posttoday
ผศ.จิตศักดิ์ พุฒจร ชวนคนไทยเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ผศ.จิตศักดิ์ พุฒจร ชวนคนไทยเที่ยวเชิงอนุรักษ์

04 มกราคม 2556

โดย...วรธาร / ภาพ คอลเลกชัน ผศ.จิตศักดิ์

โดย...วรธาร / ภาพ คอลเลกชัน ผศ.จิตศักดิ์


ทุกวันนี้คนไทยเราแม้จะมีความตื่นตัวและอยากเข้าไปเที่ยวในพื้นที่เชิงอนุรักษ์ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร อุทยานแห่งชาติ ท้องทะเล ชายหาด เกาะแก่งต่างๆ

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ความเข้าใจในการเข้าไปเที่ยวในพื้นที่เหล่านั้นของคนไทยยังมีไม่มากพอ จะเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติต่างๆ มีนักท่องเที่ยวทิ้งขยะกันเกลื่อน บางคนบางกลุ่มแอบนำเหล้าเข้าไปกิน ส่งเสียงดังรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นและสัตว์ป่า บางกลุ่มเล่นการพนัน บางคนขับถ่ายไม่เป็นที่ ทิ้งก้นบุหรี่ในป่าทำให้เกิดไฟไหม้ ในทะเลก็รบกวนสัตว์ทะเล เช่น ดำน้ำดึงขาเต่าเล่น

ลักษณะอย่างนี้เป็นต้น บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปแหล่งท่องเที่ยวก็จะทรุดโทรมเสียหายและไม่น่าเที่ยวอีกต่อไป

ผศ.จิตศักดิ์ พุฒจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ผู้คร่ำหวอดกับการสอนด้านการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับการทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกและทะเลมาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว ยอมรับว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวคนไทยตื่นตัว และอยากไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้นเป็นลำดับ แต่ลักษณะการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นแบบตามใจตัวเอง ผิดกับชาวต่างชาติที่ค่อนข้างเคร่งครัดในข้อห้ามต่างๆ ที่แหล่งท่องเที่ยวกำหนดขึ้น

“คนต่างชาติส่วนใหญ่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับข้อกำหนดต่างๆ เช่นว่า อันนี้ทำได้ อันนั้นทำไม่ได้ แต่บ้านเรามักจะทำอะไรตามใจตัวเอง ต้องยอมรับว่าบางคนเป็นเช่นนั้น เช่น ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ทิ้งก้นบุหรี่ตามชายหาดและในป่าเขา กินเหล้า เล่นการพนัน ในอุทยานหรือพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งหลายปีก่อนผมไปเก็บข้อมูลบนภูกระดึง กางเต็นท์เต็มไปหมด คนเยอะห้องน้ำก็ไม่พอ คนก็ไปแอบถ่ายของเสียข้างเต็นท์คนอื่น ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

ล่าสุดที่ทราบมา เวลานี้มีการยกเลิกเรื่องการห้ามนำเหล้าเข้ามาในอุทยานแห่งชาติ คงอนุโลมให้กินได้ตามบ้านพัก ซึ่งผมเองได้เข้าไปดูตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ก็พบมีนักท่องเที่ยวแอบนำเหล้าเข้าไปกินจริง ทั้งๆ ที่ผ่านมาก่อนนี้จะมีการห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวนำเหล้าเข้ามา ก็ทำได้บ้างแบบลุ่มๆ ดอนๆ แต่อุทยานส่วนใหญ่ก็พยายามเข้มงวดกวดขันจนนักท่องเที่ยวเริ่มเข้าใจ แต่วันนี้ดูเปลี่ยนไป นโยบายกลับไม่ชัด เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาพอสมควร ทำให้การทำงานและการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์เกิดความไม่ต่อเนื่อง” อาจารย์นักอนุรักษ์ กล่าว

ผศ.จิตศักดิ์ พุฒจร ชวนคนไทยเที่ยวเชิงอนุรักษ์

 

เรื่องแบบนี้ถือว่ามีอยู่จริงในสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในบ้านเรา แต่หากมองการท่องเที่ยวที่เป็นเทรนด์ของโลกถือว่าเริ่มมีการปรับตัวพอสมควร โดยพื้นที่อนุรักษ์ทั้งหลายจะเข้มงวดกวดขันนักท่องท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ที่สถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ กำหนดขึ้น เช่น อันนี้ทำได้ อันนั้นทำไม่ได้ นอกจากนี้ เวลานอนให้ออกมานอนในรีสอร์ตนอกอุทยาน เป็นต้น

“แต่บ้านเราพบว่า ในช่วงปีใหม่มีคนแห่ไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ และในพื้นที่บนภูเขาหลายแห่งแล้วมีการกางเต็นท์เต็มไปหมด แน่นอนทุกคนอยากไปเสพอากาศเย็นและอยากอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุข แต่เอาเข้าจริงพอแห่ไปกันเยอะๆ ความสุขที่ได้มาจากตัวธรรมชาติเหล่านี้กลับลดน้อยลงไป กลายเป็นว่าคนในกรุงเทพฯ มีความสุข เพราะรถไม่ติดแต่รถไปติดตามป่าตามเขาแทน” ผศ.จิตศักดิ์ กล่าว

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยว กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้ในต่างประเทศมีระบบการจัดการอย่างดี คือห้ามนำรถส่วนตัวเข้าอุทยาน แต่ให้ใช้รถของอุทยานแห่งชาติเคลื่อนคนไปตามจุดต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ชัดเจน เช่น บริเวณนี้พักได้ 50 คน จุดนี้พักได้ 100 คน 200 คน ห้ามเกินนั้น แต่คนไทยบางครั้งก็เห็นใจเจ้าหน้าที่เพราะนักท่องเที่ยวบางคนบอกเจ้าหน้าที่ว่าตัวเองตั้งใจขับรถมาและอยู่ไกลทำให้เจ้าหน้าที่อึดอัดใจ

สำหรับใครที่อยากท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรอย่างมีความสุข อาจารย์นักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนะนำว่า ต้องวางแผนล่วงหน้าหาช่วงเวลาที่เหมาะสมลงตัว และหนึ่งในการวางแผนที่ดีคือการไม่ไปเที่ยวในช่วงเวลาที่คนอื่นๆ แห่ไปกันเยอะๆ เพราะบ้านเรากลไกการทำงานยังไม่เอื้อ เวลาท่องเที่ยวมักจะอิงกับเทศกาล ไม่เหมือนต่างประเทศ เช่น ยุโรปสามารถสะสมวันหยุดไปเที่ยวได้ 23 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ตั้งใจเที่ยวเชิงอนุรักษ์จริงๆ จะไม่พยายามเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติในช่วงเวลานี้

อาจารย์นักอนุรักษ์แนะนำอีกว่า นอกจากวางแผนแล้วจะต้องหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสถานที่ที่ต้องการไปเที่ยวให้มากที่สุด จะได้รู้ว่าแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีอะไรน่าสนใจและน่าศึกษาอย่างไร ตลอดจนกิจกรรมอะไรทำได้และทำไม่ได้บ้าง เป็นต้น โดยอาจค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ หรือจะสื่อสารหาข้อมูลจากเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง

ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ส่วนใหญ่แหล่งท่องเที่ยวจะเน้นให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมในเชิงอนุรักษ์ อาทิ กิจกรรมดูดาว การดูนก การปั่นจักรยาน หรือการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเป็นอย่างดี แต่ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังทำกิจกรรมเหล่านี้ไม่เป็นเพราะไม่มีคนสอนหรือให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้อง เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่เหมาะสมแทน เช่น เล่นไพ่ กินเหล้า เป็นต้น

“ครั้งหนึ่งผมพานักศึกษาไปดูฝนดาวตกที่อุทยานทางภาคเหนือตอนล่าง เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งอยู่ไม่ไกลกันและกินเหล้าเฮฮาเสียงดัง สักพักมีผู้หญิงในวงเหล้าไปเข้าห้องน้ำกลับมาก็แวะคุยกับกลุ่มลูกศิษย์ทางเราก็ชวนทำกิจกรรมด้วย เธอกลับไปคุยกับเพื่อนๆ สักพักพวกเขาย้ายวงเหล้ามาอยู่ใกล้ๆ ลดเสียงลงแล้วทำกิจกรรมร่วมกัน รุ่งขึ้นพอเขาสร่างเมาก็เข้าไปคุยด้วยจนได้รู้ว่าพวกเขาอยากเที่ยวแบบนี้มานานแต่ว่าไม่มีใครแนะนำ และเชื่อไหมว่าหลังจากวันนั้นกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มตัวอย่างของเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น พวกเขาเป็นนักดำน้ำ นักดูนกที่ดี มีการถ่ายภาพนกมาอวดกันบนเฟซบุ๊กน่ารักมาก”

อาจารย์นักอนุรักษ์ย้ำว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในการที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวให้คงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไปมิให้เสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องหันกลับมาเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยทิ้งรูปแบบการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ไม่อย่างนั้นประเทศอาจไม่มีที่ให้น่าเที่ยวหลงเหลืออีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง