posttoday
"อีกา" ดรามา...คว้าซุเปอร์โบว์ล

"อีกา" ดรามา...คว้าซุเปอร์โบว์ล

05 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...มิวโกโตะ

โดย...มิวโกโตะ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจแก่แฟนๆ ศึกคนชนคนเอ็นเอฟแอล ที่ติดภารกิจไม่สามารถชมเกมซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 47 ที่ “อีกาพญายม” บัลติมอร์ เรฟเวนส์ เฉือนชนะเต็งแชมป์ “คนตื่นทอง” ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส 34-31 เพราะเกมที่สังเวียนเมอร์เซเดสเบนซ์ ซูเปอร์โดม ที่นิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา สหรัฐ เมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาไทย

สนุกตื่นเต้นจนแทบไม่อยากกะพริบตาสักวินาที แถมการได้เชียร์ร่วมกับคออเมริกันเกมด้วยกันในงาน “ทรูวิชั่นส์ ซูเปอร์โบว์ล ไลฟ์ ปาร์ตี้ 2013” ยิ่งทำให้อรรถรสเพิ่มขึ้นอีก

แหวนนี้พี่ขอก่อน

หลังจากปล่อยให้สื่อคาดเดาว่าแหวนศึก “ซูเปอร์บอห์” ระหว่างสองพี่น้อง จอห์น และ จิม (ฮาร์บอห์) จะตกเป็นของใคร บทสรุปก็ออกมาแล้วว่า คนพี่มีดีกว่าในค่ำคืนนั้น

เนื่องจากสามารถพา “อีกาพญายม” พลิกล็อกคว้า “โทรฟี วินซ์ ลอมบาร์ดี” ไปครองชนิดหักปากกาเซียนทุกสำนัก ซึ่งหนุ่มจอห์นซูฮกน้องชายแท้ๆ ว่า สร้างความยากลำบากให้เขาจนเกือบต้องพบกับฝันร้ายเช่นกัน

“มันเป็นการต่อสู้สุดระห่ำกว่าจะถึงตอนจบ และพวกเขาก็เกือบกลับมาได้” เฮดโค้ชทีมแชมป์ กล่าว

ขณะที่ เรย์ ลูอิส ไลน์แบ็กเกอร์ วัย 37 ปี ที่เคยประกาศจะรีไทร์หลังคว้าแหวนเกียรติยศ รู้สึกปลาบปลื้มที่ประสบความสำเร็จก่อนที่จะยุติการป้องกันเอนด์โซนตลอดชีพ

“ผมรู้สึกเหมือนเดินทางมาแสนไกล ตลอดเส้นทางอาชีพคล้ายกับการขึ้นรถไฟเหาะที่มีขึ้นมีลง (เดี๋ยวเจ็บเดี๋ยวดี) ขอบคุณพระเจ้าที่มอบแหวนซูเปอร์โบว์ลวงที่ 2 ให้ผม” ลูอิส กล่าว

ด้าน จิม (คนน้อง) ผู้แพ้ในเกมนี้ ก็ออกมาชื่นชมลูกทีมที่โชว์สปิริตทำแต้มตีตื้นขึ้นมาจนเกือบมีเซอร์ไพรส์ ทั้งที่ช่วงต้นควอเตอร์ 3 จะโดนนำห่างถึง 22 คะแนนก็ตาม

“พวกเราต้องการจัดการอะไรสักอย่าง เพื่อหาโอกาสกลับสู่เกม แต่มันก็ไม่ใช่เกมที่ดีที่สุดของเรา ผิดกับพวกเขาที่ทำได้ดีในหลายเพลย์ อย่างไรก็ตามเราได้ต่อสู้อย่างเต็มความสามารถแล้วจนเกือบจะพลิกชนะ” เฮดโค้ชคนตื่นทอง กล่าว

ชีวิตใหม่ของแฟล็กโก

นับว่าโชคดี 2 ชั้น สำหรับ โจ แฟล็กโก ควอเตอร์แบ็กตัวเก่งของบัลติมอร์ เรฟเวนส์ ที่ฟอร์มเด่นจนสามารถคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ศึกซูเปอร์โบว์ล หลังทำผลงานขว้างเข้าเป้า 22 จาก 33 ครั้ง ทำระยะ 287 หลา และเป็นทัชดาวน์ถึง 3 ครั้ง แถมไม่เสียอินเทอร์เซปต์อีกต่างหาก

ที่สำคัญจอมขว้างวัย 25 ปี ยังทำสถิติทาบ โจ มอนทานา (ปี 1989) อดีตยอดควอเตอร์แบ็กทีมคนตื่นทอง โดยทำสถิติขว้างไป 11 ทัชดาวน์เท่ากัน และไม่เสียอินเทอร์เซปต์เลยในรอบเพลย์ออฟ

“มันวิเศษสุดๆ ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย ผมไม่สมควรได้รับมันคนเดียว รางวัลนี้มันควรเป็นของพวกเขา (เพื่อนร่วมทีม) ด้วย มันเท่มากเลยล่ะ ที่ทำสถิติเทียบเท่า มอนทานา เพราะเขาคือควอเตอร์แบ็กในดวงใจของผม ทุกคนอยากเป็นอย่างเขา และผมก็ทำสำเร็จ” เจ้าของรางวัลเอ็มวีพี กล่าว

นอกจากนี้ สถานการณ์เกี่ยวกับอนาคตของ แฟล็กโก ยังสดใสขึ้นทันตา เพราะก่อนลงทำศึก มีข่าวว่าหากวืดแชมป์ เจ้าตัวก็จะกลายเป็นควอเตอร์แบ็กไร้สังกัดทันที เนื่องจากสัญญากับทีมอีกาพญายมจะหมดลงเมื่อจบซีซันนี้ แต่เมื่อพาทีมผงาดคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ได้ เชื่อว่าคงมีข้อเสนองามๆ มาจ่อให้เซ็นหลายฉบับ ซึ่งงานนี้แฟนเรฟเวนส์เบาใจได้ หนุ่มโจได้ให้สัญญาใจว่าจะขอเป็นอีกาตลอดไป

ไฟดับเกือบฟอร์มดับ

เกือบจะไม่ได้นำถังเกเตอเรดมาเทใส่กันซะแล้ว สำหรับผู้เล่นและสตาฟฟ์ทีมเรฟเวนส์ ที่แผ่วปลายจนเกือบถูกหมัดน็อกในช่วงท้ายเกม

เริ่มเกมมาเพียง 4 นาที จอมทัพเรฟเวนส์ประเดิมทัชดาวน์จากการบุกไดรฟ์แรก โดย อันควาน โบลดิน ทว่า โคลิน เคเปอร์นิก ควอเตอร์แบ็กโฟร์ตีไนเนอร์ส ก็บุกมาเคาะหน้าบ้านคืน แต่เจาะไม่เข้า จึงไล่มา 37 จากฟิลด์โกลระยะ 36 หลา

เข้าสู่ควอเตอร์ 2 “อีกาพญายม” ทำเพิ่มได้อีก 2 สกอร์ใหญ่ จากการฉวยความผิดพลาดในแนวคู่แข่ง พาเรฟเวนส์นำห่าง 21-3 ก่อนที่ เดวิด เอเคอร์ส จะลงมาเตะฟิลด์โกลไล่เป็น 6-21 ก่อนจบครึ่งแรก

เปิดครึ่งหลังมา ไม่รู้ว่าทีมคนตื่นทองมัวแต่นึกถึงหุ่นของ บียอนเซ ที่แสดงในช่วง “ฮาล์ฟ ไทม์ โชว์” หรือเปล่า จนถูก จาโคบี โจนส์ (ทีมพิเศษ) วิ่งย้อนคิกออฟระยะ 109 หลา ทิ้งไปไกล 28-6 ทั้งที่เริ่มครึ่งหลังไปเพียง 11 วินาที (สถิติใหม่เอ็นเอฟแอล)

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่นาทีต่อมาจุดเปลี่ยนของเกมก็เกิดขึ้น เมื่อระบบไฟฟ้าในสนามขัดข้องจนเกมพักไปเกือบ 30 นาที ก่อนที่ขุนพลโฟร์ตีไนเนอร์สจะกลับมาคึกหลังไฟมา โดยประเดิมด้วยทัชดาวน์ของ ไมเคิล แคร็บทรี (ปีกใน) จนไล่เป็น 13-28 จากนั้นก็รันแต้มแบบนันสต็อป เมื่อ แฟรงก์ กอร์ รันนิงแบ็กตัวเก่ง ถือบอลวิ่งอ้อมมาทางขวาเข้าเอนด์โซน ก่อนที่ เอเคอร์ส จะเตะเปลี่ยนให้คนตื่นทองไล่มาเป็น 23-28

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ควอเตอร์สุดท้าย หลัง จัสติน ทัคเกอร์ ลงมาเตะฟิลด์โกลให้แชมป์สายเอเอฟซี ขยับหนี 31-23 ขณะที่ เคเปอร์นิก ก็แผลงฤทธิ์ด้วยการหลอกขว้าง แล้วแอบวิ่งเข้าเอนด์โซนทำทัชดาวน์ให้ไนเนอร์ส แต่ดันเสี่ยงเล่น ทู พอยต์ คอนเวอร์ชัน ไม่สำเร็จ และเขยิบเข้าใกล้ที่ 29-31

ขณะที่โมเมนตัมเริ่มเทไปทางอดีตแชมป์ 5 สมัย ทีมบุกเรฟเวนส์ที่นำโดย แฟล็กโก ก็คืนฟอร์มเก่ง สร้างบิ๊กเพลย์จนได้ระยะก่อนตะบันฟิลด์โกล พาทีมขยับหนี 34-29

จุดไคลแมกซ์ของเกมอยู่ในช่วง 2 นาทีสุดท้าย เมื่อไนเนอร์สมีลุ้นพลิกแซง แต่ แฟรงก์ กอร์ รับทัชดาวน์ไม่ได้ ซึ่งเท่ากับบุกฟรี ก่อนที่ฮาร์บอห์คนพี่จะยอมเสียเซฟตีเพื่อฆ่าเวลา แล้วก็คว้าโทรฟี “วินซ์ ลอมบาร์ดี” สมัย 2 ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 34-31

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม