
มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล ว่าที่คุณครูหน้าใส
ใครว่าคุณครูต้องใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวเชยสะบัด ไม่เข้าใจความคิดความอ่านเด็กรุ่นใหม่เสมอไป อย่างน้อยว่าที่คุณครูแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล
ใครว่าคุณครูต้องใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวเชยสะบัด ไม่เข้าใจความคิดความอ่านเด็กรุ่นใหม่เสมอไป อย่างน้อยว่าที่คุณครูแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
ใครว่าคุณครูต้องใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวเชยสะบัด ไม่เข้าใจความคิดความอ่านเด็กรุ่นใหม่เสมอไป อย่างน้อยว่าที่คุณครูแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล สาวน้อยน่ารักตรงหน้า ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี ว่า สมัยนี้คุณครูน่ารัก ใจดียังมีอยู่ใน (โรงเรียน) จริง
สาวน้อยหน้าใสเปิดฉากการสนทนาด้วยการแนะนำตัวอย่างฉะฉานว่า ตอนนี้กำลังจะขึ้นปี 5 คณะครุศาสตร์ สาขาธุรกิจศึกษา เอกการตลาดการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอบอกว่าเลือกเรียนคณะนี้เพราะใจรัก อยากเป็นครู อยากถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่มีให้กับคนอื่น
“แพรเป็นคนชอบพูด ชอบถ่ายทอด ชอบเล่าเรื่องมาตั้งแต่เด็ก เลยเลือกเรียนคณะนี้ อีกอย่างสาขาที่เลือกก็ไม่ได้เน้นแต่จบมาเพื่อเป็นครู แต่เรียนเหมือนบริหารธุรกิจควบคู่ไปด้วย ทำให้จบมาสามารถไปเป็นทั้งครู ผู้บริหารโรงเรียน หรือ ทำธุรกิจส่วนตัวได้ด้วย” ซีเนียร์คณะครุศาสตร์เล่าถึงเส้นทางที่เลือกเดินอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ ในปีการศึกษาหน้า แพรบอกว่า เธอจะได้มีโอกาสไปลองสอนนักเรียนจริงๆ ในฐานะครูฝึกสอนเป็นครั้งแรก โดยเธอเลือกที่จะไปสอนด้านบริหารที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยก่อน เพราะคิดว่าเป็นความท้าทายดี ส่วนในภาคเรียนที่ 2 เธอตั้งเป้าจะไปฝึกสอนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หรือโรงเรียนสาธิตปทุมวัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการลงสนาม (ฝึกสอน) จริงครั้งแรก แต่สาวแพรก็ค่อนข้างมั่นใจ เพราะก่อนหน้านี้มีวิชาเรียนที่ให้ทดลองสอนจริง เธอก็ทำได้ดี สามารถคุมนักเรียน (เพื่อนในห้อง) ได้อยู่หมัด โดยเทคนิคที่แพรเอามาใช้และคิดว่าได้ผลมากคือ การสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้สนุก แฝงการให้ความรู้
“แต่ถ้าแพรต้องเจอเด็กที่ดื้อ หรือไม่เชื่อฟัง แพรจะไม่ตี อาจจะหาวิธีอื่น เช่น เอารางวัลมาเป็นแรงจูงใจ หรือพูดคุยดูว่าปัญหาของเขาคืออะไร แล้วช่วยกันแก้ปัญหา”
นอกจากการเรียนแล้ว ถึงแพรจะเป็นเด็กเรียนดี เกรดเฉลี่ย 3.68 แต่เรื่องกิจกรรมเธอก็ไม่มองข้าม หากแต่ทำทุกกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการเรียนอย่างลงตัว ทั้งเชียร์ลีดเดอร์ กลุ่มตัวแทนนิสิตผู้อัญเชิญพระเกี๊ยว นอกจากนี้ยังเคยเข้าร่วมโครงการประกวดแผนการตลาดธุรกิจ “ต้นกล้าสีขาว” ของธนาคารกรุงไทย ได้เข้ารอบ 40 ทีมสุดท้าย โครงการ “กล้าใหม่ใฝ่รู้” ของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย
“แพรว่าการเรียนก็สำคัญ แต่การทำกิจกรรมคู่ไปด้วยทำให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เพื่อน ได้คอนเนกชัน เพราะความรู้บางอย่างก็ไม่ได้มีในตำราเรียน การทำงานจริงมีปัญหาเยอะแยะให้เราต้องจัดการและยืดหยุ่น ดังนั้น การทำกิจกรรมจะช่วยให้มีประสบการณ์พวกนี้”
อย่างไรก็ตาม แม้จะให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมแต่ก็ต้องรู้จักจัดสรรเวลา สำหรับสาวแพร เธอบอกว่า เน้นการเรียนในห้องเป็นพิเศษ เพราะเคยมีบทเรียนราคาแพง ตอนอยู่ปี 1 เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ซ้อมหนักมาก ทำให้ต้องขาดเรียนบ่อย แต่ปรากฏว่าการไม่เข้าเรียน ทำให้สื่อสารกับเพื่อนผิดจนอ่านหนังสือสอบผิดบท
“แพรจำได้ว่า เพื่อนบอกจะสอบบทที่ 6-8 แต่แพรลืมคิดไปว่าแพรใช้หนังสือของพี่รหัส ซึ่งมันเป็นรุ่นเก่า เลขบทไม่ตรงกับฉบับพิมพ์ใหม่ เลยกลายเป็นว่าอ่านผิดบทไปสอบ ตั้งแต่นั้นเลยจำมาตลอดว่า ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนในห้อง จะได้ไม่หลุด อีกอย่างแพรโชคดีว่ากิจกรรมที่มาทำเยอะ เป็นช่วงปี 4 ซึ่งเรียนน้อยลงมาก เพราะลงเรียนไปเต็มที่ตอนปี 13 แล้ว ทำให้มีเวลาทำกิจกรรมเต็มที่โดยไม่กระทบกับการเรียน” ว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 เผยเทคนิคการเรียนส่วนตัว
ส่วนอนาคตเธอวางแผนจะทำงานหาประสบการณ์ก่อน 1 ปี จึงไปเรียนต่อปริญญาโท ทว่าอีกหนึ่งฝันที่ตีคู่มากับการเป็นครู คือ เปิดร้านกาแฟและเบเกอรี เพราะเธอชอบทำขนม แต่ไม่เคยไปเรียนจริงจัง อาศัยดูจากอินเทอร์เน็ต หนังสือ หรือเรียนจากคุณอา
สุดท้าย ก่อนจบการสนทนากัน สาวแพรทิ้งท้ายว่า หวังว่าจะได้เจอกับนักเรียนที่น่ารัก ไม่ดื้อ เพราะอย่างน้อยตัวเธอเองก็จัดเป็นเด็กดีและนักเรียนที่น่ารักคนหนึ่งมาตลอด
แหม...คุณครูน่ารักขนาดนี้ นักเรียนที่ไหนจะดื้อลง...







