
เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน ในมุมมองของ วีระ อารีรัตนศักดิ์
ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ ดำรงตำแหน่งสูงแค่ไหน คุณก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ ประโยคลอยๆ ที่หาที่มาไม่ได้
ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ ดำรงตำแหน่งสูงแค่ไหน คุณก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ ประโยคลอยๆ ที่หาที่มาไม่ได้
โดย...โยธิน อยู่จงดี
ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ ดำรงตำแหน่งสูงแค่ไหน คุณก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ ประโยคลอยๆ ที่หาที่มาไม่ได้ แต่คือความจริงที่ทำให้เราอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาความคิด รู้จักมุมมองใหม่ๆ ในจักรวาลแห่งความรู้ และเป็นความจริงหนึ่งเดียวที่ทำให้ วีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ ได้อ่านหนังสือเพื่อนำวิธีใหม่ๆ มาพัฒนาปรับปรุงวิธีการบริหารงานของเขาอยู่เสมอ
วีระ ในมาดผู้บริหารใหญ่ของบริษัทไอทีชั้นนำของโลก เดินถือหนังสือมา 2 เล่ม คือ เดอะ 8 แฮบบิต (The 8th Habit) ซึ่งเป็นหนังสือที่พัฒนาต่อยอดมาจาก เดอะ 7 แฮบบิต (The 7 Habits) ผลงานของนักเขียน สตีเฟ่น อาร์. โคเวย์ (Stephen R. Covey) เป็นหนังสือแนวบริหารบุคคลชั้นนำที่มียอดขายกว่า 15 ล้านเล่ม ใน 37 ภาษาทั่วโลก กลายเป็นหนังสือสะเทือนวิธีคิดของคนอ่าน จนนิตยสารไทม์เคยยกย่องให้ โคเวย์ เป็น 1 ใน 25 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลก
ส่วนอีกเล่มคือ แมเนจเมนท์ เอสเซนเชียล (Management Essentials) ก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่นำเอาแนวคิดของ เดอะ 7 แฮบบิต มาใช้ แต่ย่อให้มาอยู่ในรูปแบบใช้งานในระดับผู้บริหาร
“อย่างแรกที่ผมเอาแนวคิด 7 แฮบบิตมาใช้ในการทำงานก็คือ การคิดนอกกรอบ เวลาที่เราทำทุกอย่างให้ลองเริ่มจากการคิดนอกเส้นทางเดิมที่เราเคยคิดอยู่เป็นประจำ อย่างเวลาเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่ คนทั่วไปเวลาไปเที่ยวเขาจะมองว่าไปอย่างไร ด้วยรถยนต์ รถบัส หรือเครื่องบิน เป็นการมองในเรื่องของกระบวนการที่ทำให้ไปถึงปลายทาง
ถ้าเรามองว่าเราจะไปถึงเชียงใหม่อย่างไรให้เร็วที่สุด แล้วค่อยกลับมาดูว่าเราจะใช้วิธีการอะไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้ ก็เป็นวิธีการคิดในมุมมองที่กลับกัน การคิดเชิงธุรกิจก็เช่นกัน หากเราตั้งเป้าให้บริษัทโต 50% ในปีนี้ เราลองตั้งเป้าไว้อย่างนั้นก่อน แล้วค่อยมาหาวิธีที่จะทำให้ไปถึง ส่วนใหญ่ในการบริหารงานของคนทั่วไปเราจะไปติด ไปคิดเรื่องความเป็นไปได้ ทำให้เราไม่ได้คิดหาวิธีการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม” วีระ บอกกับเราด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย พลางเปิดหนังสืออธิบายถึงแนวคิดที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้ให้เราฟัง
ผู้บริหารหนุ่มยังบอกกับเราอีกว่า สิ่งที่เขาเน้นมากที่สุดก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการความสำคัญ เพราะในชีวิตการทำงานของเรามีเรื่องความสำคัญและความเร่งด่วน หลายครั้งเรื่องสำคัญและเร่งด่วนก็มักจะมาด้วยกัน ซึ่งเราต้องแยกออกให้ได้ว่าสิ่งไหนเร่งด่วนและสำคัญที่สุดต้องมาก่อน เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญมาทีหลัง ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีความสำคัญแท้จริงเลย
ที่สำคัญทุกเช้าต้องตั้งเป้าหมายว่าวันนี้เราจะต้องทำอะไรให้เสร็จบ้างอย่างน้อยๆ 3 อย่าง เพื่อให้งานเดินหน้า ต้องลำดับการวางแผน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนขาดหายไป เราอาจจะเสียเวลากับความคิดในช่วงแรก แต่ถ้าเราลำดับความสำคัญสิ่งที่ต้องทำก่อนทำหลังได้ ทุกอย่างก็จะง่ายและเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ แค่เราเปลี่ยนวิธีคิดเดิมแล้วหาหนทางใหม่ ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ในทุกๆ เรื่อง และเป็นสิ่งที่ได้จากหนังสือดีๆ เล่มนี้







