posttoday
สีเขียวกับการบริหารการผลิต

สีเขียวกับการบริหารการผลิต

02 เมษายน 2553

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

ภาคการผลิตมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่เป็นภาคที่สร้างรายได้และมีผลต่อการเติบโตของ GDP มากที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่สร้าง “มูลค่าเพิ่ม” (ValueAdded) ที่แท้จริง

ด้วยเหตุที่เป็นภาคส่วนที่สามารถสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” นี้เอง จึงมีนักวิชาการเรียกภาคการผลิตว่า “Real Sector” เพราะเป็นผู้ที่สร้างสิ่งของที่จับต้องได้ (สินค้า/ผลิตภัณฑ์) อย่างแท้จริง

ภาคการผลิตหรือโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีความแตกต่างจากภาคการเงิน “Financial Sector” และภาคส่วนอื่นๆ คือ เมื่อทำของขึ้นแล้วขายไม่ออกหรือขายขาดทุนก็ยังเหลือ “ของ” หรือ “สินค้า” กองรวมกันอยู่ให้มองเห็นได้ ซึ่งยังพอที่จะหาลู่ทางทำอะไรต่อไปได้ จึงแตกต่างจากการเล่นหุ้น หรือภาคการเงินทั่วไป ถ้าค้าขายหุ้นขาดทุน เงินก็หายไปในทันทีทันใด ไม่เหลือของเป็นชิ้นเป็นอันให้จับต้องได้เลย

ดังนั้น “นักอุตสาหกรรม” หรือ “นักการผลิต” จึงแตกต่างจาก “นักพาณิชยกรรม” หรือ “นักค้าขาย” (พ่อค้า) และ “นักการเงิน”

พ่อค้าจะซื้อมาขายไปเป็นหลัก จะซื้อของมาตอนเช้าแล้วขายของตอนเย็นเลยก็ได้ หรือซื้อปั๊บขายปุ๊บในทันทีทันใดก็ได้ ซึ่งต่างจาก “นักอุตสาหกรรม” หรือ “นักลงทุน” เป็น “เจ้าของโรงงาน” ที่ต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรในเรื่องของการวางแผน การบริหารจัดการกระบวนการผลิต การเก็บตุนวัตถุดิบและสินค้า เป็นต้น

วิธีคิดวิธีทำงานของนักอุตสาหกรรม (นักการผลิต) จึงต่างจากนักพาณิชยกรรม (นักค้าขาย) ในหลายแง่มุม

การบริหารจัดการผลิต จึงแตกต่างจากการบริหารจัดการทางธุรกิจ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กิจการที่ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการแบบองค์รวม คือ คิดแบบครบวงจร ตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบจากใคร จะบริหารการผลิตอย่างไร จะควบคุมคุณภาพอย่างไร ทำแล้วจะขายใคร ขายเมื่อไร ขนส่งของถึงมือลูกค้าได้อย่างไร เป็นต้น

ที่สำคัญก็คือกระบวนการผลิตสร้างปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมสู่สังคมหรือไม่

ในอดีตวัตถุประสงค์หลักของโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิต ก็คือ “การทำกำไรให้ได้มากที่สุด รวมถึงการครอบครองหรือยึดกุมตลาดส่วนใหญ่ให้ได้ และการสามารถจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นให้มากที่สุด” วัตถุประสงค์ด้านอื่นๆ จึงไม่มีความสำคัญ

ปัจจุบันวัตถุประสงค์ของการผลิตจึงมีหลายข้อ

1.การสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วน

2.การมีกำไรที่เหมาะสมเพียงพอ

3.การใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

4.การสร้างความมั่งคั่งแก่ผู้ถือหุ้นให้สูงขึ้น

5.การให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้มีส่วนร่วมอย่างเสมอภาคและยุติธรรม

6.การปฏิบัติต่อผู้ส่งมอบและลูกค้าอย่างยุติธรรม

7.การเป็นพลเมืองที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ความรับผิดชอบต่อสังคมที่เด่นชัดที่สุด ก็คือการไม่สร้างหรือเพิ่มปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนและสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของขยะ ของเสีย น้ำทิ้ง หรืออากาศเสีย

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จึงต้องไม่อยู่เหนือบทบาทและหน้าที่ของ “พลเมืองที่ดี” ของประเทศ หน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการจึงต้องตั้งอยู่บนการยอมรับภาระทางการเงินเพื่อสังคมส่วนรวมอย่างยุติธรรมด้วย ซึ่งครอบคลุมถึงการบริจาคเพื่อการกุศลหรือกิจกรรมสาธารณะ การเสียภาษี และการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance)

ความสัมพันธ์ระหว่าง “นักอุตสาหกรรม” หรือ “นักบริหารการผลิต” จึงผูกติดกับ “กระแสสีเขียว” อันเนื่องมาจาก “กระบวนการผลิต”

เพราะมีแต่การบริหารจัดการ (กระบวน) การผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้นที่จะก่อให้เกิดปัญหามลพิษ ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69