
กุนซื้อลูกหนัง...อาชีพสุดเสี่ยง
โดย...มิวโกโตะ
โดย...มิวโกโตะ
ในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ตำแหน่งผู้จัดการทีมถือเป็นอาชีพที่สำคัญ เพราะเปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ พร้อมกับกุมชะตาของสโมสรเอาไว้ หากนายใหญ่คนไหนคุมทีมประสบความสำเร็จ รายได้ ค่าเหนื่อย รวมถึงเครดิตในอาชีพก็จะพาเหรดขึ้นตามกันไปด้วย แต่ถ้าการสั่งการข้างสนามมันเกิดแป้กขึ้นมา โอกาสจะเตะฝุ่นตกงานก็พรุ่งปรี๊ดตามเช่นกัน ดังเช่นเทรนเนอร์แห่ง 3 ลีกยักษ์ใหญ่ยุโรปกลุ่มนี้ ที่ส่อแววโดนเด้ง ทั้งที่เคยสร้างความสำเร็จมาแล้วมากมาย
‘แลมเบิร์ต-มันโช’ เต็งร่วมเตะฝุ่นลีกผู้ดี
พอล แลมเบิร์ต กุนซือแอสตัน วิลลา และ โรแบร์โต มันชินี นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี กลายเป็น 2 ตัวเต็งที่จะถูกต้นสังกัดขับไล่ออกจากสโมสร อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ต่างกัน โดยเฮดโค้ช “สิงห์ผงาด” ถูกสกายเบต (สถานรับพนันถูกกฎหมายในอังกฤษ) ออกราคาว่าเสี่ยงตกงานเป็นอย่างมาก เหตุเพราะผลงานย่ำแย่หลายเกมติด โดย 3 เกมหลังสุดในเกมลีก เสียประตูไปถึง 15 ลูก แถมยังยิงใครไม่ได้เลย ทำให้จอมแท็กติกวัย 43 ปี ต้องออกโรงกระตุ้นนักเตะ
“ในฐานะนักฟุตบอล หากคุณเริ่มต้นเซ็งกับผลการแข่งขัน มีสิ่งเดียวที่คุณจะมุ่งหน้าไปได้ คือต้องพยายามควานหาชัยชนะ และกลับมาให้ได้อย่างรวดเร็ว พวกเราก็แค่ทำไม่ได้ใน 3 นัดหลังสุด และนั่นก็คือโลกแห่งความเป็นจริงของฟุตบอลที่เราต้องเผชิญ” แลมเบิร์ต กล่าว
ขณะที่กุนซือทีมเรือใบสีฟ้า ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะรั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ชิพตอนนี้ แต่การกระเด็นร่วงเวทีแชมเปียนส์ลีกแบบไม่ชนะใครเลย ก็ทำให้ส่อตกงานเช่นกัน โดย คริส สไปเซอร์ ตัวแทนสกายเบต (เว็บไซต์รับพนัน) บอกถึงเหตุที่ปรับราคาให้นายใหญ่ แมนฯ ซิตี เป็นเต็งร่วมถูกปลดหากไม่สามารถขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ลีกได้
“ผมคิดว่าบอร์ดบริหารซิตี กำลังพิจารณาผลงานของ มันโช และคงจะเริ่มหมดความอดทน พวกเขาคงรู้สึกแล้วว่าทีมชุดนี้ด้อยกว่าชุดคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แถมการร่วงศึกยุโรปอย่างเลวร้าย ทำให้เขาจำเป็นต้องป้องกันแชมป์พรีเมียร์ชิพ ซึ่งในตอนนี้เราจึงคิดว่าเขาตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างแท้จริง” สไปเซอร์ กล่าว
‘น้ามู’ หมดไฟส่อไปไม่รอดลีกกระทิง
ถูกยกย่องให้เป็นกุนซือรุ่นใหม่ที่เก่งสุดในยุคนี้สำหรับ โจเซ มูรินโญ นายใหญ่ เรอัล มาดริด ผู้ที่สามารถคุมทีมคว้าโทรฟีแชมเปียนส์ลีกมาได้ 2 ลีก (ปอร์โต ปี 2003, อินเตอร์ มิลาน ปี 2009) แถมยังเป็นคนแรกที่คุมทัพเป็นแชมป์ลีกได้ถึง 4 ประเทศ (อังกฤษ/เชลซี สเปน/เรอัล มาดริด อิตาลี/อินเตอร์ และโปรตุเกส/ปอร์โต) ถึงแม้ในแง่ความสำเร็จจะมากมายถล่มทลาย แต่ด้วยความเป็นจอมเฮี้ยบ และมีนิสัยไม่ยอมคน จึงทำให้ผู้จัดการทีมแดนฝอยทองรายนี้ส่อตกงานเช่นกัน
หนังสือพิมพ์เดลีมิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ ได้ทำการวิเคราะห์ว่าอนาคตในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว ของ มูรินโญ จะหมดลงทันที หากไม่สามารถผ่าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงลีกผู้ดี เพื่อผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ เนื่องจากโอกาสป้องกันแชมป์ ลา ลีกา สเปน เหลือน้อยเต็มที เพราะเวลานี้ราชันชุดขาวรั้งเพียงอันดับ 3 ของตาราง โดยมีคะแนนตามหลังคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา อยู่ถึง 16 คะแนนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ มาร์กา เว็บไซต์ชื่อดังของสเปน ยังเผยผลสำรวจของแฟนบอลมาดริด ราว 1 แสนคน ปรากฏว่า 82.4% ต้องการให้ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร ปลดน้ามูออกจากตำแหน่ง รวมถึงมีข่าวเล็ดลอดออกมาตลอดว่าแข้งซีเนียร์ของมาดริดหลายราย มีปัญหาส่วนตัวกับกุนซือรายนี้
‘อัลเลกรี’ ไม่ถูกการันตีตำแหน่ง
หลังจากฟอร์มบู่มาหลายเกมติด ล่าสุด ลา กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต หนังสือพิมพ์แดนมะกะโรนี เริ่มออกมาคาดการณ์ถึงกุนซือคนใหม่ที่จะแทนที่ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เทรนเนอร์ เอซี มิลานแล้ว โดยมีรายชื่ออย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน, มาร์เชลโล ลิปปี, ฟาบิโอ คาเปลโล รวมถึงการขยับ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ มิดฟิลด์มากประสบการณ์ชาวดัตช์ ขึ้นมาควบเก้าอี้กุนซือด้วย นั่นคงหนีไม่พ้นการที่ปีศาจแดงดำมีฟอร์มการเล่นอันย่ำแย่ โดยพ่ายไปแล้วถึง 7 (จาก 18 เกม) ในศึกกัลโช เซเรีย อา ส่วนในเวทียุโรปก็งานหนัก เมื่อจับสลากไปพบกับเต็ง 1 บาร์เซโลนา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ขณะที่นายใหญ่วัย 44 ปี ยังมั่นใจว่าอนาคตในถิ่นซานซิโรของเขาจะยังไม่หมดลง
“ผมรู้สึกว่ามีหลายกระแสอยากเห็นมิลานปลดผม ในทีมของเราไม่มีใครคาดว่าจะแพ้ เราจะกลับมายืนด้วยลำแข้งของตัวเองเหมือนที่เคยทำ มันยากที่จะสานต่อความสำเร็จจากผู้เล่นชุดใหม่ แต่สงครามมันยังไม่จบ” อัลเลกรี กล่าว
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความเสี่ยงในเรื่องหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ในแง่สุขภาพของผู้ที่มีอาชีพกุนซือลูกหนังนี้ ก็ต้องพบกับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เมื่อผู้จัดการทีมฟุตบอลถูกยกให้เป็นอาชีพที่มีความเครียดสูง จึงมีโอกาสที่เส้นเลือดในสมองจะแตก หรือหัวใจวายสูง โดยเฉพาะวันที่พ่ายแพ้ ...







