คนพัฒนาเกมที่เก่งเชื่อว่าเกมเปลี่ยนแปลงโลกได้ ถ้าเรามองทุกอย่างรอบตัว ก็เหมือนกับเรากำลังเล่นเกมกันอยู่นั่นแหละครับ”
จิตภาณุ เกิดพาณิช วัย 28 ปี
การศึกษา ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ปริญญาโท สาขาบริหารจัดการด้านการตลาด เกียรตินิยม จาก University of Surrey ประเทศอังกฤษ
ผลงาน เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ Gold Lions ในเทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity ประเทศฝรั่งเศส
การมีส่วนร่วมในการสร้างแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดเศรษฐกิจพอเพียง ในปีมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษาครบรอบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การเป็นส่วนหนึ่งของทีมโอกิลวี่ สร้างสรรค์แคมเปญบนสื่อดิจิตอล Flying Book (Amway for Thai Society Foundation) ที่สามารถชนะการประกวดงานโฆษณาในเวทีต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศถึง 11 รางวัล รวมไปถึงรางวัล Best of Show Award in Integrated Digital Advertising จากเวที Bangkok Art Directors’ Association 2011-2012 (B.A.D Awards)







