posttoday
ศรัทธา ปะทะ ทุนนิยม

ศรัทธา ปะทะ ทุนนิยม

03 เมษายน 2556

ในภาวะที่สังคมมีความไม่แน่นอนสูง สวนทางกับความสามารถในการพัฒนาเครื่องมือ

โดย...นกขุนทอง

“ในภาวะที่สังคมมีความไม่แน่นอนสูง สวนทางกับความสามารถในการพัฒนาเครื่องมือ หรือวิธีการตรวจสอบและเปิดเผยให้เห็นในสิ่งที่เรายังมีข้อจำกัดในการรู้ความจริง ไม่ว่าความจริงเหล่านั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม หลายคนกลับยังสนใจที่จะรู้ความจริงทางสังคมในปัจจุบัน น้อยกว่าสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต ผ่านการภาวนาและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสิ่งที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ เสมือนการสร้างหลักประกันที่มีความแน่นอนในชีวิตประจำวันและจะมีผลไปถึงอนาคตด้วย การผลิตซ้ำวัตถุมงคลจึงเป็นไปตามปริมาณความต้องการและกระตุ้นความต้องการไปพร้อมกัน ความศรัทธาแบบร่วมสมัยจึงสัมพันธ์กับการลงทุนที่จะเชื่อ กับการแลกเปลี่ยนด้วยเม็ดเงินมหาศาลอย่างแยกออกจากกันไม่ได้”

ด้วยแนวความคิดที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ “ประทีป สุธาทองไทย” ศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง สร้างสรรค์งานศิลปะจัดแสดงในชื่อนิทรรศการ “HolyProduction : ชอบ/เงิน/สด” ซึ่งที่มาของชื่อ ชอบ/เงิน/สด ประทีปได้ไอเดียมาจากเห็นโปสเตอร์ที่ทำขายกันให้คนเอาไปติดตามบ้าน ที่เลือกชื่อหลวงพ่อต่างๆ ที่มีความหมายดีๆ มารวมกันแล้วเกิดเป็นความใหม่ที่เป็นมงคล

ภายในห้องนิทรรศการขนาดใหญ่ ประทีปเลือกนำเสนอผลงานภาพขนาดใหญ่ลดหลั่นกันเพียง 5 ภาพ ซึ่งภาพใหญ่สุดมีขนาด 6 เมตร เพื่อต้องการให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนออกมาจากภาพ

ประทีป เล่าถึงกระบวนการทำงานว่า ในผลงาน 1 ภาพ มีภาพต่อกันหลายๆ ภาพ แต่รายละเอียดต่างกัน “ผมต้องการเน้นให้งานใหญ่มาก ดูไกลๆ ไม่เห็นอะไร ดูเป็นเม็ดสี เป็นพิกเซล เหมือนภาพแอบสแทรกต์ แต่เข้าดูใกล้ๆ จะเห็นเป็นภาพวัตถุมงคลขนาดเล็กๆ เรียงกัน เป็นภาพขนาดเท่าวัตถุมงคลของจริง ผมต้องการสื่อให้เห็นการผลิตซ้ำ การผลิตวัตถุมงคลเหมือนอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าที่มีปริมาณมหาศาล

งานอีกชิ้นหนึ่งเป็นเหรียญรูป ฟาน โกห์ ผมผลิตในรูปแบบคล้ายวัตถุมงคล พอดีเรื่องเล่าของ ฟาน โกห์ มีทัศนคติที่ตรงกับความรู้สึกของคนไทยที่ว่า ศิลปินไส้แห้ง และโดยส่วนใหญ่คนรู้จักประวัติของเขาว่าช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ขายรูปไม่ได้ แต่งานเขากลับมีค่าตอนเขาตาย ฟาน โกห์ มีภาพชีวิตแบบอุดมคติที่ถูกนำมาเล่ามากกว่าศิลปินคนอื่น ด้วยความพิเศษตรงนี้ คนรู้จัก ฟาน โกห์ ผ่านชีวิตที่นำไปพูดซ้ำผลิตซ้ำ อีกด้านหนึ่งไม่มีใครรู้จักงานเขา แต่มีการประมูลภาพเขาราคาสูงมาก เพราะคนรู้จักตัวเขา เหตุนี้ผมจึงเลือก ฟาน โกห์ ผมอยากแปลงคนจากประเทศอื่นมาทำให้เป็นไทยได้ มีการยกสถานะ ยกคนหนึ่งให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนบูชา เพราะพอเราบอกว่าอะไรศักดิ์สิทธิ์คนก็ไม่มีคำถาม ตามหลักความเชื่อ ใครว่าอะไรดีก็ดีตามหมด เรามักจะคิดว่าไม่เสียหายที่จะไหว้ มันมีช่องโหว่ที่ผมเห็น ผมเลยคิดว่า ถ้า ฟาน โกห์ อยู่ในสภาพวัตถุมงคลก็เอามาขึ้นคอบูชาได้

และอีกอันผมทำเหมือนพระเครื่องเลย รูป ฟาน โกห์ นี่แหละ เหมือนตอนเราไปทำบุญได้วัตถุมงคลใส่กล่องมา ผมต้องการให้งานคลุมเครือระหว่างงานศิลปะกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ เพราะโดยปกติเรามักจะอธิบายว่ามันพิเศษมากกว่าสิ่งที่มันเป็น จะมองว่าเป็นการเสียดสีหรือตั้งคำถามผ่านงานชิ้นนี้ก็ได้”

ประทีปหยิบจับประเด็นในเรื่องของความศรัทธา ความเชื่อ รวมถึงความงมงายของผู้คนในยุคปัจจุบัน ดังที่เห็นได้ว่าในปัจจุบันมีการซื้อขายวัตถุมงคลผ่านโลกออนไลน์มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณค่าของวัตถุมงคลในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการเป็นเครื่องเตือนสติ หรือเป็นเครื่องปกป้องคุ้มครองที่มีคุณค่าทางจิตใจ กลายเป็นถูกกำหนดคุณค่าทางราคาตามความนิยมในการสะสมและเก็งกำไร

“ผมรวบรวมภาพวัตถุมงคลมาจากเว็บไซต์ที่มีการประมูล เป็นข้อมูลภาพทั้งหมดที่ทำเป็นงานขึ้นมา ที่มาของภาพก็บอกโดยนัยว่าโลกของวัตถุมงคลและโลกตลาดสินค้าในอินเทอร์เน็ตมันไปด้วยกัน และทำให้เห็นว่ามีการซื้อขายวัตถุมงคลเป็นจำนวนมหาศาล เดี๋ยวนี้ต้องการเช่าบูชาพระไม่ต้องไปที่วัดแล้ว ในอินเทอร์เน็ตมี ไปตามร้านสะดวกซื้อก็มีขาย มีโบรชัวร์ให้สั่งซื้อ เห็นได้ว่าธุรกิจนี้มีการปรับตัวทางการตลาดไปตามสังคม

ที่มาสนใจเรื่องนี้ ผมว่าปัจจุบันมันมีแง่มุม โลกศักดิ์สิทธิ์กับทุนนิยมมันไปด้วยกันได้ ทั้งที่มันไม่น่าไปด้วยกันได้ กระบวนการผลิตวัตถุมงคลใช้ระบบทุนนิยม ปรับศาสนาให้เข้ากับโลกปัจจุบัน พยายามตอบโจทย์ปัญหาของคนแต่ละยุค สมัยก่อนห้อยพระกันผี หนังเหนียว เป็นปัญหาของคนยุคก่อน เดี๋ยวนี้ตอบโจทย์ ทำมาค้าขึ้น โชคลาภ เมตตามหานิยม แก้อะไรก็ได้ที่คนอยากให้แก้ มันก็คือโฆษณานี่แหละ เวลาโปรโมตก็พูดสรรพคุณเชิงความวิเศษ ผมว่าตราบใดที่คนเรายังเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ก็ยังขายได้ ไม่งั้นไม่เสียเงินเสียทองแสวงหากันมา แต่ถ้าเรายืนอีกจุดหนึ่ง ความศักดิ์สิทธิ์ซื้อได้ มองในเรื่องความพอใจ ถ้ามันซื้อได้จริงๆ มันจะต่างอะไรกับสินค้า ก็เป็นสินค้าตัวหนึ่งน่ะสิ มีกระบวนการไม่ต่างจากหุ้น มีกระบวนการปั่นให้ราคาขึ้น มีการวางหมาก ราคาขึ้นเทขาย”

อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของงานศิลปะชุดนี้ ประทีปออกตัวว่า ไม่ได้กำลังวิพากษ์ แต่เป็นมุมที่สังเกตเห็น “ผมไม่ได้พูดว่างมงาย ผมก็ห้อยพระ ถ้าเราเข้าใจจุดมุ่งหมายของการห้อย”

นิทรรศการ “HolyProduction : ชอบ/เงิน/สด” จึงเสมือนการตั้งคำถาม หรือพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองว่าจะมองไปทางไหน ระหว่างโลกแห่งความศักดิ์สิทธ์และโลกแห่งทุนนิยม เปิดให้ชมถึงวันที่ 7 เม.ย. ณ 100 ต้นสน แกลเลอรี่ ชิดลม กรุงเทพฯ เปิดให้ชมในวันพฤหัสบดีวันอาทิตย์ เวลา 11.0019.00 น.

ประวัติศิลปิน

ประทีป สุธาทองไทย เกิดปี 2523

จบปริญญาตรีจากคณะวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ในปี 2544 และปริญญาโทจากคณะคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2549

ปัจจุบันทำงานศิลปะและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มีผลงานแสดงในประเทศทั้งเดี่ยวและกลุ่ม อีกทั้งยังเข้าร่วมในนิทรรศการกลุ่มทั้งในและต่างประเทศ อาทิ นิทรรศการ Nuova {Arte} Povera ฮ่องกง ในปี 2555 นิทรรศการ Wonderland ปี 2554 Singapore International Photography Festival และ นิทรรศการ More To Love : The Art of Living Together ปี 2551

นิทรรศการ La video thato (as part of Videoformes 2007) ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2550 นิทรรศการ What about WATER Short cuts ประเทศไอซ์แลนด์ และนิทรรศการ Ghost of the Coast ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2549 นิทรรศการ Vision Impossible คู่กับ พรทวีศักดิ์ ริมสกุล ปี 2548 และเทศกาลเดือนแห่งภาพถ่าย กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 (ปี 2547) และครั้งที่ 3 (ปี 2549) เป็นต้น

ประทีป เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Asian New Media Art Competition กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2549

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก