posttoday
เส้นทางพลาสติก (ใช้แล้ว) ไปไหน

เส้นทางพลาสติก (ใช้แล้ว) ไปไหน

18 มกราคม 2556

โดย...วรธาร

โดย...วรธาร

เมื่อปีสองปีมานี้กระแสรักโลกของคนไทยฮิตฮอตพอสมควร หลายองค์กร สื่อต่างๆ ชักชวนให้คนไทยหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก โดยมองพลาสติกเป็นปัญหาทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือเกิดมลภาวะ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ตัวจะเห็นพลาสติกเข้าไปมีส่วนประกอบหรือเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของคนเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องกินที่มีการนำพลาสติกไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ ของใช้ สุขภัณฑ์ทั้งหลาย หันไปทางไหนก็เจอพลาสติก แสดงให้เห็นว่าพลาสติกนั้นมีประโยชน์มากมายและมีความจำเป็นต่อมนุษย์

ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ มีน้ำหนักเบา สะดวกในการถือหิ้ว และการขนส่ง ตลอดจนมีความทนทาน อยู่ได้เป็นเวลานาน แต่คำถามคือ พลาสติกเหล่านั้นผลิตมาจากอะไร และใช้เสร็จแล้วจะจัดการอย่างไรที่จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีพลาสติกอะไรอื่นที่เป็นทางเลือกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไปดูกัน


คุณรู้จักพลาสติกมากแค่ไหน

พลาสติกจัดเป็นวัสดุโพลีเมอร์ที่เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีลักษณะเป็นสายโซ่ยาวๆ แต่ไม่สามารถมองเห็นเป็นสายโซ่ได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งสายโซ่ดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยย่อยๆ ที่เรียกว่า มอนอเมอร์ โพลีเมอร์ สามารถสังเคราะห์ได้จากกระบวนการโพลีเมอไรเซชัน (Polymerization) ของมอนอเมอร์ โดยใช้แหล่งวัตถุดิบจากปิโตรเคมีเป็นหลัก

รศ.ดร.กฤษฎา สุชีวะ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า พลาสติกจะมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) และเทอร์โมเซตติง (Thermosetting) เทอร์โมพลาสติกสามารถขึ้นรูปโดยการฉีด ขณะที่พลาสติกถูกทำให้อ่อนตัวและไหลได้ด้วยความร้อนและความดันเข้าไปในแม่แบบที่มีช่องว่างเป็นรูปร่างตามต้องการ ภายหลังจากที่พลาสติกไหลเข้าจนเต็มแม่พิมพ์จะถูกทำให้เย็นตัวและถอดออกจากแม่พิมพ์ ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปร่างตามต้องการ สามารถนำไปใช้งานได้ และยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้

ขณะที่เทอร์โมเซตติง จะมีโครงสร้างเป็นแบบร่างแห ซึ่งจะหลอมเหลวได้ในขั้นตอนการขึ้นรูปครั้งแรกเท่านั้น ทำให้โพลีเมอร์มีรูปร่างที่ถาวร ไม่สามารถหลอมเหลวได้อีกเมื่อได้รับความร้อน และหากได้รับความร้อนสูงเกินไปจะทำให้พันธะระหว่างอะตอมในโมเลกุลแตกออก ได้สารที่ไม่มีสมบัติของความเป็นโพลีเมอร์ต่อไป ตัวอย่างของพลาสติกกลุ่มนี้ เช่น เมลามีน เป็นต้น

ทั้งนี้ มีพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ตามสัญลักษณ์ที่สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งอเมริกา (The Society of the Plastics Industry, Inc.) กำหนดไว้ตามหมายเลขมีดังนี้

เส้นทางพลาสติก (ใช้แล้ว) ไปไหน

 

เลข 1 โพลีเอทธิลีน เทเรฟธาเลต (Polyethylne Terephthalate) หรือเพ็ต (PET หรือ PETE) เป็นพลาสติกใส แข็ง ทนแรงกระแทกดี ไม่เปราะแตกง่าย และกันแก๊สซึมผ่านดี ใช้ทำขวดบรรจุน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช เป็นต้น สามารถนำมารีไซเคิลเป็นเส้นใย เช่น ทำเสื้อกันหนาว พรม และใยสังเคราะห์ยัดหมอน เป็นต้น

เลข 2 มีชื่อว่า โพลีเอธิลีนความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene) หรือเอชดีพีอี (HDPE) เป็นพลาสติกที่มีความเหนียวและแตกยาก ค่อนข้างแข็งแต่ยืดได้ ทนทานต่อสารเคมีและขึ้นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย ใช้ทำขวดนม ขวดน้ำ และบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น สามารถนำมารีไซเคิลเป็นขวดน้ำมันเครื่อง ท่อ ลังพลาสติก ไม้เทียม เป็นต้น

ขณะที่เลข 3 โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride) หรือพีวีซี (PVC) ใช้ทำท่อน้ำประปา สายยางใส แผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร แผ่นพลาสติกสำหรับทำประตู หน้าต่าง เป็นต้น สามารถนำมารีไซเคิลเป็นท่อน้ำประปา กรวยจราจร เฟอร์นิเจอร์ ม้านั่งพลาสติก ตลับเทป เคเบิล แผ่นไม้เทียม เป็นต้น

เลข 4 โพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (Low Density Polyethylene) หรือแอลดีพีอี (LDPE) เป็นพลาสติกที่มีความนิ่ม เหนียว ยืดตัวได้มาก ใส ทนทาน แต่ไม่ค่อยทนต่อความร้อน ใช้ทำฟิล์มห่ออาหารและห่อของ ถุงใส่ขนมปัง สามารถรีไซเคิลเป็นถุงดำสำหรับใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว ถังขยะ ได้

เลข 5 โพลีโพรพิลีน (Polypropylene) เรียกโดยย่อว่า พีพี (PP) เป็นพลาสติกที่มีความใส ทนทานต่อความร้อน คงรูป เหนียว และทนแรงกระแทกได้ดี ทนต่อสารเคมีและน้ำมัน ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง ชาม จาน ถัง ตะกร้า กระบอกใส่น้ำแช่เย็น ขวดซอส แก้วโยเกิร์ต ขวดบรรจุยา สามารถนำมารีไซเคิลเป็นกล่องแบตเตอรี่ในรถยนต์ ไม้กวาดพลาสติก แปรง เป็นต้น

เลข 6 มีชื่อว่า โพลีสไตรีน (Polystyrene) หรือที่เรียกโดยย่อว่า พีเอส (PS) เป็นพลาสติกที่มีความใส แต่เปราะและแตกง่าย ใช้ทำภาชนะบรรจุของใช้ต่างๆ หรือโฟมใส่อาหาร เป็นต้น สามารถนำมารีไซเคิลเป็นไม้แขวนเสื้อ กล่องวิดีโอ ไม้บรรทัด เป็นต้น

สุดท้าย เลข 7 มิได้มีการระบุชื่อจำเพาะ แต่ไม่ใช่พลาสติกชนิดใดชนิดหนึ่งใน 6 ที่ได้กล่าวไปในข้างต้น แต่เป็นพลาสติกที่นำมาหลอมใหม่ได้


อย่ามองพลาสติกเป็นปัญหา...แต่ปัญหาอยู่ที่การจัดการ

รศ.ดร.กฤษฎา กล่าวว่า พลาสติกนั้นมีประโยชน์มากมายและยังมีคุณลักษณะโดดเด่น เช่น น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย ใส่สีอะไรก็ได้ ขนส่งสะดวก ไม่แตกง่าย ใช้งานได้นาน แต่ที่คนมองว่าสร้างปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้น อาจเป็นเพราะเห็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ถุงพลาสติก หรือขวดน้ำทิ้งกันเกลื่อน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาจริง แต่ถ้ารู้จักการจัดการให้ถูกต้องปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะพลาสติกบางชนิดสามารถเอามารีไซเคิลได้

“การมองว่าพลาสติกเป็นปัญหาแล้วให้คนมาใช้ถุงผ้านั้น ผมว่าไม่ใช่ เพราะพลาสติกมีประโยชน์เยอะนะ ถุงผ้าที่ว่าถ้าสกปรกก็ต้องเอาไปซัก เวลาซักก็ต้องใช้ผงซักฟอก สร้างมลภาวะเหมือนกัน ผมว่าพลาสติกมีข้อดีเยอะที่จะเอามาทำเป็นของใช้ แม้ไม่ย่อยสลายแต่ก็มีหลายชนิด สามารถเอามารีไซเคิลได้”

ขณะที่ ศ.ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย นายกสมาคมโพลิเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากมองให้ดีมิใช่พลาสติกอย่างเดียวเท่านั้น ที่สร้างมลภาวะอย่างอื่นที่ไม่ใช่พลาสติกก็สร้างมลภาวะได้เช่นกัน ดังนั้นอยากเสนอว่าเราต้องสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องของการจัดการแยกขยะที่ถูกหลัก และคนที่จะทำเรื่องนี้ได้ก็คือผู้ผลิตต้องรับผิดชอบช่วยดูแลต่อ เพราะเป็นผู้ที่ได้กำไรอยู่แล้ว

“เราใช้ของที่ท่านผลิต ตอนใช้ของเรา ใช้เสร็จของคุณ ยกตัวอย่างแบตเตอรี่ ที่ญี่ปุ่นจะบังคับให้บริษัทผลิตแบตเตอรี่เก็บแบตเตอรี่ของตัวเองไปด้วย เพราะผู้ผลิตจะรู้ดีที่สุดว่าส่วนไหนต้องเอาไปรีไซเคิล หรือจะเอาไปฝัง ทิ้ง หรือเผา แต่ถ้าคุณไปปล่อยให้คนใช้โยนทิ้งลงถังขยะ แบตเตอรี่ก็จะเหลว สารพิษทั้งนั้นที่ออกมา ซึ่งในเรื่องนี้เมืองไทยยังไม่ได้ทำและยังไม่ได้คิดที่จะทำเรื่องนี้ ทั้งที่โลกไปถึงไหนแล้ว ประเทศไทยยังอยู่ที่เดิม”

ดร.สุวบุญ กล่าวต่อว่า ตอนนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็ยังไม่เห็นผู้ว่าฯ สักคนที่พูดถึงเรื่องนี้ บอกแต่ กทม. จะเป็นศูนย์กลางอาเซียน ความเจริญเหล่านั้นจะต้องเป็นการลงทุนสร้างสิ่งใหม่ๆ ทำไมความเจริญเหล่านั้นไม่เป็นการสร้างรูปแบบชีวิตที่ถูกต้องตามสุขลักษณะบ้าง หรือสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ เช่น การให้ประชาชนรู้จักการคัดแยกขยะ ไม่ทิ้งตามใจตัวเอง อยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่สร้างโมเดล สร้างเมืองตัวอย่างแบบนี้บ้าง เราจะต้องมีวัฒนธรรมที่ดีในการจัดการกับขยะ


พลาสติกย่อยสลายทางเลือกใหม่

เป็นที่ทราบกันดีว่าพลาสติกทั่วไปนั้นไม่ย่อยสลาย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหลายปีมานี้ได้มีการพัฒนาพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ในการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนี้ เรียกพลาสติกชนิดนี้ว่า โพลีแลกติกแอซิด (Polylactic Acid) หรือ PLA

เส้นทางพลาสติก (ใช้แล้ว) ไปไหน

 

ดร.สุวบุญ กล่าวว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โพลีแลกติกแอซิดคือแป้งที่มาจากทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น ข้าวโพด และมันสำปะหลัง โดยมีกระบวนการผลิตเริ่มต้นจากการบดหรือโม่พืชนั้นให้ละเอียดเป็นแป้ง จากนั้นทำการย่อยแป้งให้ได้เป็นน้ำตาล และนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์เกิดเป็นแลกติกแอซิด ซึ่งกรรมวิธีคล้ายกับการหมักเบียร์ จากนั้นนำแลกติกแอซิดที่ได้มาผ่านกระบวนการทางเคมี เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างให้เป็นสารใหม่ที่มีโครงสร้างทางเคมีเป็นวงแหวน เรียกว่า Lactide หลังจากนั้นนำมากลั่นในระบบสุญญากาศเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างได้เป็นโพลีเมอร์ของ Lactide ที่เป็นสายยาวขึ้น เรียกว่า โพลีแลกติกแอซิด ซึ่งการกำหนดความยาวของสายโพลีเมอร์ให้ได้ตามที่ต้องการจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสมบัติของพีแอลเอเปลี่ยนไปตามลักษณะการใช้งาน

“พีแอลเอสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกได้เช่นเดียวกับเม็ดพลาสติกจากปิโตรเลียม อีกทั้งพีแอลเอยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือมีความใส ไม่ย่อยสลายในสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่สามารถย่อยสลายได้เองเมื่อนำไปฝังกลบในดิน และข้อดีของพีแอลเอคือทำอะไรได้หมด แต่คุณภาพการใช้งานยังไม่ดีเท่าพลาสติกทั่วไป ราคาก็แพงกว่า แต่ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแน่นอน”

นายกสมาคมโพลิเมอร์ฯ กล่าวว่า รัฐบาล หน่วยงานของรัฐ หรือ กทม. ถ้าต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องมองข้ามผลประโยชน์ทางธุรกิจ แล้วกระตุ้นให้คนเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อของด้วยการนำถุงจากบ้านไป ถ้าไม่ทำตามก็บังคับให้ซื้อถุง และถุงที่ขายก็เป็นถุงที่ย่อยสลายได้

“ผมเคยไปออสเตรเลีย ที่สนามบินมีของฝากเยอะ ผมก็ซื้อของ คนขายถามว่าเอาถุงไหม ผมก็ถามว่ายูไม่มีถุงให้เหรอ เขาตอบว่ามีแต่ขายเป็นถุงย่อยสลายได้ ผมก็ซื้อเพราะจำเป็นจริงๆ เมืองไทยเราต้องสร้างต้นแบบของการแยกขยะนะ สยามสแควร์เป็นต้นแบบดีที่สุด จริงๆ ผมอยากให้จุฬาฯ ทำ ให้เด็กรุ่นใหม่มีความตระหนักจนกลายเป็นวัฒนธรรม จากนั้นเด็กๆ ก็จะไปบอกต่อพ่อแม่ จากเมืองเล็กก็ขยายเป็นวงกว้าง ต้นแบบเหล่านั้นก็จะขยายเมล็ดพันธุ์ไปสู่วงนอกเรื่อยๆ”

ศ.ดร.สุวบุญ ย้ำว่า การพลาสติกที่ใช้แล้วสุดท้ายไปไหน ก็ต้องตอบว่าวิธีการจัดการคำว่าไปไหนที่ดีที่สุด คือการแยกขยะให้ถูกประเภทนั่นเอง ไม่ใช่อยากทิ้งก็ทิ้ง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69