posttoday
‘ทวีไทย บริบูรณ์’ นักสะสมผู้รู้จักคำว่าพอ

‘ทวีไทย บริบูรณ์’ นักสะสมผู้รู้จักคำว่าพอ

03 มีนาคม 2556

ยามบ่ายหงอยเหงา ลมพัดเอื่อยเฉื่อย บ้านไม้หลังเก่าในซอยสวนผัก 6 ที่ติดป้ายหน้าประตูไว้ตัวโต ว่า “บ้านจักรยาน” ยามนี้ เงียบเชียบวังเวง

ยามบ่ายหงอยเหงา ลมพัดเอื่อยเฉื่อย บ้านไม้หลังเก่าในซอยสวนผัก 6 ที่ติดป้ายหน้าประตูไว้ตัวโต ว่า “บ้านจักรยาน” ยามนี้ เงียบเชียบวังเวง

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

ยามบ่ายหงอยเหงา ลมพัดเอื่อยเฉื่อย บ้านไม้หลังเก่าในซอยสวนผัก 6 ที่ติดป้ายหน้าประตูไว้ตัวโต ว่า “บ้านจักรยาน” ยามนี้ เงียบเชียบวังเวง

ทวีไทย บริบูรณ์ ชายชราวัย 67 ปี เจ้าของบ้าน กำลังนั่งง่วนอยู่กับโครงรถจักรยานสีชมพูหวานแหววตรงหน้า สายตาจดจ่อ สองมือเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กว่า 15 ปีมาแล้วที่บ้านหลังนี้ เปิดต้อนรับให้ทุกคนได้เข้ามาชื่นชมของสะสมส่วนตัวที่ทั้งเก่าแก่ หายาก ประเมินคุณค่ามิได้ ไล่ตั้งแต่หนังสือเก่า โปสเตอร์ภาพยนตร์เก่า แสตมป์ พัดลมตั้งโต๊ะ กล่องไม้ขีด กล่องลูกอม ขวดแก้ว แก้วน้ำทรงคลาสสิก รถจักรยานโบราณ รถยนต์โบราณ ยันงานฝีมืออย่างคมแฝก ไม้เท้า มีด พร้า กระท้า ขวาน จนถึงเครื่องปั้นดินเผาอวดโฉมเรียงรายกลางสวนบอนไซร่มรื่น ล้วนงดงามขรึมขลัง

ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็คล้ายกับหลุดมายังโลกอดีต ไร้กาลเวลา

“ผมเก็บเพราะอยากเก็บ อยากมี อยากได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัณหาทั้งนั้น” นักสะสมรุ่นเดอะบอกเสียงขรึม

ทวีไทย บริบูรณ์ ที่ใครๆ เรียกกันเคยชินว่าอาจารย์ เป็นคนเมืองชลบุรี จบการศึกษาจากรั้วศิลปากร คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ เป็นประติมากรฝีมือเยี่ยม เคยทำธุรกิจค้าขายเครื่องปั้นดินเผาส่งออกต่างประเทศ ปัจจุบันแกใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย แต่ยังสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักด้วยการเปิดบ้านส่วนตัวให้คนทั่วไปเข้ามาดูของสะสมเก่าแก่หายากที่เพียรเก็บมาทั้งชีวิต ในชื่อว่าบ้านจักรยานหลังนี้

“ทุกอย่างที่ผมเก็บสะสมเริ่มจากความไม่รู้ ไม่ได้มาจากความพิศวาสขาดใจ เมื่ออยากรู้ สนใจ ก็ค้นคว้าประวัติความเป็นมาของแต่ละชิ้นอย่างละเอียดลึกซึ้ง ของแต่ละอย่างก็ไม่ใช้ของราคาแพง ของวิเศษวิโส ต้องเที่ยวเสาะหาจากต่างประเทศ ผมหาเอาในบ้านเรานี่แหละ บางทีก็เอาของเลอะๆ เทอะๆ มาปัดฝุ่นดูแลเสียใหม่”

พอมีก็อยากมีให้มาก ให้รู้ครบมากที่สุด รู้ก็ต้องรู้จนกระจ่าง พอรู้กระจ่างแล้วเมื่อถึงตอนนั้นเราถึงค่อยหยุด

นอกจากห้องเก็บของสะสมหายากต่างๆ จำพวกข้าวของเครื่องใช้กระจุกกระจิกนับพันนับหมื่นชิ้น แม้จะดูรกแต่ก็ไม่รู้สึกเกะกะ แต่กลับเป็นระเบียบเรียบร้อยเสียด้วยซ้ำ บ่งบอกถึงความดูแลเอาใจใส่ของเจ้าของ ซึ่งจัดแสดงไว้อย่างดีแล้ว

ไฮไลต์สำคัญของพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวหลังนี้ คือ โกดังเก็บจักรยานโบราณและอะไหล่จักรยานที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว จำนวนกว่า 400 คัน นับเป็นแหล่งรวบรวมจักรยานโบราณเอาไว้มากที่สุดในประเทศไทย

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงปี 2538-2540 หลังสนใจเรื่องเหยี่ยวก็เอากับมันจนรู้จัก สนใจต้นไม้ สนใจเรื่องหมาไทยก็รู้จนเขียนหนังสือได้เป็นเล่ม

“ผมสะสมมาแล้ว 20 กว่าอย่าง จักรยานก็แค่ 1 ใน 20 อย่างเท่านั้น เมื่อเริ่มสนใจก็หาหนังสือมาอ่าน ศึกษาประวัติความเป็นมาของจักรยาน กำเนิดขึ้นเมื่อไหร่ วิวัฒนาการของแต่ละยุคสมัยเป็นยังไง เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ.ไหน ก็เริ่มเสาะหามาเก็บจริงๆ จังๆ”

จนปี 2542 หลังอาจารย์ทวีไทยนำเอาจักรยานโบราณหน้าตารูปทรงแปลกประหลาด เก่าแก่ เท่ จำนวนกว่าร้อยคันไปออกงาน 100 ปีจักรยาน ณ โรงแรมเพนนินซูล่า ส่งผลให้บ้านจักรยานและชื่อของเขาเองได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ไม่ว่ารถถีบโบราณยอดนิยมในอดีตอย่างจักรยานยี่ห้อราเล่ห์ ฮัมเบอร์ ฟิลลิปส์ เฮอคิวลิส รัดจ์ บีเอสเอ เดตัล และอื่นๆ อีกมากมายกว่า 400 คัน อายุอานาม 40 ปีขึ้นไป จอดเรียงเป็นแถวให้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด หลายคันสนิมเกาะเกรอะกรัง หลายคันสภาพดีเยี่ยม ไม่นับอะไหล่หายาก ทั้งจาน โซ่ ซี่ล้อ ฯลฯ แขวนห้อยต่องแต่งอีกนับพันชิ้น

“เรื่องการซ่อมบำรุง ผมมีลูกมือ ส่วนใหญ่ไม่ได้ซ่อม ถ้าแขวนแล้วเราจะไว้เฉยๆ บางคันอาจยกลงมาทาน้ำมันบ้าง ไม่ได้เป็นภาระหนักหนา จักรยานนี่ไม่ได้นั่งเช็ดทุกวัน ผมไม่ต้องการประกวดหรืออวดใคร จึงไม่ต้องเช็ดซี่ลวดทุกเส้น”

เพราะความรู้จักพอนี่เอง อาจารย์ทวีไทยจึงหยุดการสะสมรถจักรยานไว้มานานนับสิบปีแล้ว ด้วยเหตุผลว่า กว้านหามาจนหมดไม่มีเหลือแล้วในเมืองไทย และไม่จำเป็นต้องไปขวนขวายหาจากเมืองนอกเมืองนาให้เหนื่อยอีก

“ถ้าไม่รู้จักพอก็จะกลายเป็นคนโลภไม่มีสิ้นสุด ตอบตรงๆ คือ ตอนนี้จักรยานไม่มีเหลือให้สะสม มันหมดแล้ว ยกเว้นว่าไปซื้อจากเมืองนอก ซึ่งไม่ต้องทำขนาดนั้น” เจ้าตัวบอกสั้นๆ

แกย้ำเสมอว่า ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ หากแต่เป็นบ้านส่วนตัวที่เจ้าของบ้านมีใจอยากจะแบ่งปันให้ผู้อื่นได้เชยชมบ้าง เพื่อศึกษาหาความรู้ หรือเพื่อความเพลิดเพลินก็สุดแท้แต่จะขวนขวาย

ใครเคยมาคงรู้สึกเป็นกันเองตั้งแต่ย่างก้าวแรก เพราะที่นี่ประตูรั้วบ้านไม่ได้ล็อกกุญแจ เปิดคอยท่าต้อนรับแขกแบบสบายๆ ไม่มีพิธีรีตองให้วุ่นวาย แต่จะมีกระดาษเขียนความในใจของเจ้าบ้านเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยว ติดประกาศไว้เป็นพิธี เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

“มีคนเข้ามาหลากหลายรูปแบบ มาเที่ยว มาขอซื้อ มาถ่ายรูปแล้วก็ไปก็มี หลายคนมาสร้างความรำคาญ บางวันผมนั่งทำงานอยู่กลางบ้าน มีคนเดินเข้ามาถามลุงเป็นเจ้าของบ้านเหรอ ผมก็บอกเออจะให้อยู่กี่คน บ้างก็ถามเปิดทุกวันเลยเหรอ มีวันไหนบ้าง เอ้า ก็สัปดาห์หนึ่งมีกี่วันล่ะ บางคนโทรมาถามว่ามายากไหม ผมก็บอกไปว่าอย่ามาเลย มันเป็นคำถามส่งเดช คนถามไม่ได้ใช้ปัญญาอะไรในการถามเลย

คำถามที่เจอบ่อยอีกข้อ คือของที่วางโชว์อยู่น่ะขายไหม ผมก็บอกขายหมด ตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน แม้แต่หมาก็ขาย แต่คุณจะมีปัญญาซื้อ หรือผมจะยอมขายหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง เจ้าบ้านเล่าให้ฟังหน้าเครียดๆ

ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่อาจารย์ทวีไทยจำสมบัติของตัวเองได้ทุกชิ้นทุกตำแหน่ง มีขโมยผ่านเข้ามาบ้าง แต่ก็น้อยคนที่จะเล็ดลอดสายตา บ้างถูกเรียกมาดุด่า บ้างถูกดำเนินคดี บ้างหายเข้ากลีบเมฆทั้งคนทั้งของ

“ผมไม่ใช่คนหวงของประเภทตายไปก็เป็นผีมานั่งเฝ้าสมบัติ ให้เขาฟรีก็มีถ้ามีมิตรไมตรี ถูกใจกัน ขายให้ถูกๆ ก็เยอะ มันไม่มีอะไรอยู่กับเราได้นาน และเราก็ไม่สามารถอยู่กับมันได้นานเช่นกัน เพราะฉะนั้นวันที่เราได้มันมา ระยะเวลาที่เราครอบครองมัน เราก็เสพสุขกับมันนั่นก็มีความสุขแล้ว เมื่ออิ่มแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหาอะไรยัดเข้าไปอีก”

เคล็ดลับความสุขของนักสะสมรุ่นเก๋าคนนี้ บอกว่าทุกอย่างมีดับ มีเสื่อมสลาย อย่าไปกังวลกับมัน เพราะเดี๋ยวจะนอนไม่หลับ

“การที่คุณไม่มีอะไรเลย นั่นคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด แต่ถ้าคุณมี คุณก็ต้องกล้าหาญที่จะปกป้องดูแลรักษามัน”

วันข้างหน้า บ้านจักรยานหลังนี้ จะยังคงคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวหรือไม่นั้น อาจารย์ทวีไทย บริบูรณ์ นักสะสมเจ้าของฉายาแก่แต่เก๋า เก่าแต่เจ๋ง ยอมรับว่า ไม่คาดหวังใดๆ ทั้งสิ้น เพราะแกย้ำชัดกับตัวเองเสมอมาว่าก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะตกอยู่ในความครอบครอง ก็ล้วนผ่านมือมานับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นอนาคตจะตกไปอยู่ที่ใคร ก็ปล่อยมันไป อย่าได้กังวล


 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69