
รายเล็ก-กลาง ปรับตัวให้ทันถึงอยู่รอด
เรื่อง : รัฐพร คำหอม
เห็นสถานการณ์ของประเทศแล้วก็กังวลไม่ได้ต่างกันกับอีกหลายภาคส่วน แต่คำพูดที่ว่า The show must go on
– ชีวิตยังไงๆ ก็ต้องดำเนินต่อไป ยังเป็นคำพูดที่ใช้ได้อยู่ เพียงแต่ต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ และพร้อมที่จะเปลี่ยน อย่างน้อยก็เพื่อความอยู่รอดในช่วงแห่งความวุ่นวายนี้ได้พบเจอ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผอ.คนใหม่ที่เพิ่งรับตำแหน่งได้หมาดๆ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วนี้เอง ถ้าใครติดตามข่าว สสว. จะเห็นว่าก่อนหน้านั้นเว้นว่างตำแหน่ง ผอ. ไปเกือบ 2 ปี แล้วสั่งสมปัญหาพอสมควร แต่เมื่อตอนนี้มีหัวเรือแล้ว สิ่งที่ ยุทธศักดิ์ ประกาศคือ ทำงานทั้งเชิงรุก และเป็นเพื่อนเคียงข้างกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่จะคอยให้คำปรึกษา แนะนำ อย่างเต็มที่
แนวโน้มธุรกิจน่าสนใจ
ก่อนอื่นมาดูกันว่า ภาคธุรกิจที่ สสว. มองว่ามีแนวโน้มขยายตัวจะมีกลุ่มใดบ้าง
เกษตรกรรม คาดว่าทั้งจำนวนผลผลิตและราคาจะขยับขึ้นจากปี 2552 เพราะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว และมาตรการของรัฐในการประกันรายได้ กับการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้น
อุตสาหกรรม
– ขยายตัวเช่นกันด้วยผลจากการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจ กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะอยู่แถวหน้า คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตวัสดุก่อสร้าง เครื่องเรือน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
– การขยายตัวของกลุ่มนี้เป็นผลมาจากโครงการก่อสร้างสืบเนื่องจากนโยบายไทยเข้มแข็ง เช่น ถนนไร้ฝุ่น โครงการรถไฟฟ้า ส่วนด้านอสังหาริมทรัพย์เพราะการผ่อนคลายหลักเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ดังนั้นทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคก็น่าจะถือเป็นช่วงจังหวะที่ดี แต่ข้อพึงระวังมีเรื่องของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง น้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นบริการท่องเที่ยว
– เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว การผ่อนคลายความกังวลเรื่องการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เชื่อว่าทำให้การท่องเที่ยวจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ ยกเว้นแต่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเพิ่มความวุ่นวายและรุนแรงขึ้นสุดท้าย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
– ในกลุ่มนี้คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย เช่น แพทย์แผนไทย อาหารไทย อุตสาหกรรมการพิมพ์ การออกแบบแฟชั่น หัตถกรรม ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีไทยสสว.ทำอะไร
ผอ.ยุทธศักดิ์ บอกว่า สิ่งที่ สสว. ตั้งเป้าหมายคือ ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี โดยปัจจุบันมีอยู่ 2.8 ล้านรายที่ต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรผู้ประกอบการเหล่านี้จะสามารถสร้างรายได้และศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้มากขึ้น รวมถึงขยายการเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันด้วย
โดยชี้แนะให้ผู้ประกอบการเน้นไปในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และจะเป็นตัวกลางในการประสานงานที่นำความร่วมมือของภาคเอกชน สถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษา มาพัฒนาให้กับผู้ประกอบการ
“
เรื่องการรวมกลุ่มกันผมก็เห็นว่ามีความสำคัญ เพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือ เกิดการทำธุรกิจร่วมกัน เราจะเป็นตัวกลางให้ หรือแม้แต่การประสานกับสถาบันการเงิน เครือข่ายธนาคารต่างๆ เราก็พร้อมแนะนำเพื่อให้ถึงแหล่งเงินทุน และที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลผลิตจะเกิดความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ก็คือการผลักดันสร้างตลาดให้เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศ ตลาดต่างประเทศเราก็ต้องมีข้อมูลไว้ให้พร้อมเพื่อสมาชิกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของเรา”ปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญของยุคนี้
ในช่วงที่หลายฝ่ายอาจกังวลว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่ในมุมมองของยุทธศักดิ์ เขาบอกว่า ไม่น่ากังวลเท่ากับการที่นักท่องเที่ยวมาแล้วก็พบกับสิ่งเดิมๆ เขาเชื่อว่าควรมีสิ่งดึงดูดใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องไกลตัว หรือสร้างขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่มี แต่ให้ดูในท้องถิ่นของตนว่ามีอะไรเด่นที่เคยนำเสนอไปแล้วบ้าง ให้นำมาชูเพิ่มเป็นจุดเด่นเพิ่มขึ้นมา
“
เหตุการณ์การชุมนุมผมเชื่อว่าในหลายๆ ประเทศเขาเข้าใจเรื่องการแสดงออกอย่างนี้นะ ขอเพียงอย่าปิดสนามบินเป็นใช้ได้ เพราะจุดที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นในกรุงเทพฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวอยู่แล้ว แต่ของดีเรื่องท่องเที่ยวในประเทศเรากระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้นักท่องเที่ยวเขาตัดสินใจมา และเมื่อมาแล้วต้องมาซ้ำอีก ก็คงต้องชูเรื่องวัฒนธรรม เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจมาซื้อของแน่ แต่มาชมความงดงามของประเทศ ของวัฒนธรรมเรา ผู้ประกอบการก็ต้องเตรียมนำเสนอไว้ซิไม่จำเป็นเลยที่ต้องเดินในเส้นทางเดิมๆ ต้องรู้จักปรับตัว ทำไมต้องให้นักท่องเที่ยวรู้จักแต่ต้มยำกุ้ง ภาคใต้เรามีแกงเหลือง ภาคเหนือมีแกงฮังเล ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีแกงอ่อม ส้มตำ เราต้องนำออกมาให้เขารู้จัก อย่างนี้แหละที่เรียกว่าการปรับตัว ทุกภาคอุตสาหกรรมทำได้ และเรากับผู้ประกอบการมาคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตลอดเวลา
” ยุทธศักดิ์ ย้ำอย่างมั่นใจเอาล่ะ มาถึงบรรทัดสุดท้ายนี้ คงต้องบอกว่า ผู้ประกอบการรายเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ต้องไม่ท้อใจ ใครที่เป็นสมาชิกของ สสว.อยู่แล้วก็เข้าไปปรึกษาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ใครที่สนใจเป็นสมาชิกก็สมัครได้ ติดต่อกับ สสว.ได้ที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อาคารทีเอสที ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 022788800 โทรสาร 022738850 อีเมล [email protected] หรือจะเข้าไปในเว็บไซต์ www.sme.go.th หรือติดต่อผ่านชุมชนออนไลน์อื่นๆ twitter.com/osmep facebook.com/osmep ผอ.สสว. และเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมรอต้อนรับ...







