
อั๊ต อัษฎา กับความสดใสใน อิน แชนแนล
“สิ่งที่ทำให้เราดูอ่อนกว่าวัย การแต่งตัวก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่การที่เราอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน และหมั่นขี้เล่น จะทำให้เรารู้สึกสดใสอยู่ตลอดเวลา”
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
“สิ่งที่ทำให้เราดูอ่อนกว่าวัย การแต่งตัวก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่การที่เราอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน และหมั่นขี้เล่น จะทำให้เรารู้สึกสดใสอยู่ตลอดเวลา”
ไม่น่าเชื่อว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมคนนี้ จากนายแบบ นักแสดง และวีเจที่มีรอยยิ้มกว้าง และมีแววตาขี้เล่น วันนี้เขาได้กลายเป็นผู้บริหารหนุ่มที่ยังมีรอยยิ้มกว้างและแววตาขี้เล่นอยู่เหมือนเดิม จนทำให้ผมแอบนึกในใจว่า “กาลเวลาไม่เคยพรากความสดใสและความกระฉับกระเฉงจากเขาไปได้เลย”
ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึงผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ยังดูสดใสปิ๊งปั๊ง อย่าง อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล ที่ตอนนี้เขาได้ปักหมุดอยู่ในประเทศไทยอย่างถาวร เพื่อทำช่องภาษาอังกฤษ “อิน แชนแนล” ทางช่อง ทรูวิชั่นส์ 90
“กับการทำงานที่ช่องอิน แชนแนล หน้าที่ของผมคือดูแลฝ่ายรายการบันเทิงทั้งหมด โดยมีทั้งรายการบันเทิงที่ซื้อมาจากเมืองนอกและก็ทำเอง”
อัษฎาบอกกับผมว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายของช่อง นอกจากเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ยังมีชาวไทยที่มีความทันสมัย ไปเรียนเมืองนอกมา และพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัว
“ผมต้องการสร้างมาตรฐานให้กับช่องภาษาอังกฤษ ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลาย มีความทันสมัย ทำให้ผู้ชมอินเทรนด์ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมมองว่าคอนเทนต์ภาษาอังกฤษของเรายังช้ากว่ามาเลเซีย สิงคโปร์ หรือฟิลิปปินส์ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีของเรา ที่เราจะได้นำเสนอคอนเทนต์เหล่านี้ออกไป”
หลังจากเปิดตัวช่องอิน แชนแนล ไปเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2555 อัษฎาเผยว่าเป็นระยะเวลา 5 เดือนแล้วที่เขาได้ทุ่มเททำอย่างสุดกำลังความสามารถ แม้ในตอนเริ่มต้นจะเหนื่อยแสนเหนื่อยเพียงใดก็ตาม
“ในช่วงเริ่มต้น ยอมรับเลยว่าเหนื่อยมาก เพราะต้องการทำช่องให้ออกมาดีที่สุด อีกอย่างเราหาทรัพยากรบุคคลที่มาทำงานด้วยได้ยาก เพราะหาคนที่เข้าใจคอนเทนต์ภาษาอังกฤษได้น้อยเหลือเกิน แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่แค่ช่วงแรกๆ แต่ตอนนี้เริ่มอยู่ตัวและเริ่มวางแผนรายการได้ดีขึ้นแล้ว ตั้งแต่เปิดช่องมา 5 เดือน ผลตอบรับค่อนข้างดี ก็รู้สึกดีขึ้นนะ ทำให้หายใจหายคอได้โล่งขึ้น (หัวเราะ)”
ด้วยความเชื่อที่ว่า “ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น” จึงทำให้เขาพร้อมจะเริ่มต้นทำช่องอิน แชนแนล ด้วยความที่อยากเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่ได้ใช้ประสบการณ์ที่เรียนรู้จากสิงคโปร์มาพัฒนาและต่อยอดให้ช่องภาษาอังกฤษของคนไทย เติบโตได้อย่างสวยสดงดงาม
“ผมรู้สึกดีที่ได้มาทำ เพราะจะได้ใช้ประสบการณ์ที่เคยมีมาที่สิงคโปร์ เอามาใช้ตรงนี้ และอีกอย่างผมจะได้ถ่ายทอดวิชาให้กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าถามผมว่า ผมบริหารงานอย่างไร ผมบริหารงานแบบออกสากลหน่อยๆ เพราะอยากให้ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็น ผมไม่ชอบระบบสั่ง แล้วทำ ผมชอบให้ทุกคนแชร์ความคิด เพราะมันจะได้ความคิดแบบเหนือความคาดหมาย”
แม้ว่าเขาจะปักหมุดอยู่ที่เมืองไทยแบบถาวร เพื่อทุ่มเททำงานให้กับช่องอิน แชนแนล แต่บริษัทดูแลนักแสดงที่มีชื่อว่า seven95ive (เซเว่นไนน์ไฟฟ์) ที่เปิดอยู่ในประเทศสิงคโปร์ เขาก็ยังไม่ทอดทิ้ง เขายังคงบริหารงานอยู่เหมือนเดิม รวมทั้งเมื่อมีงานบันเทิงในประเทศสิงคโปร์เข้ามา เขาก็พร้อมจะทำ ถ้าเวลาเอื้ออำนวย
“สิงคโปร์เป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่มา 14 ปี มีงานก็ยังกลับไปทำอยู่ครับ”
ตั้งแต่เริ่มต้นสนทนากับผู้บริหารหนุ่มคนนี้ สิ่งที่ผมสังเกตเห็น คือ ไม่มีโมเมนต์ไหนที่เขาจะพูดแล้วไม่ยิ้ม เขาจะฉีกรอยยิ้มกว้างให้ผมเสมอๆ ทำให้คนที่ร่วมสนทนาไปกับเขาดูอ่อนเยาว์ตามเขาไปด้วย อัษฎาเลยเผยเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ให้ผมฟังว่า “เราต้องหมั่นขี้เล่น”
“ผมพยายามดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย รวมทั้งพยายามอารมณ์ดีในทุกสถานการณ์ หมั่นมีอารมณ์ขี้เล่น เพราะนั่นจะทำให้เรารู้สึกสดใสอยู่ตลอดเวลา”
นอกจากนี้ ยามว่างของเขามักขลุกอยู่กับหนังสือ โดยอัษฎายอมรับว่าเขาเป็นหนอนหนังสือที่ต้องมีหนังสือพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา
“ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ อ่านเยอะมาก วันไหนรู้สึกแย่ ก็จะอ่านหนังสือประเภทถ้อยคำให้กำลังใจ ให้ข้อคิด วันไหนอยากหาคำตอบทางธุรกิจ ก็จะอ่านแนวความรู้ทางธุรกิจ วันไหนอยากผ่อนคลาย ก็จะอ่านหนังสือการ์ตูน เชื่อไหมว่าผมชอบสะสมหนังสือการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก อย่างตอนนี้หนังสือที่ผมกำลังอ่านอยู่ คือ “Shit Happens So Get Over It” กับ “The 10 Secrets of Entrepreneurs”
อัษฎาทิ้งท้ายกับผมไว้ว่า ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ตรงส่วนไหน ทำอะไร เขาจะต้องแบ่งเวลาให้กับการอ่านหนังสือ หรือบางครั้งก็ไปดูหนัง หรือออกไปข้างนอกบ้าน เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิต
“ถ้าเราทำแต่งานอย่างเดียว โดยเฉพาะงานเชิงครีเอทีฟ แต่ไม่มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามา เราก็จะตัน เพราะฉะนั้นเราต้องออกไปข้างนอกบ้านบ้าง ไปหาอะไรมาเติมสมองให้มากที่สุด อย่าหยุดนิ่ง หรือหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน เราต้องออกไปใช้ชีวิตครับ”
อัษฎา พานิชกุล เกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2517 ที่แคลิฟอร์เนีย
อายุได้ 17 ปี บินกลับมาประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า คุณพ่อคุณแม่หลอกให้มา พอกลับมา ก็มีคนติดต่อให้เทสต์งานโฆษณา โฆษณาชิ้นแรก คือ แบน ฟอร์ เมน
อัษฎาเป็นวีเจทางเคเบิลทีวี ช่องสไมล์ทีวีอยู่พักใหญ่ แล้วจึงมีผลงานการแสดงละคร
อัษฎาสามารถชนะการออดิชันเป็นวีเจเอ็มทีวี ในรายการ Bangkok Jam และจึงได้มาเป็นวีเจที่เอ็มทีวีเอเชีย ในปี 1998 โดยเป็นพิธีกรในรายการ MTV Most Wanted และ MTV at the Movies นอกจากนั้นยังเป็นพิธีกรงานใหญ่ๆ ของเอ็มทีวีอย่าง MTV Asia Awards และ MTV World Stage Live in Malaysia
อัษฎาหมดสัญญากับเอ็มทีวีเอเชียในเดือน ธ.ค. 2011 โดยหันมาเปิดบริษัท Seven95ive ดูแลจัดการงานศิลปิน
อัษฎาเคยเป็นพิธีกรรายการ Incredible Tales 4 ฤดูกาล มีผลงานภาพยนตร์ที่สิงคโปร์ เรื่อง Checking In มีซีรีส์อีกประมาณ 23เรื่อง อย่างเรื่องล่าสุด คือ After Hour พิธีกรรายการแสดงความสามารถชื่อ Live The Dream และยังเป็นพิธีกรมิสเอิร์ธ 2007 ที่ฟิลิปปินส์







