
เพิร์ลแจม ‘แหล่ม’ ด้วยคาร์บอน ฟุตพรินต์
แบมบี [email protected]
ขณะที่คนอื่นฝันอยากเป็นร็อกสตาร์ สโตน กอสซาร์ด มือกีตาร์เพิร์ลแจม กลับฝันอยากเป็นนักธุรกิจ และมองเห็นช่องทางจากกระแสโลกร้อน
วงร็อกอเมริกันชื่อดังขายอัลบั้มของพวกเขาได้ถึง 60 ล้านแผ่น นับแต่ปี 1991 เป็นต้นมา ลงทุนราว 2.1 แสนเหรียญสหรัฐ ปลูกต้นไม้ที่รัฐวอชิงตัน ซึ่งสามารถช่วยฟอกอากาศ ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,000 ตัน ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต 32 วัน ในปี 2009
“
เพิร์ลแจมเป็นวงดนตรีก็จริง แต่เราก็ทำธุรกิจนะ” มือกีตาร์ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งวงดนตรีด้วย กล่าว “เรามองเห็นช่องทางธุรกิจขึ้นมาทันทีเมื่อเกิดกระแสโลกร้อน ที่มีการพูดเรื่องคาร์บอน ฟุตพรินต์ การปลูกต้นไม้ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้เยอะเลย” สโตน ว่านักดนตรีแถวหน้าหลายๆ คน ช่วยกันปลุกกระแสโลกร้อนด้วยการปลูกต้นไม้ รวมทั้งจัดคอนเสิร์ต Live Earth ครั้งแรกในปี 2007 แบบนัดกันแสดงข้ามโลก
สโตน บอกว่า คนดังๆ มีจิตเจตนาดีก็จริง แต่ก็เพียงกระตุ้นความตระหนักของผู้คนได้ในระยะสั้น แค่วันเดียวหรือ 1 สัปดาห์ สำหรับเขาและเพิร์ลแจมมีนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมระยะยาวมากกว่า
นักกีตาร์วัย 43 บอกว่า ถึงแม้การนำช่องทางลดต้นทุนด้วยคาร์บอน ฟุตพรินต์ มาใช้ในธุรกิจยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นหนทางที่ดีจริงหรือ จะเป็นการยิ่งเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่โลกหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ชัดเจนยังต้องมีการวิจัยกันต่อไป ทว่าเขาก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะทำการปลูกป่าปลูกต้นไม้ทดแทนการทำธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาสู่โลก
“
ผมว่าเป็นเรื่องทำได้ ดีกว่าเราจะไม่ทำอะไร เราเสียเลยนะ”สำหรับธุรกิจของวงเพิร์ลแจม ก็คือการออกทัวร์คอนเสิร์ตที่ต้องมีการใช้พาหนะ ซึ่งอาศัยพลังงานฟอสซิลที่สร้างมลพิษสู่อากาศ ไม่ว่าจะเป็นเรือ รถบรรทุก เครื่องบิน ฯลฯ ยังไม่รวมมลพิษจากแฟนๆ เพลงที่เดินทางมาดูคอนเสิร์ตอีกจำนวนมาก
วงดนตรีเจ้าของรางวัลแกรมมีจากเพลง Spin the Black Circle มีแผนจะปลูกและฟื้นฟูป่ารวม 33 เอเคอร์ที่หลายเมืองในรัฐวอชิงตัน ตั้งแต่ซีแอตเติล เคนต์ เคิร์กแลนด์ และเรดมอนด์
“
เพิร์ลแจมก็จะมีคาร์บอนเครดิตตุนเอาไว้เพียบ และบ้านเมืองของเราก็จะดูสดชื่นน่าอยู่ด้วย” ยีน ดูเวอร์นอย หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรัฐวอชิงตัน กล่าวก่อนหน้านี้ วงเพิร์ลแจมเคยลงทุน 1.5 แสนเหรียญสหรัฐในปี 2003 เพื่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ปีเดียวกัน วงดังฝั่งอังกฤษอย่าง โรลลิงสโตนส์ หักรายได้ราว 27 เซนต์ จากการขายบัตรคอนเสิร์ตแต่ละใบไปปลูกป่าเช่นกัน







