
สังขละบุรี Unseen Thailand นักท่องเที่ยวห้ามพลาด
เมื่อ SCG เชิญร่วมขบวนตะลอนชิม ปีที่ 3 เมื่อวันที่ 15-16-17 ก.พ. 2556 โดยมีเป้าหมายที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
เมื่อ SCG เชิญร่วมขบวนตะลอนชิม ปีที่ 3 เมื่อวันที่ 15-16-17 ก.พ. 2556 โดยมีเป้าหมายที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
โดย...สมาน สุดโต
เมื่อ SCG เชิญร่วมขบวนตะลอนชิม ปีที่ 3 เมื่อวันที่ 15-16-17 ก.พ. 2556 โดยมีเป้าหมายที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ผู้เขียนไม่ได้ลังเล เพราะได้ยินชื่อเสียงอำเภอนี้ที่อยู่ชายแดนไทยกับสหภาพเมียนมาร์ว่ามีเรื่องน่าดูน่าชมมากมาย โดยเฉพาะวัฒนธรรมชาวมอญและกะเหรี่ยง โดยมีเมืองบาดาลและสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็น Unseen ที่ไม่อยากพลาด
ตะลอนชิมประกอบด้วยบุคคลระดับชั้นนำ เอาแค่ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ก็พอบอกได้ว่า คณะนี้อยู่ระดับไหนในสังคมไทย ทั้งนี้โดยไม่นับคอลัมนิสต์ เช่น นิวัติ กองเพียร และสนิทสุดา เอกชัย ศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ การ์ตูนนิสต์ ชัย ราชวัตร นักบริหาร เช่น ชลาลักษณ์ บุนนาค และดวงกมล โชตะนา นักการเมือง คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ นักสีซอระดับชาติ รังสิต จงฌานสิทโธ และนักประชาสัมพันธ์ มัทนา วัทนฤทธิ์ ทีมงาน SCG นำโดย วีนัส อัศวสิทธิถาวร และพรพิมล มฤคทัต เป็นต้น
ระหว่างเดินทางแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ครัวอาสา ซึ่งมีอาหารดั้งเดิมชาวเมืองกาญจน์ เช่น แกงป่า ที่ เนาวรัตน์ ลูกเมืองกาญจน์ บอกว่า มีที่นี่แห่งเดียวที่เป็นแกงป่า ที่อื่นจะเป็นแกงปร่า อยากรู้ว่าแกงป่าสูตรดั้งเดิมเป็นเช่นไร ต้องไปชิมเอง จากนั้นก็เข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ และฟังเนาวรัตน์คุยเรื่องอาหารในวรรณคดี และ รังสิต สีซอเพลงเขมรไทรโยค ตำนานเพลงนำเที่ยวชิ้นแรกของไทย ที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่เป็น Unseen ไปก่อน โดยมี นิวัติ เป็นผู้ดำเนินรายการ
หลังจากชมปราสาทเมืองสิงห์ โบราณสถานฝีมือท่านขอม ที่แผ่อิทธิพลจากทิศตะวันออกมาทิศตะวันตกได้อย่างน่าอัศจรรย์
ก็มุ่งหน้าสู่สังขละบุรี โดยผ่านความงามธรรมชาติ ทั้งเทือกเขา ลำเนาไพร และทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ถึงที่พักก็ค่ำพอดี SCG นัดให้ทุกท่านมารับประทานอาหารค่ำที่ร้านน้านู ห้องอาหารโต๊ะเดียว ได้ยินชื่อก็อัศจรรย์อีกแล้ว หรือนี้เป็น Unseen Thailand ที่สังขละบุรีอีกแห่งหนึ่ง
เมื่อสัมภาษณ์น้านู เจ้าของร้านอาหารโต๊ะเดียว ก็ได้ข้อมูลโดยสรุปว่า น้านู หรือ เกษม ละมัยกุล เป็นบุคคลที่ผู้คนในวงการยกให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่และตำนานแห่งวงการ Off Road แคมปิง ตกปลาและการท่องเที่ยวระดับบรมครูของเมืองไทย คำว่าน้านูนั้นเป็นนามปากกา เพราะท่านเป็นนักเขียนสารคดีท่องเที่ยว และนักเดินทางคนหนึ่ง เป็นคนที่มากด้วยเพื่อนฝูง เมื่อมาซื้อที่ดินแห่งนี้เพียงครึ่งไร่ เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว แรกๆ ตั้งใจทำเล็กๆ พออยู่กับภรรยา แต่ความที่มีเพื่อนมาก จึงต้องทำใหญ่ตามใจเพื่อนดังที่เห็น ส่วนการรับรองนั้นจะรับวันละคณะ จัดอาหารให้เพียงคณะเดียว และเพียงโต๊ะเดียว ไม่ว่าจะมากี่คนก็ตาม (รับได้ 6-80 คน)
แต่ใช่ว่าเห็นเป็นร้านอาหารแล้วจะเดินเข้ามาสั่งอาหาร เหมือนร้านอาหารทั่วไป หาไม่ได้ ต้องสั่งจองล่วงหน้า แค่มีหมายเลขโทรศัพท์จะสั่งจองทันทีก็ไม่ได้อีก ต้องมีบุคคลหรือเพื่อนที่น้านูรู้จักแนะนำมาจึงจะรับจอง ทั้งนี้น้านูบอกว่าร้านอาหารโต๊ะเดียวของเขาเต็มไปด้วยของมีราคา และ Open แค่โต๊ะอาหารก็ราคาหลายแสน สามารถย่อหรือขยายได้ แก้วใส่น้ำดื่มที่ใช้บริการ ไม่ใช่แก้วน้ำทั่วไป เพราะราคาใบละ 300 บาท เพราะฉะนั้นคนที่มาใช้บริการ หรือท่านจะบริการใครต้องรู้จักว่าใครเป็นใคร จะได้มีความเกรงใจกันบ้าง
ส่วนอาหารมีอะไรบ้างนั้น ขอบอกว่าเป็นอาหารที่มีระดับปรุงโดยคุณน้อย ภรรยาของน้านู ที่หนังสือประเภทชวนชิม ถ้าเว้นร้านอาหารโต๊ะเดียวแห่งนี้ ถือว่ายังขาดของดีอีกแห่งหนึ่งแน่นอน
ในฐานะที่มาอยู่สังขละบุรีที่เป็น Unseen Thailand เป็นเวลานาน ท่านเล่าว่า แรกที่มาอยู่ใหม่ๆ ก็ระมัดระวังตัวมาก เพราะเป็นเมืองชายแดน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ไป ก็ต้องยอมรับว่าเมืองสังขละบุรี ถึงจะเป็นเมืองชายแดนไทยเมียนมาร์ แต่เป็นเมืองที่สงบเงียบ ไม่มีคดีอาชญากรรมใดๆ ไม่เคยได้ยินเสียงปืนแม้แต่นัดเดียว ท่านไปมาทั่วโลก ที่นี่ดีที่สุด
ส่วนนักท่องเที่ยวที่ปรารถนาจะมาเที่ยวมาพักผ่อน มากินอาหาร และชมสิ่งแปลกๆ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรมชาวมอญและกะเหรี่ยง อย่าหวังว่ามาตายเอาดาบหน้า ต้องวางแผน ต้องจองที่พักก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุดยาวๆ รถจะมากันเป็นพันคัน ไม่มีที่จะจอด ผู้ที่ไม่ได้จองที่พักไว้ ก็ต้องกลับไปเป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งวันหยุดธรรมดา ก็ไม่ควรประมาท เพราะสังขละบุรีไม่มีโลว์ซีซัน มีแต่ไฮซีซัน นักท่องเที่ยวเข้ามาตลอด พวกวอล์กอิน ต้องวอล์กกลับกันเป็นจำนวนมาก
ขอเล่าตามรายการตะลอนชิมต่อ ตามโปรแกรม ตอนค่ำจะมีกิจกรรมดวลฝีมือทำอาหารชิงแชมป์สุดยอดเชฟประจำทริป ตะลอนกินปีที่ 3 ที่ร้านอาหารโต๊ะเดียว ส่วนตอนเช้ามีรายการ ชม ชิม ช็อป คือ ชมวิถีชาวมอญ เดินชมสะพานอุตตมานุสรณ์ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (ความยาว 438 เมตร) เจดีย์พุทธคยา และกราบศพหลวงพ่ออุตตมะ ที่วัดวังก์วิเวการาม
ซื้อรองเท้า Hush Puppies ราคาโรงงาน ที่ท่านอานันท์ ว่าใส่ยี่ห้อนี้ลืมยี่ห้ออื่นไปเลย ซึ่งคณะที่ไปอุดหนุนกันคับคั่ง
ในการล่องแพชมความงดงามของสายน้ำ ที่ถูกเรียกขานว่า “สามประสบ”
ดินแดนแห่งแม่น้ำสามสายและขุนเขา ได้แก่ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำรันตี และแม่น้ำบิคลี่ ที่ไหลมาบรรจบกัน และเมืองบาดาลนั้น พรพิมล บรรเลงมาให้ดังนี้
เมืองบาดาล วัดใต้น้ำ
กิจกรรมที่น่าสนใจและพลาดไม่ได้เมื่อไปเยือนสังขละบุรี คือ การล่องแพชมความงามของแม่น้ำ 3 สาย หมู่บ้านมอญ เมืองบาดาล และวัดใต้น้ำ
แพขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวนำชมผืนน้ำกว้างไกลของทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งนอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว ใต้ผืนน้ำยังมีเรื่องราวที่ทำให้สังขละบุรีมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand
ใต้ผืนน้ำแห่งนี้เคยเป็นชุมชนของชาวมอญที่อพยพมาจากประเทศเมียนมาร์ และวัดที่มีหลวงพ่ออุตตมะเป็นเจ้าอาวาสและเป็นศูนย์รวมจิตใจที่จมใต้น้ำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เมื่อการไฟฟ้าสร้างเขื่อนเขาแหลม สถานที่แห่งนี้จึงอยู่ใต้บาดาล เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี น้ำในเขื่อนลดลง ส่วนที่เป็นวัด เช่น อุโบสถ ก็โผล่ให้เห็น โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง กลายเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวต้องล่องแพไปชม เพราะเป็น Unseen Thailand จริงๆ
หลวงพ่ออุตตมะปัจจุบันมรณภาพแล้ว เมื่อยังมีชีวิตเป็นพระภิกษุที่ได้ความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญ เดิมท่านชื่อ เอหม่อง เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2453 ที่หมู่บ้านโมกกะเนียง ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหมง ประเทศเมียนมาร์ เมื่ออายุ 18 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเกลาสะ ข้ามมาในประเทศไทยครั้งแรกทาง จ.เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2486 โดยเดินธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสวนดอก และเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งทางหมู่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แต่ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
สาเหตุที่สร้างวัด ก็เพราะชาวมอญอพยพมาอยู่ที่สังขละมาก ท่านจึงสร้างวัดวังก์วิเวการามให้เป็นศูนย์รวมเมื่อปี พ.ศ. 2499 ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ แต่วัดถูกนั้นน้ำท่วมมิดมานานกว่า 20 ปี จึงโผล่มาให้เห็นในหน้าแล้ง เท่ากับน้ำลดวัดผุด
ส่วนวัดวังก์วิเวการามแห่งใหม่อยู่บนเนินเขา เป็นสถานที่อีกแห่งในสังขละบุรีที่พลาดไม่ได้ เพราะมีเจดีย์พุทธคยาให้กราบไหว้บูชา โดยไม่ต้องไปอินเดีย
สังขละบุรี Unseen Thailand ยินดีต้อนรับทุกท่าน แต่ต้องจองล่วงหน้า มิเช่นนั้นจะผิดหวัง







