
มีประกันติดมือ ดูแล ‘หนุ่มยันแก่’
ในยุคโลกไร้พรมแดนดูเหมือนว่าหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้เร็วขึ้นกว่าสมัยปู่ย่าตายาย
ในยุคโลกไร้พรมแดนดูเหมือนว่าหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้เร็วขึ้นกว่าสมัยปู่ย่าตายาย
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ในยุคโลกไร้พรมแดนดูเหมือนว่าหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้เร็วขึ้นกว่าสมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งอาจเป็นเพราะยุคสมัยนี้ได้เปิดโอกาสและมีการยอมรับกับความสามารถของคนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น
เช่นเดียวกับการบริหารความเสี่ยงให้กับชีวิตของตัวเอง ที่ผู้คนเริ่มมีความรู้ความเข้าใจและหันมาทำประกันภัยกันมากขึ้น ซึ่งแบบประกันที่เหมาะสำหรับคนโสด หรือที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน อันดับแรกที่อยากแนะนำคงเป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือพีเอ ที่มีค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เพราะถือว่าเป็นแบบประกันพื้นฐานที่ไว้ดูแลตัวเองอันดับแรกและมีค่าเบี้ยต่อปีไม่แพงมากนัก สามารถปันรายได้บางส่วนมาซื้อประกันได้โดยไม่ลำบากมากนัก ที่สำคัญยังมีแบบผ่อนรายได้เดือนได้อีกด้วย
แต่ถ้ายังไม่ถูกใจก็ลองดูประกันสุขภาพที่ใช้สำหรับรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยก็ได้ ซึ่งแบบนี้จะมีทั้งที่ซื้อไว้เพื่อคุ้มครองสุขภาพเพียงอย่างเดียว หรือแบบที่ซื้อพ่วงกับความคุ้มครองประกันชีวิตก็มี เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองได้ทั่วโลก และในไทยเองก็มีก็มีบริษัทประกันเสนอขายด้วยทุนประกันสูงสุดถึง 100 ล้านบาท แลกกับค่าเบี้ยที่จ่ายออกไปที่ปีละ 3 แสนบาท
แต่เราคงไม่จำเป็นต้องซื้อทุนประกันสูงขนาดไหน เอาแค่พอกับฐานะและความต้องการเบื้องต้นก่อนก็พอ
สำหรับเทคนิคการซื้อประกันพีเอและประกันสุขภาพนั้น ก็มีตั้งแต่การซื้อแบบความคุ้มครองขั้นต่ำไปถึงขั้นสูง หรือถ้าเห็นว่าที่ทำงานมีสวัสดิการรักษาพยาบาลในระดับหนึ่งแล้วแต่ยังไม่พอใจ ต้องการมากกว่านี้ ก็สามารถซื้อในส่วนของขั้นสูงในส่วนที่เกินจากความคุ้มครองจากสวัสดิการของที่ทำงานก็ได้
ที่นี้ ถ้าคิดว่าทำงานมาได้ระดับหนึ่งและมีรายได้เพิ่มขึ้นมาพอสมควรแล้ว อยากวางรากฐานทางการเงินและซื้อความเสี่ยงเพิ่มเติม ก็ควรเพิ่มช่องทางการออมเงิน หรือคุ้มครองผ่านประกันชีวิตอีกทางหนึ่ง
ซึ่งแม้ในตลาดที่มีขายๆ กันอยู่ หรือเห็นตามโฆษณาว่า มีแบบประกันอยู่หลายรูปแบบให้เลือก แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์รูปแบบใดหรือชื่ออะไรก็ตาม ก็ต้องอยู่ภายใต้แบบของการประกันชีวิตพื้นฐานที่มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบอยู่ดี
หนึ่ง เริ่มที่แบบสะสมทรัพย์ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย
การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นี้ จึงเป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ส่วนของการออมทรัพย์ คือ ส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด
เช่น แบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี ชำระเบี้ยประกันระยะสั้นเพียง 4 ปี ทุกสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-3 รับเงินจ่ายคืนปีละ 4% ของทุนประกัน ทุกสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 4-6 รับเงินจ่ายคืนปีละ 5% ของทุนประกัน และทุกสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7-9 รับเงินจ่ายคืนปีละ 6% ของทุนประกัน รับเงินครบกำหนดสัญญา 180% ของทุนประกัน ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 รวมผลประโยชน์ตลอดระยะเวลาสัญญารวมทั้งสิ้น 225% ของทุนประกัน และยังนำค่าเบี้ยประกันไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
สอง เป็นแบบตลอดชีพเป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อใดในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์
วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการประกันภัยแบบนี้ เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับจุนเจือบุคคลที่อยู่ในความอุปการะ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายและค่าทำศพ เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของคนอื่น
แบบที่สาม เป็นแบบชั่วระยะเวลา เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่นๆ และไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา
แบบที่สี่ เป็นแบบเงินได้ประจำ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป แล้วแต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนดไว้ สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินได้ประจำนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันชีวิตที่จะเลือกซื้อ
แบบสุดท้าย ซึ่งเป็นแบบเงินได้ประจำนั้น ถือเป็นแบบที่ผู้ทำประกันต้องมองการไกลหน่อย เพราะเป็นแบบที่รองรับสำหรับวัยเกษียณอายุโดยเฉพาะ หากเริ่มต้นออมเงินเร็วเท่าไหร่ เมื่อถึงวัยเกษียณอายุก็จะมีเงินใช้ได้อย่างสบายกว่าผู้อื่น หากมาออมเงินในช่วงที่ใกล้วัยเกษียณแล้วก็คงไม่ทันกาล
เช่นแบบประกัน “สะสมทรัพย์บำนาญ” สำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปี ทุนประกันที่ 1 ล้านบาท หากเลือกชำระเบี้ยประกันปีละ 45,560 บาท จนถึงอายุ 60 ปี โดยมีระยะเวลาเอาประกันถึงอายุ 80 ปี ซึ่งจะได้รับเงินคืนจากบริษัทประกัน 10% ทุกปี เริ่มตั้งแต่อายุ 6079 ปี รวม 200% หรือเป็นเงิน 2 ล้านบาท และเมื่อมีอายุ 80 ปี ก็จะได้รับเงินครบสัญญาอีก 100% หรือเป็นเงิน 1 ล้านบาท
สุดท้ายแล้วเราก็จะได้รับผลประโยชน์ตลอดสัญญา 300% หรือคิดเป็นเงินถึง 3 ล้านบาท ยังไม่รวมผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างทางในการนำค่าเบี้ยประกันไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกต่อหนึ่ง
ผลตอบแทนที่ได้กลับมานั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลขไม่น้อย แม้อาจต้องใช้ระยะเวลาที่นานหน่อยก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใกล้ถึงวัยเกษียณและมีช่องทางออมเงินไว้ใช้เมื่อเกษียณอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ขอแนะนำให้ทำประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุติดตัวไว้ก็ได้ ยิ่งค่ารักษาพยาบาลสมัยนี้แพงขึ้นไม่ใช่น้อย หากมีประกันไว้รับรองทุ่นเงินในกระเป๋าของคุณได้อีกโข
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







