
Mind the Gap
เบื่อออฟฟิศ
โดย...ออฟฟิศโซไซตี้
เบื่อออฟฟิศ
หายหน้าหายตาไปจากออฟฟิศนานหลายวัน กลับมาทำงานก็โดนเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ ร่วมออฟฟิศแซวหนัก “อยู่ออฟฟิศมันร้อนเหรอจ๊ะ ถึงไม่อยากเข้าออฟฟิศน่ะ” แรงส์!!!
เปล่านะ แค่มีงานรุมให้ต้องชีพจรลงเท้า เดี๋ยวไปหมายเก็บตัวนางงามต่างจังหวัด เดี๋ยวกลับบ้านเกิดงานบวชหลานชาย แล้วไหนจะต้องวิ่งรอกสัมภาษณ์ซุป’ตาร์ สุดท้ายก็เลยไม่มีเวลาเข้าออฟฟิศเท่าไหร่ (อ่ะ)
ไม่ว่าจะยกเหตุผลมาสนับสนุนเพื่อให้ดูน่าเชื่อ แต่ว่าก็ว่าเถอะ พอถามใจตัวเองอย่างจริงใจและใจจริงที่ไม่อยากเข้าออฟฟิศก็เพราะเกิดเบื่อออฟฟิศ อยากหนีไปไกลๆ นั่นต่างหาก
ใครก็เคยเป็นอาการแบบนี้ อยากหนีออฟฟิศ ไม่อยากเข้าออฟฟิศ อย่าๆๆ อย่ามาปฏิเสธซะให้ยาก ไม่มากก็น้อย ไม่บ่อยไม่ถี่ ยังไง้ยังไงก็มีบ้างแหละ (ว้า) ที่คุณรู้สึกเบื่อออฟฟิศ
ล่าสุดเพื่อนสนิท (คิดไม่ซื่อ?) มาบ่นอุบให้ฟัง ประมาณว่าเบื่อออฟฟิศมว้าก อยากหนีไปไกลๆ ไอ้เราก็เป็นกูรูแบบไม่รักษาน้ำใจ พูดโต้งๆ เชิงกวนประสาท “เบื่อก็ลาออกสิ”
แหม! ถ้ามันง่ายดั่งปอกกล้วยเข้าปาก ใครๆ ก็คงทำแล้วล่ะ ว่ามั้ย? แต่ถ้าขืนเผลอไผลรีบตัดสินใจ ตรองดูสิว่าปัญหาสารพันอีกจิปาถะก็จะตามมาเป็นลูกโซ่ ค่าผ่อนคอนโด ค่าผ่อนรถ ค่าประกันชีวิต ค่าบัตรเครดิต แค่คิด (เล่นๆ) ก็เสียววาบ เบื่อออฟฟิศทำไงดี หุหุ ทุกอย่างย่อมมีแสงสว่างปลายอุโมงค์เสมอ
พักร้อน เติมไฟ
เหนื่อยนักพักซะบ้าง วิธีนี้อาจจะดูเชยๆ แต่ก็ใช้ได้ทุกเว (ลา) ทุกสถานการณ์ และทุกคน ไม่เชื่อลองทำดู แล้วจะรู้ว่าการได้หนีออฟฟิศไปพักผ่อนนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน จะเป็นทะเล ภูเขา บ้านญาติ โฮมสเตย์ที่ต่างจังหวัด กระทั่งเดินช็อปให้หายอยาก ก็ช่วยให้คุณคลายความเบื่อออฟฟิศได้ ถ้ายังไม่หาย ไปเที่ยวต่างประเทศเลย กิน ช็อป ดื่ม ในที่ที่คุณยังไม่เคยไป แต่ไม่ต้องถึงขั้นเสี่ยงดวงหรือแอดเวนเจอร์มากมาย เพราะแต่ละสถานที่ก็จะมีสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจอยากให้คุณนำไปต่อยอดงานที่ทำ ครานี้แหละ ขี้คร้านคุณจะรีบกลับออฟฟิศไม่ทัน ด้วยพลังไฟที่เต็มเปี่ยมเพื่อเป้าหมายสุดสร้างสรรค์ที่รออยู่ คุณเป็นคนนำร่องก่อน เดี๋ยวคนอื่นก็จะมาถามเคล็ดลับการมีไฟและรักออฟฟิศทำยังไง ไม่ยาก บอกสั้นๆ พักร้อนไปเติมไฟ ไม่เห็นจะยาก
คิดใหม่ ทำใหม่
อะไรที่ทำนานๆ ก็นำไปสู่ความน่าเบื่อหน่าย กลายเป็นความเซ็ง ยิ่งงานประจำ ทำซ้ำไปซ้ำมา ทำทุกวี่วัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีก็ขยับเป็น 3 ปี เผลอแป๊บๆ ก็จะกระโดดไป 11 ปี แบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าชอบงานที่ทำและยังสนุกก็รอดไป แต่เมื่อไหร่คำตอบคือ เบื่อๆๆ อันนี้อันตราย ต้องเปลี่ยน ต้องปฏิรูป หรือจะปฏิวัติฉับพลันก็ไม่ว่ากัน โดยเฉพาะวิธีคิด จงคิดเสมอว่าออฟฟิศไม่ใช่นรก ไม่มีซอมบี้ขยี้เลือด คิดใหม่แล้วก็ต้องลงมือทำ อะไรใหม่ๆ จะเดินคู่ขนานกันไประหว่างคิดและทำ จากสเต็ป 1 2 3 ก็ลองทำย้อนสเต็ป 2 1 3 ไม่ก็อาจแหกคอก แหวกขนบ (บ้าง) น่าตื่นเต้นดีออก แต่อย่าลืมว่าคิดใหม่ ทำใหม่ ต้องไม่ทำร้ายออฟฟิศ งานที่ตัวเองทำ คนรอบข้าง สำคัญคือตัวเอง ต้องสนุกกับการคิดใหม่ ทำใหม่
ความรักทำให้ทุกอย่างดูดี แต่รักในทีนี้ไม่ใช่แค่ความหมายรักแบบหนุ่มสาว กิ๊กๆ กั๊กๆ น่ารักน่าหยอกหรอกนะเออ ยังขยายความไปถึงมิตรภาพที่ดีฉันพี่น้องเพื่อนผองในออฟฟิศนั่นต่างหาก เคยเป็นมั้ย ไม่อยากไกลจากออฟฟิศสักนิดเพราะมีเพื่อนซี้รอกินข้าว มีเพื่อนสาวให้นั่งเมาท์มอย อารมณ์ก็เลยอยากเข้าออฟฟิศทุกวัน ประมาณว่าเข้าออฟฟิศทีไรจ้างให้ก็ไม่มีเหงา ใครไม่เข้าออฟฟิศต่างหากเล่ามีหวังตกข่าว นี่ล่ะจึงทำให้ความเบื่อออฟฟิศลดน้อยลง ตราบใดที่คุณยังมีรักและคนที่รักรอที่ออฟฟิศ ส่วนใครจะเป็นคู่รักกันจริงๆ ก็ขอให้เป็นคู่รักที่สร้างสรรค์ ชวนกันเข้าออฟฟิศ โชว์สปิริตแรงกล้าในฐานะพนักงานยอดเยี่ยม ไม่ใช่เอะอะชวนกันหนีเที่ยว แบบนี้ไม่ไหวจะเคลียร์
Ask the Expert
Q. มีปัญหาในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน จะสื่อสารอย่างไรให้ได้งานดี?
A. ชาญวุฒิ เจียมลักษณไพศาล บริษัทที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป บอกว่า จากการศึกษาค้นคว้าของ American Management Association (AMA) ได้รวบรวมทักษะการสื่อสาร 5 ทักษะที่เหนือกว่าระดับทั่วไป ที่มีความสำคัญสำหรับผู้นำและจัดเรียงตามลำดับในการปฏิบัติไว้ดังนี้ คือ
1.การเตรียมตัวอย่างรอบคอบ เหมือนกับการเดินทางที่จะต้องทราบจุดหมายปลายทางก่อน แล้วค่อยคิดวิธีที่จะไปถึงที่หมายอย่างมีประสิทธิภาพ
2.การสร้างความน่าเชื่อถือ มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ ผู้นำจะแสดงให้เห็นศักยภาพของตน
3.การชนะใจ ผู้นำจะโน้มน้าวผู้ฟังด้วยเหตุผล สร้างอารมณ์ร่วม และมีความยืดหยุ่นในการปรับวิธีการสื่อสารให้สอดคล้องกับผู้ฟัง
4.การสร้างความเห็นชอบ ความมุ่งมั่น และความร่วมมือ ผู้นำจะเข้าใจจิตวิทยาของคนในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงว่าต้องผ่านการต่อต้านบ้างก่อนที่จะเกิดความมุ่งมั่น เพราะยังติดอยู่กับความเคยชินกับของเดิมๆ
5.การจัดการกับการต่อต้านเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ ผู้นำจะตอบสนองกับการต่อต้านอย่างมีศิลปะ เช่น แสดงการรับรู้และรับฟังผู้ที่ต่อต้าน ทั้งส่วนของประเด็นปัญหาและความรู้สึก เป็นต้น สามารถเป็นตัวกลางในการโต้เถียงของฝ่ายต่างๆ และปรับความขัดแย้งให้เป็นความร่วมมือในที่สุด
หากคุณวางกลยุทธ์ในการสื่อสารอย่างผู้นำตามนี้แล้ว เชื่อได้ว่าท่านจะบรรลุผลลัพธ์ตามที่ได้กำหนดไว้อย่างแน่นอน
(ใครมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ส่งอีเมลมาถามได้ที่ [email protected] เราอาสาจะไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ค่ะ)
He Said/She Said
ตะเกียง นักศึกษา
“ผมว่ายุคนี้ผู้หญิงเขาแฟร์ดีนะครับ คือไม่ค่อยตามติด ไม่ค่อยจิก เวลาเราไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงก็ไม่เคยโทรตาม มันสบายใจดีครับ แต่ผู้ชายก็ต้องระวังใจตัวเองให้ดีนะครับ ถ้าเผลอใจไปกับสาวคนอื่นๆ ถ้าเธอรู้ เธอเลิกกับคุณแน่ๆ ของเขาแรงส์ (หัวเราะ)”
ส้ม นักศึกษา
“อยากจะบอกว่ายุคนี้มันกลับกันแล้วล่ะค่ะ จากที่ผู้หญิงคอยตาม คอยตื้อ คอยหึง คอยหวง กลับกลายเป็นผู้ชายนั่นแหละสวมวิญญาณของผู้หญิงอย่างเราไปเสียหมด ก็น่ารักดีนะคะ เป็นช่วงเวลาที่สาวๆ อย่างพวกเราจะเอาคืนบ้างแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ)”
Quote
“สมองเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์มากๆ มันจะเริ่มทำงานทันทีที่คุณตื่นในตอนเช้า แล้วก็ทำงานต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่ยอมหยุด จนกระทั่ง... คุณก้าวเท้าเข้าออฟฟิศนั่นแหละ”
โรเบิร์ต ฟรอสต์ กวีชาวอเมริกัน







