posttoday
สีสันของอินเดีย

สีสันของอินเดีย

17 มีนาคม 2556

หมู่นี้ชีพจรลงเท้าไปย่ำแดนภารตะอยู่บ่อยครั้ง ในรอบไม่กี่เดือนผ่านมา ผมมีโอกาสไปเยือนดินแดนอารยธรรมนี้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน

หมู่นี้ชีพจรลงเท้าไปย่ำแดนภารตะอยู่บ่อยครั้ง ในรอบไม่กี่เดือนผ่านมา ผมมีโอกาสไปเยือนดินแดนอารยธรรมนี้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน

โดย...ดนัย จันทร์เจ้าฉาย www.twitter.com/dc_danai,http://www.facebook.com/danai.chanchaochai

หมู่นี้ชีพจรลงเท้าไปย่ำแดนภารตะอยู่บ่อยครั้ง ในรอบไม่กี่เดือนผ่านมา ผมมีโอกาสไปเยือนดินแดนอารยธรรมนี้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ไปกับคณะของสวนโมกข์กรุงเทพฯ ฟังธรรมและกราบองค์ดาไล ลามะ ในหัวข้อ “หนึ่งจุดหมายหลายหนทาง” โดยมีชาวไทยพุทธและพระสงฆ์เกือบ 400 ชีวิตร่วมเดินทางไปด้วยที่กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย

เดินทางครั้งที่สองในเดือน ก.พ.ไปยังเมืองมุมไบ เพื่อบรรยายเรื่องกลยุทธ์น่านน้ำสีขาว ให้กับกลุ่มนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ของอินเดียได้รับฟัง เป็นผลจากมาตรการของรัฐบาลอินเดียที่ประกาศให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์จัดสรรกำไร 2% หลังหักภาษี มาทำประโยชน์ให้กับสังคม จึงเกิดกระแสความสนใจในเรื่องกลยุทธ์สีขาวกันอย่างกว้างขวาง และมีแนวโน้มว่าผมคงต้องกลับไปชมพูทวีปอีกหลายรอบเพื่อบรรยายเรื่องนี้

สำหรับการเดินทางไปอินเดียครั้งที่สาม เป็นการนำพาคณะศรัทธาสาธุชน 38 ชีวิต ไปจาริกแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 แห่งในประเทศอินเดีย เนปาล ธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดาซึ่งว่างเว้นมานับสิบกว่าปี จึงอยากนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟัง สำหรับหลายท่านที่ยังไม่เคยไป ไม่กล้าจะไป หรือไปมานานแล้ว ลองมาดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

เรื่องแรกที่คนไทยเป็นห่วงมากที่สุดในการไปอินเดีย คือ ห้องน้ำ! หลายท่านยังคงจำทุ่งมัสตาร์ดสีเหลืองอร่ามเป็นห้องน้ำที่ใหญ่ โอ่โถงและลมเย็นสบายที่สุดในโลก เพราะในอดีตนั้น หากนักเดินทางต้องการทำภารกิจแบบหนักหรือแบบเบา ก็ต้องเคาะให้คนขับหาที่จอดเหมาะๆ สะดวกๆ ไกลหูไกลตาชาวบ้าน และมีรหัสกันชัดเจนเพื่อแบ่งโซน ไม่ปะปนกัน .. ผู้หญิงด้านซ้าย ผู้ชายด้านขวา พระด้านหน้า ชีด้านหลัง (ของรถ) ปรากฏว่า พอรถจอด ทุกคนวิ่งกันแน่บเป็นกิโล หาที่เหมาะๆ เงียบๆ พร้อมขน “พร็อพ” ไม่ว่าจะเป็นผ้าถุง ร่ม หรืออุปกรณ์อื่นใดสุดแท้แต่จินตนาการที่จะช่วยปิดบังการทำธุระกลางแจ้ง ไม่ให้ประเจิดประเจ้อเกินควร

ปรากฏว่า หลายท่านวิ่งหาที่ไกลสุดหูสุดตา คิดว่าสมควรแล้ว จึงกางพร็อพออกปฏิบัติภารกิจ ปรากฏว่า ดันไปนั่งทำธุระอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ทุกคนจึงมาล้อมวงยืนดูท่ามกลางความอายสุดแสนของผู้แสวงบุญชาวไทย จะลุกขึ้นวิ่งทันทีก็มิเห็นควร เพราะยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ปลดทุกข์ จึงจำยอมให้เป็นเป้าสายตาของแขกมุงทั้งหลาย เมื่อเสร็จธุระจึงวิ่งแน่บกลับมาที่รถด้วยความอาย

แต่นั่นก็เป็นเพียงพฤติกรรมของนักเดินทางไทยในช่วง 2-3 วันแรกของการเดินทางเท่านั้น เมื่อเข้าสู่วันที่สี่ ชีวิตที่ปราศจากการปรุงแต่งก็เริ่มปรากฏ เพราะการปลดทุกข์ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ พอรถบัสจอดเท่านั้น ปรากฏว่านั่งทำธุระกันข้างๆ ล้อรถนั่นเลย! จึงเป็นเรื่องที่ผู้เดินทางแสวงบุญในอินเดียมักนำมาเล่าสู่กันฟังเสมอ

แต่การเดินทางครั้งล่าสุดไปอินเดียนั้น ภาพเหล่านี้ค่อยๆ จางหายไป เพราะรถบัสที่เราใช้บริการมีห้องน้ำในตัว! เป็น 1 ใน 7 คันที่มีวิ่งอยู่ในอินเดียขณะนี้ เราจึงไม่ได้สัมผัสบรรยากาศทุ่งมัสตาร์ดและลมเย็นรอบทิศทาง นอกจากนี้ โรงแรมต่างๆ ก็ผุดขึ้นมามากมาย อายุไม่ถึงปีบ้าง ไม่ถึงห้าปีบ้าง ใหม่เอี่ยม และไฟไม่ดับบ่อย ต่างจากสมัยก่อนที่ต้องอาศัยนอนวัดเป็นหลัก และต้องออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ทำอาหารกันเอง ขนแม่ครัวไปเอง ทำอาหารเช้าและกลางวัน พอพักเที่ยงก็แวะริมทางเพื่อรับประทานอาหารกล่องที่ทำมา มือหนึ่งก็ตักอาหารเข้าปาก อีกมือหนึ่งก็คอยปัดแมลงวัน เป็นประสบการณ์ที่เรียกว่า Incredible India! โดยแท้

สมัยนี้แตกต่างสิ้นเชิง เพราะโรงแรมส่วนใหญ่ที่ไปพัก ทำอาหารไทยไว้คอยบริการ ตั้งแต่ ข้าวต้ม ส้มตำ ไข่เจียว ต้มยำ แกงเขียวหวาน ฯลฯ แม้รสชาติไม่ไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็อร่อยพอสมควร แถมยังไม่ต้องแพ็กอาหารไปทานระหว่างทาง ความสะอาดก็พัฒนาขึ้นมามากกว่าเดิมหลายเท่า เล่นเอาหลายคนที่เกรงว่าน้ำหนักจะลดเวลาเดินทางมาอินเดีย กลับผิดคาด เพราะคาดเข็มคัดได้ยากขึ้น จากการขยายบริเวณส่วนกลางของร่างกาย!

สำหรับถนนหนทางก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากที่เคยใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเดินทางเพียง 50-80 กิโลเมตร เนื่องด้วยสภาพผิวถนนที่เปรียบเสมือนหลุมพระจันทร์ ปัจจุบันดีขึ้นมาก มีบางเส้นทางที่เป็นเหมือนเดิม ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์และยังคงอยู่ คือ การขับรถของคนอินเดียที่ใช้แตรเป็นอาวุธสำคัญ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ ใครที่ไม่ได้บีบแตรถือว่าผิดกฎหมาย และการขับรถคร่อมทางกันเพื่อเป็นการวัดใจ วัดสมาธิ และความกล้าหาญ เป็นประสบการณ์ผจญภัยที่น่าหวาดเสียวพอสมควร แต่ก็ปลอดภัยพอรับได้ครับ

สนามบินในอินเดียเริ่มมีมากขึ้นและทันสมัยขึ้น ต่างจากสมัยก่อนต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก จึงสะดวกสบายกว่าเดิม และระบบการตรวจคนเข้าเมืองก็พัฒนารวดเร็ว ส่วนที่ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เห็นจะเป็นขอทานซึ่งยังคงมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เป็นสีสันของชาวภารตะที่แสดงให้เห็นว่า อินเดียคือเมืองที่มีน้ำใจ มีผู้ให้จึงมีผู้ขอ คนไทยส่วนใหญ่จะถูกยกระดับให้กลายเป็น “มหาราชา” “มหาราณี” หรือเป็นอาจารย์ก็สุดแล้วแต่จะเรียก

การให้ทานในอินเดียยังเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากจำนวนผู้ขอมีมากมาย หากให้โดยไม่ระวัง อาจมีอันตรายมาถึง “มหาราณี” อย่างไม่ตั้งใจ แต่หากใครไปอินเดียแล้วไม่ถูกขอเลย กลับเมืองไทยต้องรีบพิจารณาโหงวเฮ้งตนเองโดยด่วน เพราะหากขอทานอินเดียไม่แบมือขอแล้วละก็ แสดงว่าความมีสง่าราศีอับเฉามาก

คนอินเดียส่วนใหญ่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวและชอบถ่ายรูปไม่แพ้คนไทย จะสูสีกันก็น่าจะเป็นเรื่องการถ่ายรูป โดยเฉพาะหากเป็นคนรุ่นใหม่ที่มากันเป็นกลุ่มมักจะชอบถ่ายรูปมาก โดยเฉพาะกับสาวไทยที่หน้าตาดี จะเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มอินเดียอย่างมาก

ยังมีอะไรอีกมากมายสำหรับอินเดียดินแดนน่าอัศจรรย์ ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้หลั่งไหลมาเยือน เพราะเป็นที่กำเนิดพระเจ้าและศาสนามากมาย เป็นตะกร้าที่หลอมรวมความคิดที่แตกต่างหลากหลาย เป็นดินแดนที่เปิดโอกาสให้แก่ผู้แสวงหาสัจธรรมนำกลับไป และที่สำคัญ เป็นดินแดนที่สัจธรรมสูงสุดแห่งชีวิตได้ถูกค้นพบขึ้นโดยพระพุทธองค์

 

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน