posttoday
อะวาโมริ เหล้าญี่ปุ่นสายพันธุ์ไทย

อะวาโมริ เหล้าญี่ปุ่นสายพันธุ์ไทย

28 ธันวาคม 2555

ใครไม่เคยเดินทางไปโอกินาวา อาจจินตนาการไปว่า คงได้มีโอกาสย่ำเกาะสวาทหาดสวรรค์ ไม่แตกต่างจากภูเก็ตบ้านเรา

ใครไม่เคยเดินทางไปโอกินาวา อาจจินตนาการไปว่า คงได้มีโอกาสย่ำเกาะสวาทหาดสวรรค์ ไม่แตกต่างจากภูเก็ตบ้านเรา

โดย...โมเลกูลัส

...มันไม่ใช่เลย เมืองเล็กๆ เกาะทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นอย่างว่า

เสน่ห์ของเกาะแห่งนี้กลับเป็น “เหล้าอะวาโมริ” เหล้าที่ได้รับถ่ายทอดสูตรเด็ดมาจากสยามประเทศ เมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 15

อะวาโมริเป็นสุรากลั่นชนิดแรกของดินแดนญี่ปุ่น และที่ขึ้นชื่อต้องเลือกซื้อที่มีการผลิตจากข้าวสายพันธุ์ไทย 100% ซึ่งชาวโอกินาวาและคนญี่ปุ่นโดยทั่วไปรับรู้กันเป็นอย่างดี

กระนั้นคนไทยไม่น้อยแทบไม่รู้เลยว่า เหล้าญี่ปุ่นสัญชาติไทยสร้างชื่อโด่งดังไปทั่วภาคใต้ของดินแดนปลาดิบมานานนับศตวรรษ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าข้าวสายพันธุ์อินดิกา (ข้าวเมล็ดยาว) จากบ้านเราถึงปีละ 1.5 หมื่นตัน ก่อนจะนำไปจำหน่ายให้ผู้ผลิตและวัตถุดิบจากข้าวไทย 50% จะนำมาผลิตเหล้าอยู่ในเมืองโอกินาวา

เหล้าสีใสผ่านการกลั่นตามช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ จะบรรจุลงเก็บไว้ในไหดินเผา เพื่อให้มีรสชาติที่หลากหลาย ช่างปั้นต้องค่อยๆ บรรจงปั้นด้วยมือทีละใบๆ ไม่เกิน 10 นาทีกว่าขึ้นรูป ก่อนนำไปเผา อบ ผ่านเวลาร่วมเดือนถึงจะนำมาใช้บรรจุเหล้า และกว่ารสชาติเหล้าได้ที่ก็จะต้องนำไปหมักอีก 12 ปี ขึ้นอยู่กับโรงงานว่าต้องการให้มันอยู่ในระดับดีกรีเข้มข้นขนาดไหน

ใช้เวลาหมักน้อยก็รสชาติหนึ่ง ยิ่งหมักนานคุณภาพก็ดีมากขึ้นเป็นลำดับ

ซูกามา อาโออิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลประจำโรงงานเหล้าภายใต้แบรนด์ Shuko เล่าว่า ถ้าให้ได้รสชาติต้องใช้เวลาหมักอย่างน้อย 3 ปี การหมัก 12 ปี จะได้ความร้อนแรงประมาณ 30 ดีกรี ถ้ามากกว่า 3 ปี ดีกรีก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเหล้าที่นำออกวางจำหน่ายจะมีตั้งแต่ 20 กว่าดีกรีไปจนถึง 43 ดีกรี หรือมากกว่านั้น

หากยิ่งใช้เวลาบ่มนานมากปีเท่าไรยิ่งเป็นที่นิยม ยิ่งหายาก และราคาก็ยิ่งถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

“ล็อตนี้จะจัดไว้สำหรับเหล้าที่ดีที่สุดคือ 43 ดีกรี” เธอชี้ให้ดูปริมาณขวดเหล้าที่วางเรียงรายในหลายบรรจุภัณฑ์

ในโอกินาวามีโรงงานผลิตเหล้ามากถึง 47 แห่ง แบรนด์ Shuko หนึ่งในนั้นแตกต่างจากที่อื่นก็ตรงการใช้วัตถุดิบในการผลิต ซึ่งก็คือข้าวไทยนั่นเอง โรงงานแห่งนี้ผลิตสามารถเหล้าได้ 500 กิโลลิตรต่อปี

ทั่วทั้งเกาะโอกินาวาสามารถผลิตเหล้ากลั่นรวมกันถึงปีละ 2 หมื่นกิโลลิตร

“ของเราจะใช้ไม้เป็นประกอบของโรงงาน ด้วยโอกินาวามักมีพายุบ่อย จึงใช้เสาเป็นไม้กลมเพื่อป้องกันการพังทลายกรณีเจอพายุลูกใหญ่”

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า แท็งก์บรรจุเหล้าสีเงินใบขนาดใหญ่ที่วางอยู่อย่างองอาจ สามารถบรรจุเหล้าได้ถึง 5 หมื่นลิตร นั่นหมายความว่าแต่ละแท็งก์ต้องใช้เวลาในการผลิตยาวนาวผลิตไปขายไปเรื่อยๆ

“เหล้าของเราขายได้ปี 800900 ล้านเยน ขายแต่ในประเทศ ไม่มีส่งออก เราเคยทดลองผลิตด้วยข้าวบาร์เลย์ที่ปลูกในญี่ปุ่น แต่คุณภาพสู้ข้าวไทยไม่ได้

ลูกค้าที่เดินมาซื้อถึงโรงงาน ส่วนใหญ่จะฝากเหล้าไว้ที่นี่ เหล้าดีๆ เขาจะซื้อเพื่อมอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพหรือคนสำคัญ ฝากไว้กับเราเหล้าจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเรามีห้องรับฝากเหล้าเป็นการเฉพาะ เมื่อถึงเวลาจะมอบให้ใครก็มารับไป”

ด้วยโอกินาวามีอุณหภูมิตลอดปีไม่เกิน 22 องศาเซลเซียส จึงเหมาะสำหรับการหมักและผลิตเหล้าตลอดทั้งปี “เหล้า” จึงเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงคนที่นี่

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนดินแดนประวัติศาสตร์ฐานทัพอเมริกาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มักจะหอบหิ้วเครื่องดื่มรสดีจากเกาะแห่งนี้ไปฝากเพื่อนฝูง

มาโอกินาวาต้องดื่มเหล้าอะวาโมริและซื้อเหล้าอะวาโมริไปฝากมิตรสหาย

...ระหว่างกระดกอะวาโมริในอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กับเพื่อนรู้ใจที่โอกินาวาก็คิดถึงเมืองไทยจับใจ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม